• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Hotline Miami Banner
  1. เกม
  2. Hotline Miami
  3. ภาพรวม

Hotline Miami

เกี่ยวกับ Hotline Miami

สตูดิโอ

Dennaton Games

เว็บไซต์

www.hotlinemiami.com

วันวางจำหน่าย

October 23rd 2012

Hotline Miami Logo
Hotline Miami
การกระทำอินดี้เกมยิง

สัมผัสความเดือดใน Hotline Miami เกมแอ็กชันมุมมองจากด้านบนปี 1989 ที่ให้คุณบุกตะลุยกำจัดศัตรูด้วยความเร็วและโหดดิบสไตล์อาร์เคดสุดมันส์!

ผู้พัฒนา

Dennaton Games

วันวางจำหน่าย

October 23rd 2012

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Hotline Miami ไม่มีการออมมือ! เตรียมตัวให้พร้อมกับความเดือดในเมือง Miami ยุค 80 ที่เต็มไปด้วยแสงนีออน เกมแอ็กชันสุดดิบจาก Dennaton Games ที่จะพาคุณไปสัมผัสการต่อสู้สุดระห่ำและฉากยิงกันที่ต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาที พร้อมเนื้อเรื่องสุดหลอนที่จะทำให้คุณหยุดเล่นไม่ได้!

Hotline Miami Gallery 1
Hotline Miami Gallery 2
Hotline Miami Gallery 3
Hotline Miami Gallery 4
Hotline Miami Gallery 5
Hotline Miami Gallery 6
Hotline Miami Gallery 7
Hotline Miami Gallery 8
Hotline Miami Gallery 9
Hotline Miami Gallery 10

ภาพรวม

Hotline Miami คือเกมแนว Top-down shooter และ Close-quarters brawler (เกมยิงมุมมองจากด้านบนและต่อสู้ระยะประชิด) ที่พัฒนาโดย Dennaton Games และจัดจำหน่ายโดย Devolver Digital วางจำหน่ายครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2012 ตัวเกมจะพาผู้เล่นเข้าสู่โลกของ Miami ในปี 1989 ฉบับดัดแปลง ที่ซึ่งมือสังหารหน้านิ่งผู้สวมหน้ากากปริศนาได้รับข้อความจากเครื่องตอบรับอัตโนมัติให้ไปจัดการเป้าหมายตามสถานที่ต่างๆ สิ่งที่ตามมาคือการนองเลือดและการไล่ล่าสังหารแก๊งอาชญากรอย่างเป็นระบบ ผ่านเนื้อเรื่องที่แตกกระจายจนทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตลอดเวลา

เอกลักษณ์ทางภาพของเกมนี้โดดเด่นสุดๆ ด้วยมุมมองแบบ Top-down (มุมมองจากด้านบน) ที่เรนเดอร์ด้วยกราฟิกพิกเซลนีออนสีฉูดฉาด ซึ่งทำให้ความรุนแรงในเกมดูเป็นศิลปะและมีความเป็นนามธรรมไปในตัว ทุกด่านคือการออกแบบผังห้อง ทางเดิน และศัตรูที่ถืออาวุธครบมือ ความท้าทายคือการหาวิธีเคลียร์ด่านโดยไม่ตายภายใน 3 วินาทีแรก ความตายในเกมนี้เกิดขึ้นไวมาก แต่การกดเริ่มใหม่ (Restart) นั้นไวกว่า ซึ่งลูป (Loop) การเล่นแบบนี้แหละคือหัวใจหลักของเกม

เกมเพลย์และระบบการเล่น

Core loop (ระบบหลัก) ของ Hotline Miami แท้จริงแล้วคือเกมแนว Puzzle (ปริศนา) ในคราบเกมยิง แต่ละด่านจะมีแผนที่ที่เต็มไปด้วยศัตรู และการโดนโจมตีเพียงครั้งเดียวก็ทำให้คุณตายได้ทันที โจทย์ไม่ใช่แค่การฆ่าทุกคนให้หมด แต่คือการวางแผนว่าจะฆ่าใครก่อน ใช้อาวุธอะไร และจะหลบเลี่ยงศัตรูที่ดักรออยู่หลังประตูที่คุณไม่ได้เช็กได้อย่างไร

