ภาพรวม
Mesmer ผลงานการพัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Rain Games คือเกมแนว revolution simulator (เกมจำลองการปฏิวัติ) ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2020 บนแพลตฟอร์ม Windows, macOS, PlayStation, Nintendo Switch และ Steam ตัวเกมจะพาผู้เล่นไปสัมผัสกับเมืองที่เคยรุ่งเรืองแต่กลับต้องล่มสลายลงเพราะความล้มเหลวของตัวเอง ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักจัดตั้งมวลชนที่มีภารกิจในการรวมกลุ่มชาวเมือง สร้างแรงขับเคลื่อน และบุกยึดปราสาทเพื่อสร้างสิ่งที่ดีกว่าขึ้นมาจากซากปรักหักพัง
หัวใจสำคัญของเกมดูเหมือนจะเรียบง่าย: เมือง Mesmer ได้ทอดทิ้งประชาชนของตน และการปฏิวัติคือหนทางเดียวที่จะก้าวต่อไปได้ แต่การจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ผู้เล่นต้องรับมือกับโครงข่ายความสัมพันธ์ทางสังคม การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการเผชิญหน้าในรูปแบบ RPG ที่ทุกบทสนทนามีผลกระทบตามมา Rain Games ออกแบบเกมนี้โดยยึดแนวคิดที่ว่าไม่มีบทสนทนาไหนที่ไร้ความหมาย เพราะทุกคำพูดล้วนส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของคุณ

Mesmer content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
หัวใจหลักของ Mesmer คือระบบการเผชิญหน้าแบบ turn-based (สลับเทิร์น) ที่ผสมผสานเข้ากับกลยุทธ์ทางสังคม ผู้เล่นจะต้องเดินทางไปทั่วเมืองเพื่อทำความรู้จักกับชาวเมือง สร้างความเชื่อใจ และขยายแนวร่วม การเป็นเกมแนว revolution simulator หมายความว่าความก้าวหน้าไม่ได้วัดกันแค่ค่าประสบการณ์ (EXP) เท่านั้น แต่วัดจากการที่ผู้เล่นสามารถโน้มน้าวใจผู้คนและดึงกลุ่มก้อนต่างๆ เข้ามาเป็นพวกได้มากน้อยแค่ไหน

Mesmer content image
องค์ประกอบหลักของเกมเพลย์ประกอบด้วย:
- ระบบการเผชิญหน้ากับชาวเมือง (Citizen encounter system)
- ความก้าวหน้าในการสร้างแนวร่วม (Coalition-building progression)
- กลยุทธ์การบุกยึดปราสาท (Strategic castle assault)
- การตัดสินใจแบบ RPG (RPG-style decision trees)
- การบริหารจัดการกลุ่มก้อนต่างๆ ทั่วทั้งเมือง (City-wide faction management)
การออกแบบระบบการเผชิญหน้าคือสิ่งที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นในฐานะเกมแนวผสมผสาน บทสนทนาเปรียบเสมือนปริศนาเชิงกลยุทธ์ โดยตัวเลือกคำตอบจะส่งผลโดยตรงต่อภาพรวมของแผนการ การเจรจาที่ผิดพลาดอาจทำให้พันธมิตรแตกคอ ในขณะที่การโต้แย้งที่ถูกจังหวะอาจเปลี่ยนทิศทางของทั้งเขตได้เลยทีเดียว

Mesmer content image
อะไรที่ทำให้ Mesmer แตกต่างจากเกม RPG อื่นๆ?
เกม RPG ส่วนใหญ่มักให้ผู้เล่นกอบกู้โลกด้วยการต่อสู้ แต่ Mesmer ให้คุณกอบกู้เมืองด้วยการโน้มน้าวใจและการจัดตั้งมวลชน มุมมองแบบ revolution simulator ทำให้เกมนี้ฉีกแนวไปจากโครงสร้าง RPG ทั่วไป เพราะไม่มีดันเจี้ยนให้ลง ไม่มีมอนสเตอร์ให้ฟาร์ม อุปสรรคที่คุณต้องเจอคือปัญหาเชิงระบบ ทั้งความเฉยเมย ความไม่ไว้วางใจ และโครงสร้างอำนาจที่ไม่ยอมสละตำแหน่งโดยง่าย
Rain Games เลือกที่จะเจาะตลาดอินดี้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่มีกลิ่นอายทางการเมืองที่ชัดเจน ตัวเกมไม่ลังเลที่จะนำเสนอแนวคิดที่ว่าการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยพลังของกลุ่มคน และพลังเหล่านั้นมักจะมีความเปราะบาง ยุ่งเหยิง และเสี่ยงต่อการล่มสลายอยู่ตลอดเวลา ความเฉพาะตัวในเชิงเนื้อหานี้เองที่ทำให้ Mesmer มีเอกลักษณ์ที่หาได้ยากในเกมแนว RPG-strategy ผสมผสาน
โลกและบรรยากาศภายในเกม
เมือง Mesmer แบกรับประวัติศาสตร์ของตัวเองเอาไว้ เกมนำเสนอภาพของเมืองที่เคยยิ่งใหญ่และเป็นดั่งไข่มุกแห่งโลกเก่า ก่อนที่จะค่อยๆ เสื่อมโทรมลง ความแตกต่างระหว่างความรุ่งโรจน์ในอดีตกับความล้มเหลวในปัจจุบันช่วยสร้างอารมณ์ร่วมให้กับผู้เล่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เกมที่เน้นแต่ระบบกลไกมักทำไม่ได้

Mesmer content image
งานภาพก็ช่วยเสริมบรรยากาศนี้ได้อย่างดี Rain Games เลือกใช้สไตล์ภาพที่ดูเก่าและผ่านการใช้งานจริง แทนที่จะดูเนี้ยบจนเกินไป ซึ่งเข้ากับธีมของความละเลยและการต่อต้านในเกม เมืองนี้ไม่ได้ดูเหมือนฉากหลังในเกมแฟนตาซีทั่วไป แต่มันดูเหมือนสถานที่ที่มีผู้คนอาศัยอยู่จริงๆ ทำให้เดิมพันของการปฏิวัติครั้งนี้ดูสมจริงและจับต้องได้
เนื้อหาและการเล่นซ้ำ
ความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำของ Mesmer มาจากระบบการเผชิญหน้าที่แตกแขนงออกไปได้หลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งแนวร่วมที่ต่างออกไป เส้นทางบทสนทนาที่หลากหลาย และกลยุทธ์ในการบุกยึดปราสาทที่แตกต่างกัน ล้วนนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ระบบการจำลองสถานการณ์หมายความว่าทุกการตัดสินใจของผู้เล่นจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างในแบบที่บางครั้งก็ไม่สามารถมองเห็นได้ทันที ซึ่งถือเป็นรางวัลสำหรับผู้เล่นที่กลับมาเล่นซ้ำด้วยแนวทางใหม่ๆ
สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบเกมแนววางแผนที่เน้นเนื้อเรื่องและเกม RPG อินดี้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Mesmer มอบประสบการณ์ที่เข้มข้นและเปี่ยมไปด้วยจุดมุ่งหมาย โดยสร้างขึ้นจากคำถามสำคัญเพียงข้อเดียวว่า: แท้จริงแล้วต้องใช้อะไรบ้างในการเปลี่ยนแปลงระบบที่พังทลายลง?


