ภาพรวม
Indiana Jones and the Fate of Atlantis คือเกมแนว Point-and-click adventure ที่สร้างขึ้นบนเอนจิ้น SCUMM ของ LucasArts ซึ่งเป็นระบบสคริปต์ตัวเดียวกับที่ขับเคลื่อนเกมระดับตำนานอย่าง Monkey Island และ Maniac Mansion โดยผู้เล่นจะต้องสร้างแอ็กชันต่างๆ ด้วยการผสมผสานคำกริยาที่กำหนดไว้เข้ากับวัตถุและตัวละครในฉาก ซึ่งเป็นปรัชญาการออกแบบที่เน้นการใช้ไหวพริบและการคิดนอกกรอบมากกว่าการอาศัยรีเฟล็กซ์ เกมนี้วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 1992 และถูกนำกลับมาทำใหม่ในรูปแบบ CD-ROM ในเวอร์ชัน "Talkie" ที่มาพร้อมกับเสียงพากย์เต็มรูปแบบและเอฟเฟกต์เสียงแบบดิจิทัล ซึ่งเวอร์ชันที่ได้รับการปรับปรุงนี้เองคือสิ่งที่คุณจะได้พบใน Steam
เนื้อเรื่องจะติดตามการผจญภัยของ Indiana Jones และ Sophia Hapgood อดีตนักโบราณคดีที่ผันตัวมาเป็นผู้มีพลังจิต ในขณะที่พวกเขาต้องแข่งกับเวลาเดินทางไปทั่วโลกเพื่อตามหา Atlantis ก่อนที่พวกนาซีจะนำพลังของมันไปใช้เป็นอาวุธ พล็อตเรื่องให้ความรู้สึกเหมือนภาพยนตร์อย่างแท้จริง โดยถ่ายทอดโทนของซีรีส์หนังออกมาได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเหตุการณ์ในภาพยนตร์โดยตรง Sophia ถือเป็นตัวละครร่วมที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่ตัวประกอบที่เดินตามไปวันๆ ส่วนเหล่าศัตรูที่เป็นนาซีก็ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นและเดิมพันที่สูงลิ่วให้กับการผจญภัยครั้งนี้
เส้นทางทั้งสามคืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร?
จุดเด่นที่สุดของโครงสร้างเกมใน Fate of Atlantis คือระบบเลือกเส้นทาง ซึ่งจะแบ่งเกมออกเป็น 3 ประสบการณ์ที่แตกต่างกันหลังจากจบองก์แรก:

Indiana Jones® and the Fate of Atlantis™ content image
- Wits path: เน้นการแก้ปริศนาแบบฉายเดี่ยว
- Fists path: เน้นการต่อสู้และเผชิญหน้าแบบแอ็กชัน
- Team path: เน้นการแก้ปริศนาแบบร่วมมือ โดยมี Sophia เป็นเพื่อนร่วมทางตลอดการเดินทาง
แต่ละเส้นทางจะมีปริศนาที่เป็นเอกลักษณ์ สถานที่ที่แตกต่าง และจังหวะของเนื้อเรื่องที่เปลี่ยนไป ทำให้เกมนี้มี Replay value หรือความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำที่ฝังอยู่ในดีไซน์หลักของเกม สำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ เส้นทาง Team path มักถูกยกให้เป็นเส้นทางที่น่าประทับใจที่สุดเพราะช่วยพัฒนาตัวละคร Sophia ได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าใครชอบดีไซน์ปริศนาที่เฉียบคมที่สุด ต้องยกให้เส้นทาง Wits path เลย

Indiana Jones® and the Fate of Atlantis™ content image
เกมเพลย์และกลไก
อินเทอร์เฟซแบบ SCUMM ช่วยให้ผู้เล่นมีคลังคำกริยาสำหรับโต้ตอบกับโลกในเกม การคลิกเลือกคำสั่งอย่าง "Use" (ใช้), "Pick up" (หยิบ), "Talk to" (คุยกับ) และคำสั่งอื่นๆ กับวัตถุหรือตัวละครคือระบบควบคุมทั้งหมดของเกม ซึ่งฟังดูเรียบง่ายแต่กลับสร้างปริศนาที่มีความลึกซึ้งได้อย่างเหลือเชื่อ การจัดการ Inventory (ช่องเก็บของ) มีความสำคัญตลอดทั้งเกม และหลายวิธีแก้ปริศนาต้องอาศัยการผสมไอเทมในแบบที่ดูฉลาดและสมเหตุสมผล ไม่ใช่การสุ่มมั่วๆ เกมนี้ไม่เคยพึ่งพาการไล่คลิกหาพิกเซล (pixel-hunting) หรือตรรกะแบบเกมผจญภัยที่ไร้เหตุผล วิธีแก้ปริศนาส่วนใหญ่มีความสอดคล้องในตัวเองที่ยังคงเล่นได้สนุกจนถึงปัจจุบัน
เวอร์ชัน Talkie ที่มีให้เล่นบน Steam ได้เพิ่มเสียงพากย์ที่ทำออกมาได้ดีอย่างน่าประทับใจ เหล่านักพากย์ช่วยเติมชีวิตชีวาให้กับตัวละครโดยไม่กลบงานเขียนบท และเอฟเฟกต์เสียงแบบดิจิทัลก็ช่วยเพิ่มมิติให้กับสภาพแวดล้อมในเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่เวอร์ชันฟลอปปีดิสก์ดั้งเดิมไม่มี

Indiana Jones® and the Fate of Atlantis™ content image
อิทธิพลและตำนาน
Fate of Atlantis มักถูกกล่าวถึงเคียงคู่กับ Grim Fandango และ Day of the Tentacle ในฐานะหนึ่งในผลงานระดับขึ้นหิ้งของยุคเกมผจญภัยจาก LucasArts เกมนี้มาในช่วงที่แนวเกมนี้กำลังสร้างผลงานที่ทะเยอทะยานที่สุด และมันก็ทำได้ดีเยี่ยมด้วยการเป็นเกมที่สร้างจากลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ ซึ่งปกติอาจกลายเป็นแค่เกมขายชื่อเสียง แต่ LucasArts กลับทำออกมาเป็นเรื่องราวต้นฉบับที่ยอดเยี่ยม แฟนๆ หลายคนถึงกับบอกว่ามันถ่ายทอดจิตวิญญาณของตัวละคร Indiana Jones ได้ดีกว่าภาพยนตร์บางภาคเสียอีก
การวางจำหน่ายบน Steam ยังคงรักษาเวอร์ชัน CD-ROM Talkie เอาไว้โดยไม่มีการดัดแปลงที่สำคัญ ซึ่งหมายความว่าเกมสามารถรันได้ทั้งบน Windows และ macOS สำหรับผู้เล่นที่พลาดช่วงยุคทองของเกมแนว Point-and-click adventure ไป Fate of Atlantis ยังคงเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดของแนวเกมนี้ ด้วยการผสมผสานดีไซน์ปริศนาที่เข้าถึงง่ายเข้ากับเนื้อเรื่องที่ชวนลุ้นระทึกจนวางไม่ลง

Indiana Jones® and the Fate of Atlantis™ content image








