ภาพรวม
Kingdom Two Crowns คือเกมแนววางแผนและบริหารจัดการทรัพยากรแบบ Side-scrolling ที่มาพร้อมกับลูปการเล่นที่ดูเหมือนจะเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความลึกซึ้ง ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นกษัตริย์ (Monarch) ขี่ม้าไปมาในโลกที่ถูกสร้างขึ้นแบบสุ่ม (Procedurally generated) คอยโยนเหรียญเพื่อจ้างชาวบ้าน สร้างกำแพง และติดอาวุธให้ทหาร ก่อนที่ความมืดจะมาเยือนพร้อมกับเหล่า Greed สัตว์ประหลาดที่มีเป้าหมายเดียวคือการทำลายทุกอย่างที่คุณสร้างและขโมยมงกุฎไป งานภาพสไตล์ Pixel art นั้นดูสะอาดตาและเต็มไปด้วยบรรยากาศ โดยตัวเกมแทบจะสื่อสารทุกอย่างผ่านภาพโดยไม่ต้องพึ่งพาข้อความหรือบทสอนเล่น (Tutorial) เลย
Kingdom Two Crowns วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2018 โดย Noio และจัดจำหน่ายโดย Raw Fury ถือเป็นภาคที่ 3 ของซีรีส์ Kingdom และเป็นภาคที่จัดเต็มที่สุด โหมดแคมเปญจะท้าทายให้เหล่ากษัตริย์ไม่เพียงแค่ต้องเอาชีวิตรอดในแต่ละคืน แต่ต้องกำจัดเหล่า Greed ให้สิ้นซาก ซึ่งต้องอาศัยการออกสำรวจข้ามเกาะต่างๆ เพื่อค้นหาสัตว์ขี่ (Mounts) ความลับ และเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณต้านทานพวกมันได้อย่างถาวร

Kingdom Two Crowns content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจสำคัญของ Kingdom Two Crowns คือระบบเศรษฐกิจที่ตึงมือ เหรียญจะไหลเข้าจากฟาร์มและรางวัลจากฤาษี (Hermit) แต่ก็จะไหลออกอย่างรวดเร็วเมื่อต้องสร้างหอคอย อัปเกรดกำแพง หรือจ่ายค่าจ้างให้พลธนูและช่างก่อสร้าง ทุกการตัดสินใจใช้จ่ายมีความหมาย เพราะความโหดของเหล่า Greed จะเพิ่มขึ้นตามความคืบหน้า หากป้องกันฝั่งใดฝั่งหนึ่งไม่ดีพอ สิ่งที่สร้างมาอย่างยากลำบากตลอดหลายวันอาจพังทลายลงได้ในการบุกเพียงคืนเดียว

Kingdom Two Crowns content image
ระบบหลักที่ทำให้เกมนี้โดดเด่น:
- การจ้างงานและการก่อสร้างด้วยระบบเหรียญ
- วงจรกลางวันและกลางคืนที่เหล่า Greed จะบุกหนักขึ้นเรื่อยๆ
- การสำรวจข้ามเกาะและความคืบหน้าของแคมเปญ
- การค้นหาสัตว์ขี่ (Mounts) ที่เปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนที่และความสามารถพิเศษ
- ระบบตายถาวร (Permanent death) หากมงกุฎถูกขโมยไป
เดิมพันที่สูงลิ่วทำให้ทุกการเล่น (Run) รู้สึกมีความหมาย การเสียมงกุฎจะทำให้กษัตริย์ต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ที่เกาะก่อนหน้า แต่โลกของเกมยังคงอยู่ ทำให้การสร้างอาณาจักรใหม่มีความรู้สึกที่ต่างออกไปจากการเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่ต้น
Co-op เพิ่มอะไรให้กับ Kingdom Two Crowns?
โหมด Co-op คือสิ่งที่ทำให้ Kingdom Two Crowns แตกต่างจากภาคก่อนหน้า กษัตริย์สองพระองค์สามารถเล่นด้วยกันได้ทั้งแบบ Local หรือออนไลน์ โดยสามารถเข้าหรือออกเกมได้ตลอดเวลา มงกุฎที่สองไม่ใช่แค่ตัวละครเสริมที่ไร้บทบาท การที่ผู้เล่นสองคนต้องแบ่งพื้นที่กันหมายถึงการขยายอาณาจักรที่รวดเร็วขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการแบ่งความสนใจ และการประสานงานกันว่าใครจะเน้นรุกหรือเน้นรับก็กลายเป็นชั้นเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ ความไม่สมมาตรของการที่ผู้เล่นสองคนต้องบริหารจัดการเหรียญที่มีอยู่อย่างจำกัดร่วมกัน สร้างความตึงเครียดที่การเล่นคนเดียวไม่สามารถมอบให้ได้

