ภาพรวม
Middle-earth: Shadow of Mordor คือเกมแนว Action RPG แบบ Open-world ที่พัฒนาโดย Monolith Productions และจัดจำหน่ายโดย Warner Bros. Interactive Entertainment ตัวเกมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2014 โดยจะพาผู้เล่นเข้าสู่ดินแดน Mordor ในบทบาทของ Talion เรนเจอร์แห่ง Black Gate ผู้ถูกสังหารพร้อมกับครอบครัว แต่แล้วเขากลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยพลังของวิญญาณปริศนา (Wraith) สิ่งที่ตามมาคือการเดินทางเพื่อล้างแค้นในดินแดน Mordor ที่คุณสามารถสำรวจได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นเนื้อเรื่องที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ระหว่าง The Hobbit และ The Lord of the Rings ในจักรวาลของ Tolkien
ตัวเกมจัดอยู่ในหมวด Action RPG ที่โดดเด่นและสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยระบบที่ไม่มีเกมไหนกล้าทำมาก่อนในยุคนั้น นั่นคือระบบ Nemesis ที่เปลี่ยนกองทัพออร์คของ Sauron ให้กลายเป็นสังคมที่มีชีวิต มีลำดับชั้น โดยกัปตันออร์คแต่ละตัวจะมีชื่อ บุคลิก และความทรงจำ หากคุณฆ่าตัวหนึ่งได้ อีกตัวก็จะก้าวขึ้นมาแทนที่ หรือถ้าคุณฆ่าไม่สำเร็จ มันจะจำคุณได้และกลับมาแก้แค้นพร้อมกลยุทธ์ใหม่ๆ รวมถึงคำพูดเยาะเย้ยที่อ้างอิงจากการต่อสู้ครั้งก่อนของคุณด้วย

เกมเพลย์และระบบการเล่น
ระบบการต่อสู้ใน Shadow of Mordor ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซีรีส์ Batman: Arkham โดยเน้นจังหวะการโจมตีระยะประชิด (Melee) ที่ต้องอาศัยการกดสวนกลับ (Counter) ให้ถูกจังหวะเพื่อทำคอมโบ Talion ยังสามารถใช้พลัง Wraith เพื่อโจมตีระยะไกลและลอบสังหาร (Stealth kill) ได้อย่างเหนือธรรมชาติ ทำให้ผู้เล่นปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นได้หลากหลายตามสถานการณ์

สรุปจุดเด่นของระบบเกม:
- ระบบ Nemesis ที่ศัตรูมีความทรงจำต่อเนื่อง
- การต่อสู้ระยะประชิดแบบเน้นคอมโบและจังหวะสวนกลับ
- พลัง Wraith สำหรับการลอบเร้นและการโจมตีระยะไกล
- การอัปเกรดสกิลตามค่าประสบการณ์ (Experience)
- เควสรองและอีเวนต์สุ่มในโลก Open-world
การอัปเกรดสกิลนั้นเข้าใจง่ายและตอบโจทย์ โดยค่าประสบการณ์ที่ได้จากการต่อสู้และทำเควสจะช่วยปลดล็อกความสามารถใหม่ๆ ทั้งในส่วนของสกิลเรนเจอร์และพลัง Wraith ทำให้ผู้เล่นค่อยๆ ปั้นสไตล์การต่อสู้ในแบบของตัวเองได้
ทำไมระบบ Nemesis ถึงแตกต่าง?
ระบบ Nemesis คือฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดใน Shadow of Mordor และก็สมเหตุสมผลมาก เพราะกัปตันออร์คทุกตัวใน Mordor เปรียบเสมือนยูนิตที่มีชีวิต มีระดับยศ จุดแข็ง จุดอ่อน และประวัติการต่อสู้กับผู้เล่น หากกัปตันตัวไหนฆ่า Talion ได้ มันจะได้รับการเลื่อนยศและจดจำเหตุการณ์นั้นไว้เมื่อเจอกันครั้งหน้า หรือถ้า Talion ทำให้กัปตันบาดเจ็บแต่หนีไปได้ มันอาจจะตามล่าคุณเพื่อล้างแค้นในภายหลัง
สิ่งนี้สร้างการเล่าเรื่องแบบ Emergent ที่ผู้เล่นแต่ละคนจะเจอประสบการณ์ไม่ซ้ำกัน กัปตันที่เป็นเพียงลูกกระจ๊อกธรรมดาอาจกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต (Nemesis) ที่มีประวัติร่วมกับคุณอย่างลึกซึ้ง ระบบนี้คว้ารางวัล Game of the Year จากหลายสำนักในปี 2014 และ Shadow of Mordor ยังกวาดรางวัล "Best of 2014" ไปกว่า 50 รางวัล รวมถึงรางวัล Most Innovative Game อีกด้วย

โลกและบรรยากาศในเกม
Mordor ในเกมนี้ไม่ใช่แค่ดินแดนภูเขาไฟที่เห็นในภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว ตัวเกมนำเสนอพื้นที่ Open-world สองโซนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านงานภาพและประชากรออร์ค บรรยากาศในเกมดึงมาจากตำนานของ Tolkien โดยตรง โดยแทรกเนื้อหาที่เติมเต็มช่องว่างที่หนังสือและภาพยนตร์ไม่ได้กล่าวถึง
เนื้อเรื่องหลักเน้นไปที่ความสัมพันธ์ระหว่าง Talion กับวิญญาณ Wraith ที่ค่อยๆ เผยตัวตนออกมาตลอดทั้งแคมเปญ ความลึกลับนี้ช่วยดึงดูดให้ผู้เล่นอยากติดตามเนื้อเรื่องนอกเหนือไปจากการล้างแค้น และการเขียนบทของเกมก็เคารพต้นฉบับของ Tolkien ได้ดีพอที่จะทำให้แฟนๆ ประทับใจโดยไม่จำเป็นต้องรู้ลึกถึงขั้นเป็นสารานุกรม
อิทธิพลและตำนานของเกม
อิทธิพลของ Shadow of Mordor ที่มีต่อเกมแนว Action RPG ยังคงเห็นได้ชัดแม้เวลาจะผ่านไปหลายปี ระบบ Nemesis ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญให้กับภาคต่ออย่าง Middle-earth: Shadow of War และจุดประเด็นให้วงการเกมหันมาสนใจเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ของศัตรูแบบสุ่ม (Procedurally generated) สำหรับตัวเกมเวอร์ชัน Game of the Year Edition จะรวมตัวเกมหลักและ DLC ทั้งหมดไว้ด้วยกัน ซึ่งยังคงวางจำหน่ายบน PC ผ่าน Steam, PlayStation 4, Xbox และ macOS ในราคา $19.99 สำหรับใครที่พลาดไปในตอนเปิดตัว นี่คือหนึ่งในเกม Open-world ที่มีระบบการเล่นโดดเด่นที่สุดในยุคของมัน












