Overview
Mass Effect 3 พา Commander Shepard ดิ่งเข้าสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด: กองทัพ Reapers ได้บุกมาถึงโลกแล้ว และระบบป้องกันของดาวก็พังทลายลงในทันที ภารกิจจึงเปลี่ยนจากการหยุดยั้งการรุกราน กลายเป็นการเอาตัวรอดให้นานพอที่จะสร้างอาวุธมาปิดฉากสงครามนี้ให้ได้ BioWare ออกแบบเกมมาโดยเน้นความกดดันนี้เป็นหลัก ซึ่งมันส่งผลต่อทุกบทสนทนา ทุกการเจรจาพันธมิตร และทุกการสูญเสียที่เกิดขึ้นระหว่างทาง
เนื้อเรื่องดึงเอาปมต่างๆ จากทั้งไตรภาคมาคลี่คลาย ไม่ว่าจะเป็นการรักษา Krogan genophage, การยุติสงคราม Quarian-Geth หรือการทำลาย Cerberus จากภายใน สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เควสย่อย (Side quests) ทั่วไป แต่มันคือกระดูกสันหลังของเกมเลยทีเดียว ระบบ War asset จะเชื่อมโยงผลลัพธ์ทางการทูตเข้ากับความพร้อมทางทหารโดยตรง ดังนั้นถ้าละเลยเนื้อเรื่องเหล่านี้ไป ก็ต้องเจอกับผลกระทบที่เห็นได้ชัดในศึกตัดสินช่วงท้ายเกม

Gameplay and mechanics
Mass Effect 3 ขัดเกลา Combat loop ที่ซีรีส์นี้สั่งสมมาให้สมบูรณ์แบบ ระบบ Cover-based shooting (การยิงโดยใช้ที่กำบัง) ทำออกมาได้แน่นหนึบ ส่วนการผสมผสานพลัง Biotic และ Tech ก็ช่วยเพิ่มมิติเชิงกลยุทธ์ (Tactical layer) ให้กับการยิงปืนได้เป็นอย่างดี การเซ็ตคอมโบ Warp detonation หรือใช้สกิล Pull ของเพื่อนร่วมทีมเพื่อยกศัตรูให้ลอยขึ้นก่อนจะซัดด้วยลูกซองนั้นให้ความรู้สึกที่สะใจสุดๆ

ระบบ Combat และ RPG ที่สำคัญได้แก่:
- การทำคอมโบระเบิดด้วยพลัง Biotic และ Tech
- การยิงแบบ Blind fire และการโจมตีระยะประชิด (Melee) ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น
- การปรับแต่งความสามารถของเพื่อนร่วมทีมระหว่างภารกิจ
- ช่องใส่อาวุธหลายช่องพร้อมรองรับการติดตั้ง Mod
- พลังเฉพาะของแต่ละ Class ที่มีให้เลือกถึง 6 สไตล์การเล่น
การเลือก Class ของ Shepard ส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นอย่างมาก Adept จะมีสไตล์การเล่นที่ต่างจาก Soldier หรือ Engineer โดยสิ้นเชิง และการที่สามารถ Respec (รีเซ็ตสกิล) ได้ที่ห้องพยาบาลบนยาน Normandy ทำให้เราทดลองเล่นอะไรใหม่ๆ ได้ตลอดโดยไม่ต้องเริ่มเกมใหม่
Multiplayer and social features
โหมด Co-op Multiplayer เพิ่มมิติที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงว่ามันจะสำคัญขนาดนี้ ผู้เล่นสูงสุด 4 คนต้องร่วมมือกันฝ่าฟันคลื่นศัตรูที่โหดขึ้นเรื่อยๆ ในโซนต่างๆ โดย War assets ที่หาได้จะถูกส่งกลับไปเพิ่มค่าความพร้อม (Readiness rating) ในโหมดเนื้อเรื่องหลัก เป็นการออกแบบที่ชาญฉลาดซึ่งทำให้โหมด Multiplayer ดูมีเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ใส่มาให้ครบๆ

ตัวละครในโหมด Multiplayer มีให้เลือกหลากหลายมาก ครอบคลุมหลายเผ่าพันธุ์และ Class ที่ไม่มีในเนื้อเรื่องหลัก การเล่นเป็น Turian Sentinel หรือ Krogan Vanguard ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากโหมดเล่นคนเดียวอย่างสิ้นเชิง และระบบ Wave ก็ช่วยให้การแมตช์มีความตื่นเต้นเร้าใจโดยไม่ยืดเยื้อจนน่าเบื่อ
World and setting
ยาน Normandy เปรียบเสมือนจุดยึดเหนี่ยวทางจิตใจระหว่างภารกิจ บทสนทนากับเพื่อนร่วมทีมอย่าง Garrus, Tali และ Liara นั้นมีน้ำหนักมาก เพราะเกมได้ปูความสัมพันธ์เหล่านี้มาตลอด 2 ภาคก่อนหน้า ตัวละครใหม่ๆ อย่างทหาร James Vega และหุ่นสังเคราะห์ EDI ในร่างมนุษย์ ก็เข้ามาช่วยเพิ่มสีสันใหม่ๆ โดยไม่ทำให้เคมีของลูกเรือเดิมเสียไป
โทนของ Mass Effect 3 นั้นมืดหม่นกว่าภาคก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด ตัวละครตาย พันธมิตรแตกแยกก่อนจะได้ร่วมมือกัน เกมไม่ได้ปกป้องใครด้วยบทที่เอาใจผู้เล่น และความไม่แน่นอนนี้เองที่ทำให้ทุกการตัดสินใจครั้งสำคัญรู้สึกถึงผลลัพธ์ที่ตามมาจริงๆ ไม่ใช่แค่ทำไปตามบท
Content and replayability
นอกจากเนื้อเรื่องหลักแล้ว Mass Effect 3 ยังมี DLC คอนเทนต์ที่จัดเต็ม ทั้ง Leviathan, Omega และ Citadel ที่ช่วยขยายทั้งเนื้อเรื่องและเวลาในการเล่นออกไปอีกมาก โดยเฉพาะ Citadel ที่ถือเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่แฟนเกมยกย่องมากที่สุดเท่าที่ BioWare เคยทำมา ด้วยฉากจบที่หลากหลาย ผลลัพธ์ของพันธมิตรที่แตกแขนง และผลกระทบจากการตัดสินใจใน Mass Effect 1 และ 2 ที่ส่งต่อมา ทำให้เกมนี้มี Replay value สูงมากสำหรับใครที่อยากเห็นว่าการตัดสินใจที่ต่างออกไปจะเปลี่ยนบทสรุปสุดท้ายอย่างไร

ตัวเกมยังมีให้เล่นในชุด Mass Effect Legendary Edition ซึ่งรวมเวอร์ชัน Remaster ของทั้ง 3 ภาค พร้อมภาพที่อัปเกรดใหม่และ DLC ส่วนใหญ่มาให้ครบถ้วน ทำให้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสัมผัสประสบการณ์ไตรภาคนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ











