Overview
Halo 5: Guardians เปิดตัวบน Xbox One ในเดือนตุลาคม 2015 พร้อมกับภารกิจสำคัญ นั่นคือการกู้คืนความเชื่อมั่นให้กับแฟรนไชส์หลังจากเจอปัญหาทางเทคนิคที่รุมเร้า The Master Chief Collection ในช่วงเปิดตัว ในส่วนของโหมดเนื้อเรื่อง (Campaign) ทาง 343 Industries ได้แบ่งการดำเนินเรื่องระหว่าง Blue Team ของ Master Chief และ Fireteam Osiris ของ Spartan Locke โดยส่งทั้งสองทีมออกเดินทางข้าม 3 โลกที่แตกต่างกัน ในขณะที่กองกำลังปริศนาที่เรียกว่า Guardians เริ่มทำลายล้างอารยธรรมต่างๆ โครงสร้างแบบสองทีมนี้ช่วยสร้างความตึงเครียดแบบไล่ล่า (Cat-and-mouse) ซึ่งเป็นสิ่งที่ซีรีส์นี้ไม่เคยทำมาก่อน
โหมดเนื้อเรื่องรองรับผู้เล่นสูงสุด 4 คนในรูปแบบออนไลน์ Co-op โดยผู้เล่นแต่ละคนจะควบคุม Spartan ที่แตกต่างกัน ความยากจะปรับตามจำนวนผู้เล่น และเพื่อนร่วมทีมที่เป็น AI ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีในตอนที่คุณเล่นคนเดียว แม้ว่าจะขาดการตัดสินใจที่เฉียบคมเหมือนผู้เล่นที่เป็นคนจริงๆ ก็ตาม ภารกิจต่างๆ ถือว่ายาวตามมาตรฐานของ Halo และฉากสำคัญบน Sanghelios และ Genesis ก็ถือเป็นฉากที่อลังการที่สุดในซีรีส์นี้

Halo 5: Guardians content image
Gameplay and mechanics
Halo 5 ได้นำเสนอระบบการเคลื่อนไหวใหม่ๆ ที่เปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ไปอย่างสิ้นเชิง:

Halo 5: Guardians content image
- Boost dodge สำหรับการหลบหลีกด้านข้าง
- Ground pound ท่าโจมตีจากกลางอากาศ
- Spartan charge ท่าพุ่งชนระยะประชิด
- Clamber สำหรับปีนป่ายขึ้นขอบกำแพง
- Stabilize thrusters สำหรับการเล็งกลางอากาศ
ระบบการเล็ง (Aiming down sights) สามารถใช้ได้กับทุกอาวุธ รวมถึง Battle Rifle และ Assault Rifle ซึ่งในภาคก่อนๆ ไม่มีตัวเลือกนี้ ทำให้ Halo เข้าใกล้ความเป็นเกมยิงสมัยใหม่มากขึ้นโดยไม่ทิ้งความรู้สึกการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและเน้นโมเมนตัมซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์นี้ แม้จะต้องใช้เวลาปรับตัวกับสมดุลใหม่ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่ให้ความรู้สึกรวดเร็วและเน้นการต่อสู้ในแนวตั้งมากกว่าภาคก่อนๆ

Halo 5: Guardians content image
Multiplayer and social
โหมด Multiplayer คือสิ่งที่ทำให้ Halo 5 โด่งดัง โดย Arena จะครอบคลุมโหมดการแข่งขันสุดคลาสสิกอย่าง Slayer, Breakout, Strongholds และ Capture the Flag ซึ่งทั้งหมดรันที่ 60fps แบบนิ่งๆ ส่วน Warzone คือส่วนเสริมที่ยิ่งใหญ่กว่า เป็นโหมดสเกลใหญ่ที่ผู้เล่น 12 คนสองทีมต้องแย่งชิงฐานและกำจัดบอสที่เป็น AI พร้อมทั้งใช้ REQ cards เพื่อเรียกยานพาหนะและอาวุธกลางแมตช์ ส่วน Warzone Assault จะเป็นการย่อโหมดนี้ให้เหลือแค่รูปแบบบุกและป้องกันเพื่อประสบการณ์ที่กระชับยิ่งขึ้น

Halo 5: Guardians content image
ระบบ REQ จะเชื่อมโยงกับการซื้อของในเกมผ่าน Card packs แต่ REQ cards จะใช้ได้เฉพาะใน Warzone เท่านั้น ทำให้โหมด Arena ปลอดภัยจากการเป็นเกม Pay-to-win โดยสิ้นเชิง ผู้เล่นสายแข่งขันสามารถไต่แรงค์ใน Arena ได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทและไม่เสียเปรียบเรื่องระบบการ์ดเลย
What does Forge add to Halo 5?
Forge ใน Halo 5 คือเวอร์ชันที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ซีรีส์นี้เคยมีมา งบประมาณในการวางวัตถุ (Object budget) สูงกว่า Halo 4 อย่างมาก การควบคุมแสงมีความยืดหยุ่นกว่า และตัวเลือกการเขียนสคริปต์ช่วยให้ครีเอเตอร์สร้างโหมดเกมใหม่ๆ ด้วย Logic triggers ได้ ชุมชนผู้เล่นได้สร้างแผนที่จำลองจาก Counter-Strike, โหมดเกมใหม่ๆ และสนามแข่งที่ 343 Industries นำไปบรรจุลงใน Matchmaking อย่างเป็นทางการ สำหรับผู้เล่นที่ชอบสร้างมากกว่าแข่ง Forge เพียงอย่างเดียวก็คุ้มค่าที่จะกลับมาเล่นเกมนี้แล้ว
Technical achievement
Halo 5 รันที่ 60fps แบบ Native ในทุกโหมด ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของ 343 Industries แม้ว่าจะต้องลดความละเอียดลงในโหมด Split-screen ก็ตาม การอัปเดตสำหรับ Xbox One X ช่วยดันความละเอียดไปถึง 4K พร้อมรายละเอียดพื้นผิว (Texture) ที่คมชัดขึ้นและระยะการมองเห็นที่ดีขึ้น ทำให้เป็นหนึ่งในเกมที่ภาพสวยสะอาดตาที่สุดบนฮาร์ดแวร์นั้น เซิร์ฟเวอร์ Multiplayer ยังคงเปิดใช้งานอยู่ และเวลาในการหาห้อง (Matchmaking) ใน Arena ก็ยังเร็วพอที่จะทำให้โหมดนี้เล่นได้สนุกแม้จะผ่านไปหลายปีแล้ว สำหรับเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่เน้นความแม่นยำ ประสิทธิภาพที่เสถียรนั้นสำคัญพอๆ กับฟีเจอร์อื่นๆ ในรายการเลยทีเดียว



