• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Hellblade: Senua's Sacrifice Banner
  1. เกม
  2. Hellblade: Senua's Sacrifice
  3. ภาพรวม

Hellblade: Senua's Sacrifice

เกี่ยวกับ Hellblade: Senua's Sacrifice

สตูดิโอ

Ninja Theory

เว็บไซต์

www.hellblade.com

วันวางจำหน่าย

August 7th 2017

Hellblade: Senua's Sacrifice Logo
Hellblade: Senua's Sacrifice
การจำลองการผจญภัยอินดี้

สัมผัสประสบการณ์เกมแอ็กชันผจญภัยสุดระทึกใน Hellblade: Senua's Sacrifice นำทางนักรบสาวฝ่าโลกนอร์สด้วยการต่อสู้ ปริศนา และความหลอนทางจิตวิทยาที่สมจริง

ผู้พัฒนา

Ninja Theory

วันวางจำหน่าย

August 7th 2017

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Hellblade: Senua's Sacrifice จะพาคุณดำดิ่งสู่จิตใจที่แตกสลายของนักรบสาวผู้เดินทางสู่ยมโลกนอร์สเพื่อทวงคืนวิญญาณคนรัก เกมนี้สร้างโดยทีมงาน Ninja Theory ที่ตัด HUD และบทสอนเล่นออก เพื่อให้คุณเผชิญกับเสียงกระซิบหลอนประสาท นี่คือหนึ่งในเกมที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ลึกซึ้งและน่าขนลุกที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 1
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 2
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 3
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 4
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 5
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 6
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 7
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 8
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 9
Hellblade: Senua's Sacrifice Gallery 10
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Hellblade: Senua's Sacrifice คือเกมแนว Action-Adventure มุมมองบุคคลที่สามที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Ninja Theory ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนสิงหาคม 2017 ตัวเกมนำเสนอเรื่องราวที่ผสมผสานระหว่างตำนานนอร์ส (Norse mythology) และวัฒนธรรมเซลติก (Celtic culture) โดยติดตามการเดินทางของ Senua นักรบเผ่า Pict จาก Orkney ที่ต้องแบกศีรษะของ Dillion คนรักที่เสียชีวิตไปแล้วเดินทางเข้าสู่ Helheim เพื่อต่อรองกับเทพี Hela เกมนี้ถูกสร้างขึ้นโดยทีมงานเพียง 20 คน ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับเกมที่มีคุณภาพงานภาพและระบบการเล่นระดับเกมฟอร์มยักษ์ (AAA)

สิ่งที่ทำให้ Hellblade โดดเด่นกว่าเกมแอ็กชันอื่น ๆ คือการถ่ายทอดสภาวะจิตหลอน (Psychosis) ออกมาได้อย่างสมจริงและตรงไปตรงมา Ninja Theory ได้ร่วมงานกับนักประสาทวิทยาและผู้ป่วยที่มีภาวะนี้โดยตรงเพื่อออกแบบสภาวะทางจิตของ Senua ผลลัพธ์ที่ได้คือเกมที่ความจริงไม่สามารถเชื่อถือได้ และเสียงในหัวของ Senua ไม่ใช่แค่กิมมิค (Gimmick) แต่เป็นเลนส์หลักที่ผู้เล่นใช้สัมผัสทุกอย่างในเกม

ระบบการเล่นและกลไก (Gameplay and mechanics)

Core loop ของ Hellblade จะสลับไปมาระหว่างการต่อสู้ระยะประชิดและการไขปริศนาตามฉาก การต่อสู้จะเป็นแบบหนึ่งต่อหนึ่งที่ต้องใช้สมาธิสูง โดย Senua จะต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักรบนอร์สและสัตว์ประหลาดในตำนานด้วยชุดท่าโจมตี การปัดป้อง (Parry) และความสามารถ Focus ที่ช่วยหน่วงเวลา เกมนี้ไม่มีระบบสอนเล่น (Tutorial), ไม่มี HUD และไม่มีตัวช่วยบอกบนหน้าจอ แต่จะมีเสียงในหัวคอยนำทางคุณแทน

กลไกสำคัญประกอบด้วย:

