ภาพรวม
Helix Jump คือเกมแนว Arcade Platformer ที่พัฒนาและเผยแพร่โดย Voodoo เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 คอนเซปต์ของเกมนั้นเรียบง่ายสุดๆ: มีลูกบอลวางอยู่บนยอดหอคอยเกลียวที่ประกอบด้วยแท่นวางซ้อนกันเป็นชั้นๆ ซึ่งแต่ละชั้นจะมีช่องว่างเว้นไว้ในมุมที่ต่างกัน คุณต้องหมุนหอคอยไปทางซ้ายหรือขวาเพื่อให้ช่องว่างเหล่านั้นตรงกับลูกบอลที่กำลังตกลงมาเพื่อให้มันร่วงลึกลงไปเรื่อยๆ แต่ถ้าเผลอไปโดนส่วนที่เป็นสีๆ เข้าล่ะก็ เกมโอเวอร์ต้องเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นทันที

[VIDEO]
สิ่งที่ทำให้ Helix Jump กลายเป็นปรากฏการณ์ไม่ใช่ความซับซ้อน แต่เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามเลยต่างหาก เกมนี้ใช้ระบบการเล่น (Mechanic) เพียงอย่างเดียวแต่ทำออกมาได้ลึกซึ้งอย่างน่าประหลาด ยิ่งคุณดิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ แท่นวางก็จะยิ่งชิดกันมากขึ้น ช่องว่างก็จะแคบลง และหอคอยก็จะหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ การร่วงผ่านหลายๆ แท่นในการดิ่งครั้งเดียวจะทำให้เกิดเอฟเฟกต์ Combo ที่สะใจสุดๆ ซึ่งนี่แหละคือจุดที่วัดฝีมือ (Skill ceiling) ของผู้เล่นตัวจริง

เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจหลักของเกมคือการกะจังหวะหมุนและการจดจำรูปแบบ (Pattern recognition) โดยมีระบบสำคัญๆ ดังนี้:
- การควบคุมด้วยการแตะ (Single-tap) หรือปัดหน้าจอ (Swipe) เพื่อหมุนหอคอย
- การทำ Combo ดิ่งผ่านหลายแท่นเพื่อรับโบนัสคะแนน
- ความหนาแน่นของแท่นวางที่เพิ่มขึ้นในแต่ละเลเวล
- ส่วนที่เป็นสีซึ่งถือเป็นอุปสรรคที่จะทำให้เกมจบลงทันที
- ความเร็วของเกมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความลึกที่คุณดิ่งลงไป
หอคอยแต่ละชั้นถูกสร้างขึ้นแบบสุ่ม (Procedurally varied) ทำให้การเล่นแต่ละรอบไม่ซ้ำกันเลยแม้กฎพื้นฐานจะเหมือนเดิม ความยากของเกมถูกปรับมาให้ท้าทายพอที่จะทำให้ผู้เล่นสายฮาร์ดคอร์สนุกได้โดยไม่ทำให้มือใหม่รู้สึกท้อตั้งแต่ 30 วินาทีแรก
งานภาพและเสียง
Voodoo ออกแบบ Helix Jump มาด้วยสไตล์ภาพที่คลีนและมินิมอลซึ่งถือเป็นจุดแข็งของเกม สีสันที่สดใส แอนิเมชันที่ลื่นไหล และความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างแท่นที่ปลอดภัยกับส่วนที่เป็นอุปสรรค ทำให้คุณไม่ต้องเพ่งหน้าจอจนปวดตาเพื่อดูว่าพลาดท่าเสียชีวิตเพราะอะไร ฟิสิกส์ของลูกบอลให้ความรู้สึกมีน้ำหนักและตอบสนองได้ดีเยี่ยม แรงกระดอนที่เกิดขึ้นช่วยให้คุณตัดสินใจกะจังหวะในครั้งถัดไปได้แม่นยำขึ้น

งานเสียงก็มาในแนวทางเดียวกัน เอฟเฟกต์เสียงที่สั้นและกระชับช่วยเน้นจังหวะตอนลูกบอลตกลงไปและตอนทำ Combo เสียง "แคร็ก" ตอนร่วงผ่านหลายชั้นฟังแล้วรู้สึกฟินสุดๆ เกมไม่มีเพลงประกอบที่ซับซ้อนมาแย่งความสนใจ ทำให้คุณโฟกัสกับการเล่นได้อย่างเต็มที่
Helix Jump น่าเล่นบนแพลตฟอร์มต่างๆ หรือไม่?
เดิมที Helix Jump เป็นเกมมือถือ (Mobile-first) แต่ปัจจุบันได้ขยายไปลง PlayStation 4, Nintendo Switch, Xbox และ PC ผ่าน Steam โดยเวอร์ชัน PS4 มีราคาอยู่ที่ $4.99 การพอร์ตลงคอนโซลครั้งนี้ดูแลโดย QubicGames และรองรับผู้เล่นสูงสุดถึง 4 คน เพิ่มโหมด Local Multiplayer ที่เวอร์ชันมือถือไม่มี ระบบสั่น DUALSHOCK 4 บน PS4 ช่วยเพิ่มอรรถรสในการเล่นให้สัมผัสถึงแรงกระดอนของลูกบอลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สำหรับเวอร์ชันมือถือ เกมยังคงเล่นฟรีและมีระบบ In-app purchases ให้เลือกซื้อ การควบคุมด้วยระบบสัมผัสยังคงเป็นวิธีที่เข้ากับระบบหมุนหอคอยได้ดีที่สุด แต่เวอร์ชันคอนโซลก็ทำออกมาได้ดีผ่านการใช้ Analog stick สำหรับใครที่มองหาเกมแนว Arcade ไว้ทำคะแนนแข่งกันตอนนั่งเล่นกับเพื่อนบนโซฟา เวอร์ชัน Switch ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
Helix Jump ไม่ได้พยายามจะเป็นเกมที่ใช้เวลาเล่นนานถึง 40 ชั่วโมง เสน่ห์ของมันอยู่ที่การทำคะแนน: ดิ่งให้ลึกที่สุด ทำลายสถิติเดิมของตัวเอง แล้วเริ่มใหม่ การปลดล็อกของตกแต่ง (Cosmetic unlocks) ช่วยให้ผู้เล่นมีเป้าหมายในการกลับมาเล่นโดยไม่ทำให้ระบบหลักเสียสมดุล ซึ่งช่วยรักษาความสนุกในการแข่งขันไว้ได้ดี

ความคงกระพันของเกมนี้มาจากจุดเดียวกับเกม Arcade ระดับตำนานอื่นๆ นั่นคือ "ช่องว่างระหว่างสิ่งที่คุณรู้ว่าต้องทำ กับความไวของมือที่คุณทำได้จริง" ความตึงเครียดที่อัดแน่นอยู่ในหอคอยที่หมุนวนนี้เอง คือสิ่งที่ทำให้ Helix Jump ยังคงได้รับความนิยมแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 บนทุกแพลตฟอร์มหลัก











