Overview
Grand Theft Auto IV เปิดตัวในเดือนเมษายน 2008 ในฐานะภาคที่ 11 ของซีรีส์ระดับตำนานจาก Rockstar North ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนทันทีด้วยการฉีกแนวจากความหลุดโลกของ San Andreas นี่คือการรีเซ็ตทิศทางใหม่ที่เปลี่ยนจากความสนุกแบบการ์ตูนในภาคก่อนๆ มาเป็นโทนที่สมจริงและมีความเป็นภาพยนตร์มากขึ้น โดยเน้นไปที่เรื่องราวของการอพยพ ครอบครัว และการกัดกินของอุดมคติ ผลลัพธ์ที่ได้คือหนึ่งในเกมที่ได้รับคำชมมากที่สุดในยุคนั้น โดยกวาดคะแนนรีวิวระดับเกือบเต็มจากทั้ง PlayStation 3, Xbox 360 และ PC
ตัวเมือง Liberty City คือการจำลอง New York ออกมาได้อย่างแนบเนียน ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 เขตและให้ความรู้สึกเหมือนเมืองที่มีชีวิตจริงๆ พ่อค้าแม่ค้าข้างทางขายอาหารที่ช่วยฟื้นฟู HP บาร์ต่างๆ มีบอร์ดปาเป้าให้เล่นจริง มีลานโบว์ลิ่ง คลับตลก และระบบอินเทอร์เน็ตในเกมที่ใช้งานได้จริง Rockstar สร้างโลกที่คุณสามารถใช้เวลาเป็นชั่วโมงโดยไม่ต้องทำภารกิจอะไรเลย แต่ก็ยังรู้สึกเหมือนได้ใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ

World and setting: Liberty City ในฐานะตัวละครหนึ่ง
Niko Bellic คือหัวใจหลักของเกม เขาเป็นทหารผ่านศึกจากสงครามในยุโรปตะวันออกที่เดินทางมายัง Liberty City ตามคำบอกเล่าของ Roman ลูกพี่ลูกน้องที่ส่งข่าวกลับไปว่าที่นี่มีคฤหาสน์และรถหรูมากมาย แต่ความจริงที่พบคืออพาร์ตเมนต์แคบๆ และธุรกิจแท็กซี่ที่กำลังจมกองหนี้ ช่องว่างระหว่างความหวังกับความจริงนี่แหละที่เป็นตัวขับเคลื่อนเนื้อเรื่องทั้งหมด และเกมก็ไม่เคยปล่อยให้คุณลืมมันเลย การที่ Niko ต้องเข้าไปพัวพันกับโลกอาชญากรรมใน Liberty City นั้นดูสมเหตุสมผลและมีที่มาที่ไป เพราะแรงจูงใจของเขานั้นชัดเจนตั้งแต่ชั่วโมงแรกที่เล่น

งานดีไซน์ของเมืองช่วยตอกย้ำโทนของเกมได้เป็นอย่างดี ถนนที่เปียกชื้นจากฝน การจราจรที่หนาแน่น และโทนสีที่ค่อนไปทางเทาและเหลืองอำพัน ทำให้ Liberty City มีน้ำหนักและบรรยากาศที่ภาคก่อนๆ ของ GTA ไม่เคยทำมาก่อน ระบบฟิสิกส์ที่ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงเปิดตัว ทำให้ทุกการไล่ล่าด้วยรถและการปะทะกันแบบตัวต่อตัวรู้สึกมีผลกระทบจริงๆ รถแต่ละคันมีการควบคุมที่ต่างกันตามน้ำหนักและความเร็ว Niko จะเซเมื่อถูกโจมตี โลกในเกมนี้พร้อมจะสวนกลับคุณเสมอ
Gameplay and mechanics: อาชญากรรม, การเข้าที่กำบัง, และผลลัพธ์ที่ตามมา
โดยเนื้อแท้แล้ว GTA IV คือเกม Action Open-world มุมมองบุคคลที่สามที่เน้นการขับรถและยิงปืน แต่ระบบเบื้องหลังนั้นมีความลึกซึ้งกว่าที่เห็น โดยมีกลไกสำคัญดังนี้:
- ระบบ Cover-based shooting ที่สามารถชะโงกหน้ายิงหรือยิงกดแบบ Blind fire ได้
- ระบบ Wanted ที่ระดับดาวจะเพิ่มขึ้นตามการพบเห็นของพยานและการตอบโต้ของตำรวจ
- โทรศัพท์มือถือที่ใช้จัดการภารกิจ ความสัมพันธ์ และกิจกรรมต่างๆ
- การขโมยรถที่มีระบบสัญญาณกันขโมยและการตอบโต้ที่แตกต่างกัน
- ระบบมิตรภาพที่ช่วยปลดล็อก Perk จาก NPC ที่เราไปมาหาสู่บ่อยๆ
ระบบความสัมพันธ์ถือเป็นจุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษ Niko สามารถโทรหาเพื่อนหรือคนรู้จักเพื่อไปแฮงเอาต์ ไปเล่นโบว์ลิ่ง หรือไปดูโชว์ การรักษาความสัมพันธ์เหล่านี้จะช่วยปลดล็อกโบนัสที่เป็นประโยชน์ เช่น บริการเฮลิคอปเตอร์ฟรี หรือบริการส่งรถที่ขโมยมา ระบบนี้ฟังดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่มันช่วยให้ Liberty City รู้สึกเหมือนมีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นตู้กดเควสต์

Multiplayer and social: ผู้เล่น 32 คนในเมืองเดียวกัน
โหมด Multiplayer ออนไลน์ของ GTA IV รองรับผู้เล่นสูงสุดถึง 32 คนในแผนที่เดียวกับโหมดเนื้อเรื่อง โดยมีทั้งโหมดแข่งรถ, Deathmatch, และภารกิจ Co-op รวมถึงโหมด Free-roam ที่ให้ผู้เล่นได้ใช้ชีวิตร่วมกันในโลกของเกม สำหรับปี 2008 ถือว่าสเกลใหญ่มาก และรูปแบบ Free-roam นี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญให้ GTA Online พัฒนาไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าในภายหลัง
Content and replayability: Complete Edition และภาคเสริม
มีภาคเสริมเนื้อเรื่อง 2 ตัวที่ช่วยขยายประสบการณ์เกมออกไปอย่างมาก ได้แก่ The Lost and Damned ที่ติดตามเรื่องราวของ Johnny Klebitz สมาชิกแก๊งมอเตอร์ไซค์ และ The Ballad of Gay Tony ที่เน้นไปที่ Luis Lopez ผู้จัดการไนท์คลับ เนื้อเรื่องทั้งสองส่วนจะเชื่อมโยงกับแคมเปญหลักในแบบที่ให้รางวัลกับผู้เล่นที่เล่นครบทั้งสามภาค ซึ่งทั้งหมดนี้รวมอยู่ใน Complete Edition ที่วางจำหน่ายบน Steam และ Rockstar Games Launcher แล้ว Complete Edition ถือเป็นเวอร์ชันที่ดีที่สุดในการสัมผัส GTA IV โดยรวบรวมเนื้อเรื่องรวมแล้วกว่า 60 ถึง 70 ชั่วโมงจากทั้งสามเส้นเรื่องที่เชื่อมโยงกันไว้ในการซื้อเพียงครั้งเดียว







