สตูดิโอผู้พัฒนาเกมนี้ได้ทิ้งโปรเจกต์และไม่มีการอัปเดตข้อมูลใดๆ เพิ่มเติม ข้อมูลในหน้านี้เป็นข้อมูลล่าสุดที่เปิดเผยต่อสาธารณะ
บทนำ
เกมแนวตะลุยดันเจี้ยน (Dungeon Crawler) แบบไม่รู้จบเป็นแนวเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมหาศาล โดยมีเกมระดับเทพมากมายทั้งจากสตูดิโอใหญ่และค่ายอินดี้ ไม่ว่าจะเป็น Hades, Hollow Knight, Dead Cells และอื่นๆ อีกเพียบ ในฝั่งของวงการ Web3 Gaming ก็เริ่มเห็นสัญญาณการเติบโตของแนวเกมนี้ และ Koakuma ก็กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในตลาด Koakuma เป็นเกม MMORPG แนวตะลุยดันเจี้ยนที่มีสไตล์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์ มีความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำสูง (Replayability) และมีระบบที่ซับซ้อนให้ผู้เล่นได้ค่อยๆ ศึกษา
เนื้อเรื่องของเกมจะเกิดขึ้นภายใน Laria โดยคุณได้รับมอบหมายให้กำจัดศัตรูระหว่างทางเพื่อปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ ต่างจากเกมทั่วไปที่อุปกรณ์สวมใส่เป็นเพียงแค่ของตกแต่งหรือของสะสม แต่ใน Koakuma ผู้เล่นจะได้เป็นเจ้าของอุปกรณ์เหล่านั้นรวมถึงไอเทม NFT ต่างๆ ที่ดรอปจากการผจญภัยของคุณจริงๆ
ตัวละคร
Koakuma ดึงคุณเข้าสู่โลกแห่ง Laria ได้อย่างอยู่หมัด โดยตัวละครทั้ง 5 ตัวจะสะท้อนสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันให้ผู้เล่นได้เลือกสรร ตัวละครที่เปิดเผยออกมาแล้ว 2 ตัวคือ Grane และ Casey โดย Casey เป็นสายไฟต์เตอร์ที่รวดเร็วและคล่องตัว (Agile) ซึ่งจะคอยพุ่งเข้าใส่ศัตรูเพื่อทำดาเมจแบบเบิร์ส (Burst Damage) ได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ Grane จะเหมาะกับการต่อสู้ระยะยาวมากกว่า ด้วยชุดสกิลที่ทำให้เขาเป็นสายบรูเซอร์ (Bruiser) ที่สามารถยืนรับดาเมจได้อึดพร้อมกับเหวี่ยงดาบเข้าใส่ศัตรู
รายชื่อสไตล์การเล่นทั้ง 5 แบบ รวมถึงตัวละครที่ยังไม่เปิดเผยชื่อมีดังนี้:
- Fighter - Grane
- Assassin - Casey
- Tank
- Mage
- Archer
สกิล
สกิลคือความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของตัวละครที่คุณเล่น โดยปกติแล้วจะทรงพลังกว่าการโจมตีปกติและมีคูลดาวน์ (Cooldown) ตามความแรงของสกิลนั้นๆ สกิลสามารถแบ่งออกได้หลายประเภท บางสกิลออกแบบมาเพื่อทำดาเมจโดยตรง, ฮีลเลือดให้ฮีโร่ของคุณ, บัฟ (Buff) ค่าสถานะ หรือดีบัฟ (Debuff) ศัตรู คุณจำเป็นต้องทำความคุ้นเคยกับสกิลของฮีโร่เพื่อดึงศักยภาพสูงสุดออกมา
นอกจากเรื่องคูลดาวน์แล้ว สกิลใน Koakuma ยังใช้ระบบที่คล้ายกับเกมอย่าง League of Legends คือการร่ายสกิลจะใช้มานา (Mana) หรือค่าความโกรธ (Rage) ขึ้นอยู่กับบทบาทของฮีโร่คุณ เมื่อคุณใช้สกิล มานาที่ฟื้นฟูได้ตามเวลา หรือค่าความโกรธที่เพิ่มขึ้นจากการโจมตี จะถูกใช้ไปตามฮีโร่/บทบาทที่คุณเลือก

ตัวอย่างเช่น เมื่อเมจ (Mage) ร่ายลูกไฟ จะต้องใช้มานาจำนวนหนึ่ง ในขณะที่นักรบ (Warrior) จะใช้ค่าความโกรธแทน หากมานาหรือแถบความโกรธของฮีโร่คุณต่ำเกินไป คุณจะไม่สามารถใช้สกิลได้แม้ว่าคูลดาวน์จะเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม
รูน (Runes)
รูนเป็นระบบที่พบได้ในเกม RPG หลายเกมและมีความสำคัญมากในการทำให้ตัวละครของคุณเก่งขึ้น เกมยอดนิยมที่ใช้รูนเพื่อเพิ่มความสามารถใหม่ให้กับอุปกรณ์ ได้แก่ God of War และ The Witcher III: Wild Hunt ซึ่ง Koakuma ได้นำระบบรูนมาปรับใช้ในแบบของตัวเองด้วยรายละเอียดที่ใส่ใจและงานภาพที่จัดเต็ม
รูนแต่ละอันที่ใส่ลงในอาวุธหรือสกิลจะสามารถเปลี่ยนอนิเมชันในเกมได้เลย ขึ้นอยู่กับระดับความหายาก (Rarity) หน้าที่หลักของมันคือการเพิ่มประสิทธิภาพของสกิล โดยสามารถฝังรูนได้เพียงหนึ่งอันต่อหนึ่งสกิลเท่านั้น ตัวอย่างเช่น หากฝังรูนลงในสกิลลูกไฟปกติ คุณอาจจะปล่อยลูกไฟออกมาได้ถึงสองลูกพร้อมกัน

รูนสกิลมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดประสงค์ต่างกัน ทำให้คุณมีโอกาสเลือกใช้รูนที่จำเป็นที่สุดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบิลด์ (Build) ของฮีโร่คุณ โดยความสามารถของรูนสกิลมีดังนี้:
- เพิ่มพลังของสกิล
- เพิ่มหรือขยายระยะเวลาของเอฟเฟกต์สกิล
- เพิ่มจำนวนการโจมตีหรือเพิ่มระยะการโจมตี
- ลดการใช้ทรัพยากรในการร่ายสกิล
- เพิ่มเอฟเฟกต์พิเศษให้กับสกิล
วิธีเริ่มต้นเล่น
คุณสามารถสนุกกับ Koakuma Closed Beta 2 ได้ทันทีผ่านทาง Launcher ของ Elixir
ความต้องการของระบบขั้นต่ำและที่แนะนำ
ขั้นต่ำ:
- OS: Windows
- CPU: Intel i5 / AMD Ryzen 5
- GPU: NVIDIA GeForce GTX 970 / AMD RX480
- HDD: 512 MB
- RAM: 8 GB
ที่แนะนำ:
- OS: Windows
- CPU: Intel i7 / AMD Ryzen 7
- GPU: NVIDIA GeForce GTX 1080
- HDD: 1 GB
- RAM: 16 GB


