• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Metroid Dread Banner
  1. เกม
  2. Metroid Dread
  3. ภาพรวม

Metroid Dread

เกี่ยวกับ Metroid Dread

สตูดิโอ

Nintendo Entertainment Planning & Development

เว็บไซต์

www.nintendo.com/games/detail/metroid-dread-switch

วันวางจำหน่าย

October 7th 2021

Metroid Dread Logo
Metroid Dread
เกมยิงการผจญภัย

สัมผัสความมันส์ใน Metroid Dread เกมแอ็กชัน 2D สุดระทึกที่ Samus Aran ต้องเอาตัวรอดจากหุ่นยนต์ E.M.M.I. สุดโหดบนดาวเคราะห์ปริศนา บน Nintendo Switch

ผู้พัฒนา

Nintendo Entertainment Planning & Development

วันวางจำหน่าย

October 7th 2021

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Metroid Dread คือการกลับมาของ Samus Aran ในรูปแบบแอ็กชัน 2D ครั้งแรกในรอบ 19 ปี ต่อจากเหตุการณ์ใน Metroid Fusion บนดาว ZDR คุณต้องเผชิญกับความกดดันสุดขีด ทั้งฝูงเอเลี่ยนและหุ่นยนต์ E.M.M.I. ที่แทบจะทำลายไม่ได้ หากคุณโหยหาเกม Metroidvania ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนถูกไล่ล่าตลอดเวลา นี่คือเกมที่คุณห้ามพลาด!

Metroid Dread Gallery 1
Metroid Dread Gallery 2
Metroid Dread Gallery 3
Metroid Dread Gallery 4
Metroid Dread Gallery 5
Metroid Dread Gallery 6
Metroid Dread Gallery 7
Metroid Dread Gallery 8
Metroid Dread Gallery 9
Metroid Dread Gallery 10
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Metroid Dread คือภาคหลักลำดับที่ 5 ของซีรีส์ 2D ระดับตำนานอย่าง Metroid จาก Nintendo ซึ่งพัฒนาโดย Nintendo EPD และ MercurySteam เกมนี้วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2021 บนเครื่อง Nintendo Switch โดยสานต่อเรื่องราวโดยตรงจาก Metroid Fusion ส่ง Samus Aran ไปยังดาว ZDR หลังจากได้รับสัญญาณปริศนาที่ส่งมาถึง Galactic Federation สิ่งที่เธอพบที่นั่นคือโลกที่กลายเป็นศัตรูในทุกรูปแบบเท่าที่จะจินตนาการได้

ตัวเกมยังคงยึดตามสูตรสำเร็จแบบ Metroidvania สุดคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจแผนที่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน การปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ การย้อนกลับไปสำรวจพื้นที่ที่เคยเข้าไม่ได้ และการปะติดปะต่อเรื่องราวว่าเกิดอะไรขึ้นบน ZDR แต่สิ่งที่ Dread เพิ่มเข้ามาคือความตึงเครียดที่ภาคก่อนๆ ไม่เคยทำได้ถึงระดับนี้ โดยเฉพาะในโซน E.M.M.I. ที่ Samus แทบจะไร้ทางสู้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหุ่นยนต์นักล่า ทำให้เกมเปลี่ยนจากแนว Action-Platformer ที่เน้นความมั่นใจ กลายเป็นประสบการณ์แนว Survival Horror ที่บีบคั้นหัวใจในระยะเวลาสั้นๆ แต่เข้มข้น

เกมเพลย์และระบบการเล่น

Core loop หรือหัวใจหลักของ Metroid Dread ถือว่าทำออกมาได้แน่นและเป๊ะที่สุดในซีรีส์ Samus จะค่อยๆ ได้รับความสามารถใหม่ตลอดทั้งเกม และตัวเกมถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้พลังแต่ละอย่างเปิดเส้นทางใหม่ได้หลายทาง ไม่ใช่แค่ทางเดียว ระบบสำคัญๆ ได้แก่:

Metroid Dread content image

Metroid Dread content image

  • Phantom Cloak สำหรับการล่องหนเพื่อหลบหลีก
  • Flash Shift สำหรับการพุ่งตัวเปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว
  • Spider Magnet สำหรับการไต่กำแพงและเพดาน
  • Slide สำหรับการสไลด์ตัวผ่านช่องแคบ
  • Melee counter สำหรับการสวนกลับเพื่อลงโทษศัตรู

ระบบ Melee counter ถือว่าน่าสนใจมาก เพราะมันเปลี่ยนการปะทะกับศัตรูทั่วไปจากการแค่ยิงแล้ววิ่งหนี ให้กลายเป็นการต่อสู้ที่ต้องอาศัยจังหวะและการตอบสนอง หากกดสวนกลับได้ถูกจังหวะ ศัตรูจะชะงักและเปิดช่องให้เราปิดฉากได้อย่างสะใจ ส่วนบอสแต่ละตัวก็ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบว่าผู้เล่นเข้าใจระบบนี้อย่างถ่องแท้แล้วหรือยัง

Metroid Dread content image

Metroid Dread content image

ทำไม E.M.M.I. ถึงน่ากลัวขนาดนั้น?

