ภาพรวม
Lost Sea จะพาคุณไปติดแหง็กอยู่กลางสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (Bermuda Triangle) หลังจากเจอพายุแอตแลนติกถล่มจนเรือแตกและหลงทางอยู่บนหมู่เกาะสุดอันตราย เป้าหมายนั้นเรียบง่ายมาก: ตามหาแผ่นศิลาโบราณ (ancient tablets) ที่กระจัดกระจายอยู่ตามเกาะต่างๆ เพื่อใช้เป็นกุญแจนำทางผ่านน่านน้ำสุดโหด และมุ่งหน้าไปยังประตูมิติปริศนาที่อาจเป็นทางเดียวที่จะพาคุณกลับบ้านได้ ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่การเล่นจริงนั้นคาดเดาอะไรไม่ได้เลย
Lost Sea พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Eastasiasoft เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2016 บน PlayStation 4, Xbox One, Windows, macOS และตามมาด้วย Nintendo Switch ในภายหลัง ตัวเกมได้รับเรต ESRB อยู่ที่ Everyone 10+ จากเนื้อหาความรุนแรงแบบแฟนตาซี ซึ่งถือว่าเข้าถึงง่ายแต่ก็ยังมีความท้าทาย ส่วนคะแนนบน PlayStation Store อยู่ที่ 3.44 จาก 5 คะแนน โดยอ้างอิงจากผู้เล่น 415 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเป็นเกมที่ทำระบบหลักออกมาได้ดี โดยไม่ได้พยายามจะทำตัวเป็นเกมฟอร์มยักษ์ที่เกินตัว
ระบบเกมเพลย์และกลไก
หัวใจหลักของ Lost Sea คือการสำรวจเกาะ การจัดการลูกเรือ (crew management) และการหาทรัพยากร แต่ละเกาะจะถูกสร้างขึ้นด้วยระบบ Procedural Generation ทำให้ผังเกาะ ตำแหน่งศัตรู และจุดที่ซ่อนแผ่นศิลาเปลี่ยนไปทุกครั้งที่เริ่มเล่นใหม่ คุณจะได้เลือกตัวละครฮีโร่ตั้งแต่ต้นเกม แล้วออกไปตามหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ตามเกาะต่างๆ มาเข้าทีม ซึ่งผู้รอดชีวิตเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่ประดับฉากนะ

Lost Sea content image
- ผู้รอดชีวิตแต่ละคนมีสกิลเฉพาะตัวและช่วยสนับสนุนการต่อสู้
- แผ่นศิลาใช้ปลดล็อกเส้นทางไปยังเกาะถัดไป
- ระบบต่อสู้เป็นแบบ Real-time มีทั้งการโจมตีระยะใกล้และระยะไกล
- ทรัพยากรที่เก็บได้ใช้สำหรับอัปเกรดลูกเรือระหว่างเดินทางข้ามเกาะ
- ระบบ Permadeath (ตายแล้วตายเลย) จะมีผลกับลูกเรือเท่านั้น ไม่ใช่ตัวละครหลัก
ระบบลูกเรือช่วยเพิ่มมิติเชิงกลยุทธ์ (strategic dimension) ให้กับ Lost Sea ได้เป็นอย่างดี การเสียลูกเรือเก่งๆ ไปกลางคันถือเป็นเรื่องน่าปวดใจ และความกดดันตรงนี้แหละที่ทำให้การสำรวจไม่รู้สึกจำเจ

Lost Sea content image
โลกและบรรยากาศ
สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นเซตติ้งที่แทบไม่ต้องอธิบายอะไรมาก และ Lost Sea ก็เลือกที่จะเล่นกับความลึกลับโดยไม่ยัดเยียดข้อมูลจนเกินไป แต่ละเกาะให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและดูไม่เป็นมิตร ทั้งพุ่มไม้รกชัฏ ซากปรักหักพัง และศัตรูที่ทำให้การหาของดูเป็นความเสี่ยงที่แท้จริงมากกว่าจะเป็นแค่ภารกิจน่าเบื่อ มุมมองแบบ Top-down ช่วยให้มองเห็นแอ็กชันได้ชัดเจน ในขณะที่แต่ละเกาะก็มีรายละเอียดภาพที่แตกต่างกันจนรู้สึกถึงความแปลกใหม่

Lost Sea content image
ประตูมิติที่เป็นศูนย์กลางของปริศนาไม่ได้เฉลยทุกอย่างออกมาตรงๆ ซึ่งเข้ากับโทนของเกมมาก Lost Sea ไม่ใช่เกมที่หยุดเพื่อเล่า Lore ยาวเหยียด แต่บรรยากาศของเกมทำหน้าที่ของมันได้ดีเยี่ยมผ่านความรู้สึกที่ว่าหมู่เกาะแห่งนี้กำลังจ้องจะเล่นงานคุณอยู่ตลอดเวลา

Lost Sea content image
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
ระบบ Procedural Generation คือเครื่องยนต์หลักที่ทำให้ Lost Sea ยังคงสนุกแม้จะเล่นจบไปแล้วรอบหนึ่ง เพราะไม่มีเกาะไหนที่เหมือนกันเป๊ะๆ และการสุ่มตำแหน่งแผ่นศิลา ศัตรู และผู้รอดชีวิต ทำให้คุณไม่สามารถพึ่งพาเส้นทางที่จำมาได้ ระบบอัปเกรดลูกเรือช่วยเพิ่มความก้าวหน้าในระยะสั้นที่ทำให้การเล่นแต่ละรอบมีความหมาย
ตัวเกมวางจำหน่ายบน Steam, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และ macOS ซึ่งรองรับแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ด้วยราคา $14.99 ทำให้ Lost Sea วางตำแหน่งตัวเองเป็นเกมแนว Action-Adventure ขนาดกะทัดรัดมากกว่าเกมสเกลใหญ่ สำหรับผู้เล่นที่ชอบเกมแนว Roguelite ที่เน้นการสำรวจ มีเป้าหมายชัดเจน และมีระบบลูกเรือที่ต้องใส่ใจ ราคาเท่านี้ถือว่าคุ้มค่าและเล่นซ้ำได้เรื่อยๆ เลยครับ