Kingdom Two Crowns content image
ธีมของฉากและความลึกของเนื้อหา
นอกจากฉากยุคกลางที่เป็นพื้นฐานแล้ว Kingdom Two Crowns ยังมาพร้อมกับส่วนเสริม (Expansion) อีกสองธีมที่รวมอยู่ในตัวเกม Dead Lands ได้รับแรงบันดาลใจจากความสยองขวัญแบบโกธิค ให้ผู้เล่นได้รับบทเป็น Shardbinder Miriam จากเกม Bloodstained: Ritual of the Night พร้อมสัตว์ขี่เฉพาะตัวอย่างด้วงที่วางกับดักได้ และม้าผีดิบที่เรียกกำแพงขึ้นมาป้องกันได้ ส่วนธีม Shogun จะเปลี่ยนบรรยากาศไปสู่ญี่ปุ่นยุคศักดินา เพิ่มยูนิตนินจา กษัตริย์ Onna-bugeisha และสัตว์ขี่ในตำนานอย่าง Kirin ซึ่งแต่ละอย่างจะเปลี่ยนวิธีการต่อสู้และการป้องกันไปอย่างสิ้นเชิง
ธีมเหล่านี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอก แต่ละธีมนำเสนอยูนิตประเภทใหม่ ความสามารถของสัตว์ขี่ และอุปสรรคในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ป่าไผ่ในธีม Shogun ที่บดบังการเคลื่อนที่ของศัตรูในแบบที่ทุ่งหญ้ายุคกลางทำไม่ได้

Kingdom Two Crowns content image
การออกแบบภาพและเสียง
งาน Pixel art ใน Kingdom Two Crowns ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม วงจรกลางวันและกลางคืนช่วยเปลี่ยนโทนสีของเกมได้อย่างน่าทึ่ง การเปลี่ยนผ่านจากยามบ่ายที่อบอุ่นไปสู่การจู่โจมในยามค่ำคืนที่ตึงเครียดช่วยสื่อถึงอันตรายได้โดยไม่ต้องมี UI มาคอยบอก แต่ละธีมก็มีเอกลักษณ์ทางภาพของตัวเอง ตั้งแต่โทนสีเทาและม่วงหม่นๆ ของ Dead Lands ไปจนถึงโทนสีเอิร์ธโทนที่อบอุ่นและรายละเอียดสถาปัตยกรรมของ Shogun
การออกแบบเสียงก็เข้ากับแนวทางมินิมอลของเกม เพลงประกอบที่เรียบง่ายแต่ซ้อนทับกันหลายชั้นจะเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวันและความรุนแรงของการบุกของเหล่า Greed สัญญาณเสียงที่บ่งบอกถึงการมาของศัตรูนั้นแม่นยำมากจนผู้เล่นที่ช่ำชองสามารถประเมินระดับความอันตรายได้เพียงแค่ฟัง ซึ่งเป็นสัญญาณเล็กๆ แต่ชัดเจนของการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดของเกมนี้