ระบบหลักที่นิยามประสบการณ์การเล่น:

  • ระบบหน้ากาก (Mask system) ที่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวละคร
  • ระบบ One-hit kill (ตายในนัดเดียว) ทั้งผู้เล่นและศัตรู
  • อาวุธระยะประชิด, ปืน และอาวุธขว้าง
  • การให้คะแนนเป็นระดับตัวอักษรตามความเร็วและสไตล์การเล่น
  • อาวุธที่ปลดล็อกได้ตามผลงาน

ระบบหน้ากากคือจุดที่ทำให้เกมนี้มี Replay value (ความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำ) สูงมาก หน้ากากแต่ละแบบจะมอบ Passive ability (ความสามารถติดตัว) ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การเริ่มด่านพร้อมอาวุธเฉพาะ ไปจนถึงการทำให้ศัตรูตอบสนองต่อเสียงที่ต่างออกไป การเปลี่ยนหน้ากากระหว่างการเล่นแต่ละรอบจะเปลี่ยนวิธีการผ่านด่านไปโดยสิ้นเชิง ทำให้ Hotline Miami เป็นเกมที่เล่นซ้ำได้สนุกอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ใช้เวลาเคลียร์จบเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

โลกและบรรยากาศในเกม

ฉากหลังของ Miami ในปี 1989 ฉบับดัดแปลงไม่ได้มีไว้แค่สวยงามเท่านั้น แต่เกมใช้ยุคสมัยนี้สร้างความรู้สึกหวาดระแวงที่อบอวลไปด้วยความฟุ้งเฟ้อและความหวาดระแวงของอเมริกาในช่วงปลายยุคสงครามเย็น ผ่านมุมมองของหนังอาชญากรรม เนื้อเรื่องถูกถ่ายทอดผ่าน Cutscene สั้นๆ ที่ชวนสับสน ซึ่งมีตัวละครสวมหน้ากากสัตว์ พนักงานร้านสะดวกซื้อที่ดูเหมือนจะรู้อะไรมากเกินไป และตัวเอกที่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือความจริง

เนื้อเรื่องจงใจปิดบังคำตอบเอาไว้ ผู้เล่นต้องปะติดปะต่อเรื่องราวจากเศษเสี้ยวข้อมูล และถึงอย่างนั้นภาพรวมก็ยังคงคลุมเครือ ความกำกวมนี้ไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่มันคือจุดประสงค์ของเกม เกมกำลังตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นกับความรุนแรงในเกม โดยที่ไม่ต้องเฉลยคำถามออกมาตรงๆ

การออกแบบภาพและเสียง

สไตล์ Pixel art (ศิลปะพิกเซล) ที่มีความละเอียดต่ำช่วยสร้างระยะห่างระหว่างผู้เล่นกับความโหดร้ายบนหน้าจอ ในขณะเดียวกันก็ทำให้มันดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด เลือดที่สาดกระจายบนพื้นดูแบนราบ ศพยังคงนอนอยู่ที่เดิมในจุดที่ตาย ผลลัพธ์ทางภาพจากการเคลียร์ห้องได้สำเร็จให้ความรู้สึกพึงพอใจแบบดิบๆ ซึ่งสไตล์ภาพของเกมช่วยขับเน้นความรู้สึกนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ซาวด์แทร็กคืออีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญของเกม เพลงประกอบแนวอิเล็กทรอนิกส์ของ Hotline Miami ที่ได้ศิลปินอย่าง Perturbator, Jasper Byrne และ El Huervo มาร่วมงาน ถือเป็นหนึ่งในซาวด์แทร็กเกมที่มีอิทธิพลมากที่สุดในยุคนั้น จังหวะดนตรีที่เร้าใจเข้ากับจังหวะของเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปลี่ยนให้แต่ละด่านกลายเป็นการเต้นรำที่รุนแรงมากกว่าจะเป็นแค่การยิงกันทั่วไป การออกแบบเสียงได้รับคำชมอย่างมากจากนักวิจารณ์ตั้งแต่วันที่วางจำหน่าย และจนถึงทุกวันนี้ซาวด์แทร็กของเกมก็ยังคงถูกเปิดฟังอย่างแพร่หลาย