Overview
METAL GEAR RISING: REVENGEANCE เปิดตัวบน PC ในเดือนมกราคม 2014 พัฒนาโดย PlatinumGames และจัดจำหน่ายโดย Konami เกมนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่แปลกใหม่สุดๆ ของซีรีส์ Metal Gear เพราะทิ้งแนวทาง Tactical Espionage (สายลับเน้นลอบเร้น) ของ Solid Snake ไปสู่เกมแอ็กชันฟันแหลกแบบเน้นดาบเป็นหลัก Raiden ตัวละครที่เคยเป็นที่ถกเถียงในซีรีส์ กลายมาเป็นตัวเอกที่สมบูรณ์แบบสำหรับสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ PlatinumGames นั่นคือความเร็ว ความโหด และความเวอร์วังอลังการแบบสุดกู่
เนื้อเรื่องเล่าถึง Raiden ที่ทำงานเป็นทหารไซบอร์กให้กับบริษัททหารรับจ้างเอกชนในโลกอนาคตอันใกล้ที่การดัดแปลงร่างกายด้วยไซเบอร์เนติกส์เป็นเรื่องปกติ การเผชิญหน้าอย่างรุนแรงกับกลุ่มไซบอร์กนอกคอกดึงเขากลับเข้าสู่ความขัดแย้ง และเกมก็ทวีความเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่ Metal Gear เท่านั้นที่จะนำเสนอออกมาได้โดยไม่หลุดขำ เนื้อเรื่องยังคงกลิ่นอายเดิมของซีรีส์ไว้ครบถ้วน ทั้งการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองโลก ผสมผสานกับการสู้กับบอสที่หลุดโลกแบบสุดๆ

Gameplay and mechanics
หัวใจสำคัญของ Revengeance คือระบบ Blade Mode ซึ่งเป็นกลไกสโลว์โมชันที่ให้ผู้เล่นเลือกฟันศัตรูและวัตถุได้ตามองศาที่ต้องการ หากฟันได้แม่นยำตรงจุดอ่อน (Spine) คุณจะสามารถกระชาก Electrolyte Fuel Cell ออกมาเพื่อฟื้นฟูเลือดได้ ฟังดูโหดร้ายแต่ภาพที่ออกมานั้นอลังการสุดๆ ทุกการต่อสู้จะให้รางวัลกับผู้เล่นที่บุกดุดัน และระบบ Parry ที่ต้องอาศัยจังหวะเป๊ะๆ แทนการกดปุ่มป้องกันแบบเกมทั่วไป ทำให้การต่อสู้ยังคงความตื่นเต้นแม้จะเล่นในระดับความยากที่ต่ำกว่าก็ตาม

กลไกสำคัญที่นิยามประสบการณ์การเล่น:
- Blade Mode ฟันอิสระได้ทุกองศา
- ระบบ Parry ที่ใช้จังหวะแทนการกดป้องกันแบบเดิม
- Zandatsu (ฟันแล้วควัก) เพื่อฟื้นฟูเลือด
- อัปเกรดร่างกายไซบอร์กที่ปรับแต่งได้
- อาวุธรองที่ปลดล็อกได้ เช่น เครื่องยิงจรวด และดาบไม้

What does the PC version include?
เวอร์ชัน Steam มาพร้อมกับภารกิจ DLC ทั้ง 3 ตัว ได้แก่ Blade Wolf, Jetstream และ VR Missions ซึ่งช่วยเพิ่มเวลาการเล่นที่คุ้มค่าจากแคมเปญหลัก และให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นตัวละครรองที่มีท่าโจมตีเฉพาะตัว นอกจากนี้ยังมีชุดคอสตูมของ Raiden ที่ปลดล็อกให้ครบ ทั้ง White Armor, Inferno Armor, Commando Armor, ร่างจาก Metal Gear Solid 4 และสกิน Cyborg Ninja ตัวเลือกกราฟิกสามารถปรับความละเอียดและ Anti-aliasing ได้ รวมถึงการตั้งค่า Zangeki ที่ควบคุมจำนวนการฟันต่อการเปิดใช้งาน Blade Mode หนึ่งครั้ง
เมนูหลักยังมีโหมด Cutscenes และ Codecs ให้ผู้เล่นกลับไปดูเนื้อเรื่องได้โดยไม่ต้องเล่นใหม่ทั้งหมด และยังมีโหมด Boss Rush ในเมนู Chapter สำหรับผู้เล่นที่ต้องการฝึกฝนการสู้กับบอสตัวที่ต้องการ หรือไล่ล่าทำคะแนน Ranking ให้สูงขึ้นโดยไม่ต้องผ่านด่านใหม่ตั้งแต่ต้น
Visual and audio design
PlatinumGames ออกแบบ Revengeance มาให้เน้นการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งงานภาพก็สะท้อนสิ่งนั้นออกมาได้ดี การออกแบบศัตรูมีตั้งแต่ทหารไซบอร์กทั่วไปไปจนถึงเครื่องจักรขนาดมหึมาที่ Raiden สามารถฟันขาดสองท่อนได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกม โทนสีของเกมเน้นไปที่นีออนและโครเมียม ซึ่งเข้ากับโลกที่การเสริมสมรรถภาพร่างกายมนุษย์กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

เพลงประกอบคือจุดเด่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของเกมรองจากการต่อสู้ Jamie Christopherson ผู้ประพันธ์เพลงได้แต่งเพลงแนว Heavy Metal สุดมันส์ที่เล่นระหว่างสู้กับบอส โดยเนื้อเพลงจะตอบสนองต่อบริบทของเนื้อเรื่องในการต่อสู้นั้นๆ โดยเฉพาะการต่อสู้กับ Senator Armstrong ที่กลายเป็นตำนานบนโลกออนไลน์ไปไกลเกินกว่าตัวเกมจะคาดคิด
Content and replayability
Revengeance ใช้เวลาเล่นประมาณ 5 ถึง 7 ชั่วโมงสำหรับการเล่นรอบแรก ซึ่งฟังดูสั้น แต่ถ้าคุณรวมระบบ Ranking เข้าไปด้วย ทุกภารกิจและการสู้กับบอสจะได้รับเกรดตามเวลาที่ใช้ ความเสียหายที่ได้รับ และสไตล์การเล่น ซึ่งผลักดันให้ผู้เล่นต้องทำเวลาให้ดีที่สุดและฝึกฝนจังหวะ Parry ให้แม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งที่แยกผู้เล่นระดับ S-rank ออกจากผู้เล่นทั่วไป นอกจากนี้ VR Missions ยังเพิ่มความท้าทายในการต่อสู้ที่เน้นทดสอบกลไกเฉพาะตัว ทำให้เกมแนว Hack-and-slash นี้มีความลึกซึ้งอย่างน่าประหลาดใจสำหรับผู้เล่นที่ต้องการไปให้ไกลกว่าแค่เนื้อเรื่องหลัก











