ภาพรวม
G.I. Joe: Wrath of Cobra พัฒนาโดย Maple Powered Games และจัดจำหน่ายโดย Freedom Games ได้เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2024 บน PC, PlayStation, Xbox และ Nintendo Switch ตัวเกมนำเสนอความเป็นเกมแนว Arcade Brawler สุดคลาสสิกในสไตล์เดียวกับ Streets of Rage และ Final Fight โดยดึงเอาบรรยากาศการ์ตูนเช้าวันเสาร์ยุค 1980 ของแฟรนไชส์ G.I. Joe มาถ่ายทอดผ่านเกมแนว Side-scrolling Beat 'em up ที่ออกแบบมาให้ลุยได้ทั้งแบบ Solo หรือจะชวนเพื่อนมาจอยกันแบบ Couch Co-op ก็ทำได้ ตัวเกมไม่ได้พยายามจะปฏิวัติแนวเกมใหม่ แต่เลือกที่จะทำสิ่งที่ถนัดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม
Cobra Commander กลับมาพร้อมแผนการร้ายครั้งใหม่ และเหล่าตัวร้ายยกขบวนกันมาสร้างความปั่นป่วนแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Destro, Serpentor, Baroness และตัว Commander เอง ที่ต่างก็โผล่มาเป็น Boss ให้เราได้ท้าทายตลอดทั้งเกม ส่วนกองทัพศัตรูระหว่างทางก็ถอดแบบมาจากต้นฉบับเป๊ะๆ ทั้ง Cobra troopers, Alley Vipers, B.A.T.s และยานพาหนะสุดไอคอนิกอย่าง H.I.S.S. tank, C.L.A.W. และ Trubble Bubble
ระบบเกมเพลย์และกลไก: Wrath of Cobra เล่นยังไง?
Wrath of Cobra เดินตามสูตรสำเร็จของเกมแนว Beat 'em up แบบเป๊ะๆ คือเดินหน้าลุยไปทางขวา จัดการทุกอย่างที่ขวางหน้า และเอาตัวรอดให้ได้ แต่จุดที่ทำให้เกมไม่น่าเบื่อคือความหลากหลายของตัวละครที่ทำให้การเล่นแต่ละรอบมีสีสันต่างกันออกไป

สรุปฟีเจอร์เด่น:
- ฮีโร่ที่เล่นได้ 5 ตัว: Duke, Scarlett, Roadblock, Snake Eyes และตัวละครอื่นๆ
- คอมโบและท่าไม้ตาย (Special moves) เฉพาะตัวของแต่ละคน
- มีอาวุธระยะไกลให้เลือกใช้ควบคู่ไปกับการต่อสู้ระยะประชิด (Melee combat)
- รองรับ Local Multiplayer
- ยืนยันการอัปเดตฮีโร่ใหม่หลังเกมวางจำหน่าย
Snake Eyes จะเน้นความเร็วและความคล่องตัว เน้นการหลบหลีกและโจมตีฉับไว ส่วน Roadblock จะเน้นพลังโจมตีที่หนักหน่วงแต่เชื่องช้ากว่า ซึ่งเหมาะกับผู้เล่นที่ชอบแลกหมัดมากกว่าการหลบ ซึ่งความแตกต่างนี้ไม่ใช่แค่การปรับค่า Stat ให้ดูสวยหรู แต่ Moveset ของแต่ละตัวละครเปลี่ยนสไตล์การรับมือกับฝูงศัตรูไปเลย เช่น ความคล่องตัวของ Scarlett ที่เปิดมุมโจมตีได้หลากหลายกว่าสไตล์การลุยแบบตรงไปตรงมาของ Duke

อาวุธระยะไกลช่วยให้ผู้เล่นคุมระยะห่างได้ดีเวลาที่หน้าจอเต็มไปด้วยศัตรู ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยมาก Wrath of Cobra ยึดมั่นในธรรมเนียมของเกมตู้ที่สาดศัตรูเข้ามาเป็นระลอกให้เราได้โชว์ฝีมือ คำนิยามที่ว่า "เล่นง่าย แต่เก่งยาก" (Easy to play, hard to master) นั้นถูกต้องที่สุด เพราะการหัดเล่นใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที แต่การรีดดาเมจให้ได้สูงสุดด้วยคอมโบเฉพาะตัวนั้นต้องใช้เวลาฝึกฝนมากกว่านั้นเยอะ
งานภาพและเสียง
งาน Pixel art ใน Wrath of Cobra นั้นคมชัดและตั้งใจทำออกมาได้ดีมาก ตัวละครแต่ละตัวดูออกได้ทันทีว่าเป็นใคร ซึ่งสำคัญมากสำหรับเกมที่ขายความฟินจากการได้เห็น Duke และ Snake Eyes ในสไตล์ย้อนยุค งาน Sprite ต่างๆ แบกรับความเป็นลิขสิทธิ์แท้ไว้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาแค่ความ Nostalgia เพียงอย่างเดียว

ด้านเพลงประกอบดูแลโดย Kid Katana Records ที่นำธีมคลาสสิกของ G.I. Joe มาเรียบเรียงใหม่ให้เข้ากับฟอร์แมตเกม Arcade Brawler ผลลัพธ์ที่ได้คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการคารวะความคลาสสิกกับการทำเพลงใหม่ขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่แค่เอาเพลงเก่ามาแปะทับเกมใหม่ให้จบๆ ไป

Wrath of Cobra น่าเล่นกับเพื่อนไหม?
ตัวเกมรองรับ Local Multiplayer ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเล่นแบบ Couch Co-op เกมแนว Beat 'em up สนุกที่สุดเสมอเมื่อมีผู้เล่นคนที่สองมาแชร์หน้าจอด้วยกัน และ Wrath of Cobra ก็ออกแบบมาเพื่อสิ่งนี้ การวางแผนเลือกตัวละครให้มีสไตล์การต่อสู้ที่เกื้อหนุนกันช่วยเพิ่มชั้นเชิงกลยุทธ์ให้กับเกมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรซับซ้อนนี้ได้เป็นอย่างดี
บทสรุป
G.I. Joe: Wrath of Cobra มอบประสบการณ์ที่แฟนๆ แฟรนไชส์นี้ต้องการจริงๆ นั่นคือเกม Side-scrolling Beat 'em up ที่ทำออกมาได้ดีและเคารพต้นฉบับ พร้อมด้วยความลึกของระบบเกมที่คุ้มค่าแก่การกลับมาเล่นซ้ำด้วยตัวละครอื่นๆ งานภาพ Pixel art ที่สวยงาม เพลงประกอบที่ฟังเพลิน และเหล่าตัวร้ายที่ขนมาให้แฟนเดนตายได้หายคิดถึง สำหรับใครที่โตมากับการดู Cobra พ่ายแพ้ทุกเช้าวันเสาร์ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการย้อนวันวานด้วยจอยในมือ