หุ่นยนต์ E.M.M.I. คือสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดใน Metroid Dread และการออกแบบของมันก็ยอดเยี่ยมจริงๆ หุ่นแต่ละตัวจะลาดตระเวนอยู่ในโซนที่กำหนดบนแผนที่ และทันทีที่คุณก้าวเข้าสู่โซนนั้น บรรยากาศของเกมจะเปลี่ยนไปในทันที Samus ไม่สามารถทำลาย E.M.M.I. ด้วยอาวุธปกติได้ การวิ่ง การซ่อน และการใช้ Phantom Cloak จึงเป็นทางเลือกเดียวจนกว่าคุณจะหาแหล่งพลังงานพิเศษในแผนที่ได้

เมื่อ E.M.M.I. จับ Samus ได้ นั่นหมายถึงความตายในครั้งเดียว (One-hit kill) เว้นแต่คุณจะกดสวนกลับได้แม่นยำในจังหวะที่สั้นมากๆ ซึ่งการสวนกลับนั้นตั้งใจออกแบบมาให้ยาก ทำให้การถูกจับส่วนใหญ่จบลงด้วยความตาย แม้จะดูโหดแต่โซนเหล่านี้ก็สั้นพอที่จะไม่ทำให้รู้สึกท้อแท้ แต่ก็ตึงเครียดพอที่จะทำให้ทุกย่างก้าวมีความหมาย มี E.M.M.I. ทั้งหมด 7 ตัวบนดาว ZDR ซึ่งแต่ละตัวจะมีรูปแบบการเคลื่อนที่และความสามารถที่ต่างกัน ทำให้ความท้าทายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความคืบหน้าของเกม

Metroid Dread content image

Metroid Dread content image

โลกและบรรยากาศ

ZDR เป็นดาวที่มีสภาพแวดล้อมหลากหลายซ้อนทับกันในแนวตั้งบนแผนที่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นป่าทึบ ซากปรักหักพังที่ถูกน้ำท่วม ถ้ำภูเขาไฟ และสถานีวิจัยที่ดูเย็นชา ทุกแห่งมีเอกลักษณ์ทางภาพและศัตรูที่แตกต่างกัน เกมไม่ได้บอกเล่าประวัติศาสตร์ของ ZDR อย่างชัดเจนทั้งหมด แต่ทิ้งรายละเอียดของสภาพแวดล้อมและบันทึกในห้องไอเทมไว้ให้ผู้เล่นที่ช่างสังเกตได้ค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

ตัว Samus เองใน Dread นั้นดูมีชีวิตชีวาและแสดงอารมณ์ได้มากกว่าภาค 2D ภาคไหนๆ คัตซีนสั้นๆ แสดงให้เห็นปฏิกิริยาของเธอต่อการค้นพบและการเผชิญหน้าด้วยท่าทางที่เกมยุค Sprite ไม่สามารถทำได้ เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนถึงช่วงท้าย ซึ่งเป็นการคลี่คลายปมต่างๆ ที่ค้างคามาตั้งแต่ Metroid Fusion ในปี 2002

อิทธิพลและความสำเร็จ

Metroid Dread คว้ารางวัล Game of the Year จากงาน The Game Awards 2021 ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ทำเอาหลายคนประหลาดใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในปีนั้น เกมทำยอดขายได้มากกว่า 2.9 ล้านชุดภายใน 3 เดือนแรก ทำให้กลายเป็นภาคที่ขายดีที่สุดในซีรีส์ Metroid ไปอย่างขาดลอย สำหรับแฟรนไชส์ที่ห่างหายจากเกมภาคหลักแบบ 2D ไปตั้งแต่ Metroid: Zero Mission ในปี 2004 ความสำเร็จนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ามีฐานแฟนคลับจำนวนมากที่รอคอยการกลับมาของเกมนี้อยู่

Metroid Dread content image

Metroid Dread content image

สำหรับผู้เล่นที่มองหาเกมแนว Metroidvania ที่มีการควบคุมแม่นยำ บรรยากาศเข้มข้น และการสู้บอสที่ต้องอาศัยการจดจำแพทเทิร์น Metroid Dread คือคำตอบที่ตอบโจทย์ครบทุกข้อ ลำดับการหนี E.M.M.I. ทำให้เกมมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแนวนี้ และการพัฒนาความสามารถของตัวละครก็ยังคงน่าตื่นเต้นตั้งแต่ชั่วโมงแรกจนถึงการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายบน ZDR