  • ระบบเสียง Binaural audio ที่คอยเตือนเมื่อมีการโจมตีเข้ามา
  • กลไก Focus สำหรับหน่วงเวลาในการต่อสู้
  • ปริศนาจับคู่สัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับการรับรู้ของ Senua
  • ไม่มี HUD หรือ UI แบบดั้งเดิม
  • ความเสี่ยงที่จะตายถาวร (Permadeath) ผ่านระบบ Rot

ในส่วนของปริศนา Senua ต้องจัดวางรูปร่างในฉากให้กลายเป็นรูน (Runes) ซึ่งเป็นกลไกที่เชื่อมโยงโดยตรงกับการรับรู้ที่บิดเบี้ยวของเธอ ภาวะจิตหลอนของเธอกลายเป็นเครื่องมือสำคัญแทนที่จะเป็นแค่การเล่าเรื่อง ทำให้เธอสามารถมองเห็นรูปแบบที่คนปกติมองไม่เห็น

Hellblade ถ่ายทอดเรื่องอาการป่วยทางจิตอย่างไร?

การถ่ายทอดภาวะจิตหลอนของ Hellblade เป็นฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและก็มีเหตุผลที่ดี ระบบเสียง Binaural ที่บันทึกมาเพื่อจำลองความรู้สึกของเสียงที่ดังอยู่ในหัวของคุณนั้น แนะนำอย่างยิ่งให้เล่นผ่านหูฟัง ซึ่งตัวเกมก็ได้แนะนำไว้ตั้งแต่เริ่มเกม เสียงต่าง ๆ จะถกเถียงกัน ขัดแย้งกัน และบางครั้งก็ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอาการหูแว่ว (Auditory hallucinations) ทำงานอย่างไรจริง ๆ

การร่วมมือของ Ninja Theory กับนักประสาทวิทยาและผู้ป่วยภาวะจิตหลอน ไม่ได้ส่งผลแค่การออกแบบเสียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพหลอนที่ Senua พบเจอด้วย สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ใบหน้าที่ปรากฏบนพื้นผิววัตถุ และเส้นแบ่งระหว่างความทรงจำกับความจริงในปัจจุบันที่พังทลายลง ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างตั้งใจ ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม

โลกและบรรยากาศในเกม

Helheim ใน Hellblade ไม่ใช่ยมโลกที่ดูสวยหรูเหมือนเกมแฟนตาซีทั่วไป แต่มันมืดมน เสื่อมโทรม และเต็มไปด้วยอันตราย เต็มไปด้วยโครงสร้างไม้ขนาดใหญ่ หมู่บ้านที่ถูกเผา และศัตรูที่สวมหน้ากากสุดสยอง บรรยากาศช่วงปลายศตวรรษที่ 8 นี้อ้างอิงจากแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์และตำนานจริง โดยถูกกรองผ่านการรับรู้ที่เชื่อถือไม่ได้ของ Senua

ผู้นำทางของ Senua ผ่านโลกนี้คือความทรงจำของ Druth อดีตทาสของชาวนอร์สผู้ที่เคยสอนตำนานต่าง ๆ ให้เธอก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เสียงของเขาเป็นหนึ่งในเสียงที่เธอได้ยิน ซึ่งผสมผสานความรู้ทางประวัติศาสตร์เข้ากับความโศกเศร้าส่วนตัวได้อย่างลึกซึ้ง

งานภาพและการออกแบบเสียง

การเคลื่อนไหว สีหน้า และปฏิกิริยาของ Senua ถูกถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยี Full motion capture และการแสดงของ Melina Juergens ก็ได้รับคำชมอย่างกว้างขวาง คุณภาพงานภาพของเกมนี้ถือว่าน่าทึ่งมากสำหรับขนาดทีมงานเท่านี้ ด้วยสภาพแวดล้อมที่มีรายละเอียดสูงและแอนิเมชันตัวละครที่ยังคงดูดีแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี

การออกแบบเสียงถือเป็นความสำเร็จที่แท้จริง ระบบ Binaural mix สร้างมิติของเสียงที่เปลี่ยนตำแหน่งตามการเคลื่อนไหวของ Senua ทำให้การสวมหูฟังให้ความรู้สึกสับสนจนน่าขนลุก ซึ่งเข้ากับโทนของเกมแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยาได้เป็นอย่างดี การเล่น Hellblade ผ่านหูฟังกับการเล่นผ่านลำโพงแทบจะเป็นคนละประสบการณ์กัน และการเล่นผ่านหูฟังคือวิธีที่แนะนำที่สุด