ภาพรวม
Layers of Fear เกมแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยา (Psychological Horror) มุมมองบุคคลที่หนึ่งที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2016 โดย Bloober Team พาผู้เล่นไปสัมผัสความหลอนในคฤหาสน์สไตล์วิกตอเรียนที่บิดเบี้ยวและเปลี่ยนแปลงไปทุกย่างก้าว ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นจิตรกรที่จมดิ่งอยู่กับความหมกมุ่นและอาการทางจิต เดินสำรวจบ้านที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์ทางสถาปัตยกรรมหรือตรรกะใดๆ เป้าหมายหลักคือการวาดผลงานชิ้นเอกให้สำเร็จ แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จนั้นกลับค่อยๆ เผยให้เห็นรอยแผลในใจ ความโศกเศร้า และการเสื่อมสลายของจิตวิญญาณทีละชั้น
ตัวเกมได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากศิลปะการวาดภาพในศตวรรษที่ 19 และความสวยงามแบบยุควิกตอเรียน โดยอ้างอิงจากภาพวาดขนาดใหญ่ที่ดูน่าเกรงขามและชวนขนลุกตามพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมักจะทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่สบายใจหากจ้องมองนานเกินไป Bloober Team ได้สร้างภาษาภาพ (Visual Language) ทั้งหมดขึ้นมาจากอิทธิพลนี้ และมันก็ถ่ายทอดออกมาให้เห็นในทุกห้องที่จิตรกรเดินผ่าน

Layers of Fear (2016) content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจหลักของ Layers of Fear คือการเป็น Walking Simulator ที่สอดแทรกองค์ประกอบการแก้ปริศนา (Puzzle) เข้ามาเพื่อไม่ให้การสำรวจดูน่าเบื่อจนเกินไป ในเกมนี้ไม่มีศัตรูให้สู้และไม่มีหลอดเลือด (Health Bar) ให้คอยกังวล ความกดดันทั้งหมดมาจากเนื้อเรื่องที่เล่าผ่านสภาพแวดล้อมและนิสัยของบ้านที่มักจะเปลี่ยนโครงสร้างไปเองเมื่อคุณหันหลังกลับ

Layers of Fear (2016) content image
องค์ประกอบสำคัญของเกมเพลย์ประกอบด้วย:
- การสำรวจสภาพแวดล้อมผ่านห้องที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
- การเก็บสะสมบันทึก จดหมาย และวัตถุต่างๆ เพื่อปะติดปะต่อเนื้อเรื่อง
- ฉากจบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เล่น
- ลำดับการแก้ปริศนาที่ผูกติดกับความทรงจำเฉพาะตัว
- แผนที่ที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลาและไม่ซ้ำซากจำเจ
การตัดระบบสยองขวัญแบบเดิมๆ ออกไปถือเป็นความตั้งใจของทีมพัฒนา Bloober Team ต้องการให้ความหวาดกลัวเกิดจากบรรยากาศ (Atmosphere) มากกว่าการใช้ Jump-scare ซ้ำๆ ซึ่งเกมก็ทำออกมาได้สำเร็จเป็นอย่างดี ห้องที่เคยดูเป็นปกติเมื่อ 30 วินาทีก่อน กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และความรู้สึกสับสนมึนงงนั้นไม่เคยจางหายไปเลย

Layers of Fear (2016) content image
โลกและฉากหลัง
คฤหาสน์วิกตอเรียนคือตัวเอกที่แท้จริงของเกมนี้ ทุกห้องเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สมจริงตามยุคสมัย ข้าวของเครื่องใช้ที่ผุพัง และภาพวาดที่เปลี่ยนโทนไปตามสภาวะจิตใจที่เสื่อมถอยของจิตรกร ตัวบ้านเปรียบเสมือนภาพสะท้อนทางกายภาพของจิตใจที่แตกสลาย ซึ่งฟังดูเป็นคำเปรียบเปรยที่ธรรมดา จนกระทั่งคุณต้องมายืนอยู่ในโถงทางเดินที่จู่ๆ ก็มีน้ำสีดำท่วมขึ้นมาถึงข้อเท้าโดยไม่ทราบสาเหตุ
เนื้อเรื่องจะถูกถ่ายทอดผ่านเบาะแสในสภาพแวดล้อมแทนการใช้คัตซีน (Cutscene) จดหมาย รูปถ่าย และข่าวหนังสือพิมพ์ที่กระจัดกระจายอยู่จะช่วยเติมเต็มเบื้องหลังของจิตรกร ภรรยา และโศกนาฏกรรมที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง ผู้เล่นที่ช่างสังเกตจะได้รับอรรถรสของเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งกว่าคนที่รีบเล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว
การออกแบบภาพและเสียง
งานกำกับศิลป์ (Art Direction) คือจุดที่ Bloober Team ทุ่มเทพลังสร้างสรรค์ไปมากที่สุด เกมนี้อ้างอิงสไตล์การวาดภาพในศตวรรษที่ 19 ของจริง และวิธีการเปลี่ยนผ่านของสภาพแวดล้อมก็ให้ความรู้สึกเหมือนงานศิลปะ สีที่ไหลเยิ้มและเปลี่ยนไป พื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตา นี่คือการออกแบบภาพที่สมกับฉายาเกมสยองขวัญแนวไซเคเดลิก (Psychedelic Horror) อย่างแท้จริง
การออกแบบเสียงก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้งานภาพ ดนตรีประกอบใช้เสียงเครื่องสายที่ฟังดูขัดหูและเสียงบรรยากาศ (Ambient Noise) เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกไม่สบายใจอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเอฟเฟกต์เสียงที่ผูกติดกับการเปลี่ยนแปลงของบ้านนั้นทำออกมาได้ทรงพลังมาก เสียงฝีเท้า เสียงไม้ลั่น และเสียงเปียโนที่แว่วมาจากที่ไกลๆ ทำหน้าที่สร้างความหลอนได้มากกว่าเพลงประกอบในเกมสยองขวัญส่วนใหญ่เสียอีก

Layers of Fear (2016) content image
อิทธิพลและมรดกของเกม
Layers of Fear เปิดตัวในช่วงเวลาที่เกมสยองขวัญมุมมองบุคคลที่หนึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างจริงจัง และมันช่วยสร้างชื่อให้ Bloober Team กลายเป็นสตูดิโอที่น่าจับตามอง คะแนนบน PlayStation Store อยู่ที่ 4.47 จาก 5 คะแนน โดยมีผู้ให้คะแนนเกือบ 9,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้เล่นตอบรับสิ่งที่เกมต้องการนำเสนอได้อย่างดีเยี่ยม เกมนี้มี DLC ที่ชื่อว่า Inheritance และเวอร์ชัน Nintendo Switch ในชื่อ Legacy ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคลังเกมสยองขวัญเชิงจิตวิทยาของ Bloober Team สำหรับผลงานเปิดตัวของสตูดิโอที่วางจำหน่ายในราคา $19.99 และมีสเกลเกมที่ค่อนข้างกะทัดรัด อิทธิพลที่เกมนี้ทิ้งไว้ในแนวเกมสยองขวัญนั้นถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว







