ภาพรวม
Mirror's Edge Catalyst คือเกมแนวแอ็กชันผจญภัยสไตล์ปาร์กัวร์ (Parkour) ที่พัฒนาโดย DICE และจัดจำหน่ายโดย Electronic Arts ตัวเกมดำเนินเรื่องในเมือง Glass โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Faith Connors ฟรีรันเนอร์ (Free Runner) สาวที่เรื่องราวในภาคนี้จะเป็นการปูพื้นหลังต้นกำเนิดของเธอ สำรวจอดีตและปัจจัยต่างๆ ที่หล่อหลอมตัวตนของเธอขึ้นมา โดยตัวเมืองเองถือเป็นหัวใจหลักของเกม ด้วยโลกแบบ Open World ที่กว้างใหญ่ เต็มไปด้วยดาดฟ้าตึกที่อาบแสงแดด ตึกระฟ้าของเหล่าบริษัท และอุโมงค์ใต้ดินสุดดิบที่รอให้ผู้เล่นได้มาค้นหาเส้นทางที่ใช่
ต่างจาก Mirror's Edge ภาคแรกที่เน้นการเล่นแบบเส้นตรง Mirror's Edge Catalyst เปิดกว้างให้ผู้เล่นได้สำรวจเมืองได้อย่างอิสระ ซึ่งจุดนี้เปลี่ยนจังหวะการเล่นของเกมไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งภารกิจเสริม (Side missions), การแข่งทำเวลา (Time trials) และภารกิจส่งของที่กระจายอยู่ทั่วแผนที่ โดยมี "Flow" หรือจังหวะการเคลื่อนที่ที่ลื่นไหลเป็นตัวเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มุมมองแบบบุคคลที่หนึ่ง (First-person) ทำให้ทุกจังหวะการกระโดดและการวิ่งไต่กำแพง (Wall-run) ให้ความรู้สึกที่สมจริงและเร้าใจแบบที่เกมมุมมองบุคคลที่สามเทียบไม่ติด
เกมเพลย์และระบบการเล่น
ระบบปาร์กัวร์คือจุดขายที่ทำให้ Mirror's Edge Catalyst โดดเด่น Faith เคลื่อนที่ด้วยความพริ้วไหวโดยเน้นการรักษาโมเมนตัม (Momentum) ซึ่งการรักษาความเร็วให้ต่อเนื่องคือทั้งความท้าทายและรางวัลที่ผู้เล่นจะได้รับ การหยุดชะงักถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่

Mirror's Edge™ Catalyst content image
กลไกการเคลื่อนที่หลักประกอบด้วย:
- Wall runs (วิ่งไต่กำแพง) และ Quickturns (กลับตัวฉับพลัน)
- Shift (แดชพุ่งตัวผ่านช่องแคบ)
- Coil (ย่อตัวกระโดดขึ้นที่สูง)
- Mag rope (ตะขอเกี่ยวสำหรับโหนตัวข้ามช่องว่างกว้างๆ)
- Spring step (กระโดดเด้งตัวจากกำแพงในแนวตั้ง)

Mirror's Edge™ Catalyst content image
ระบบต่อสู้ถูกตัดอาวุธปืนออกไปโดยสิ้นเชิง Faith จะใช้เพียงการต่อสู้ระยะประชิด (Melee) โดยอาศัยโมเมนตัมในการโจมตีและผลักศัตรู ซึ่งเป็นการออกแบบที่ตั้งใจให้ผู้เล่นโฟกัสไปที่การเคลื่อนที่มากกว่าการหยุดยิง ระบบนี้ถือว่าทำออกมาได้ดีในสถานการณ์ส่วนใหญ่ แม้จะขาดความลึกเมื่อเทียบกับเกมที่เน้นระบบต่อสู้โดยเฉพาะ
โลกและบรรยากาศในเกม
เมือง Glass นำเสนอความแตกต่างอย่างสุดขั้วระหว่างภาพลักษณ์ที่สวยหรูบนพื้นผิวกับความจริงอันโหดร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องล่าง โดยมีกลุ่ม Conglomerate ที่คอยควบคุมทุกอย่าง ส่วนเหล่า Runners ที่อยู่นอกระบบคือกลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ Faith ทำงานในพื้นที่สีเทานี้ รับงาน ค้นหาความลับ และค่อยๆ ต่อต้านระบบที่กดขี่ผู้คน

Mirror's Edge™ Catalyst content image
โลก Open World ถูกแบ่งออกเป็นเขตต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เส้นทางบนดาดฟ้าเชื่อมต่อกันอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องคอยดู Waypoint ตลอดเวลา การค้นหาเส้นทางที่เร็วที่สุดระหว่างจุดหมายถือเป็นความฟินอย่างหนึ่งของเกมนี้ เมืองนี้ถูกออกแบบมาเพื่อการเคลื่อนที่มาก่อนเนื้อเรื่อง
Mirror's Edge Catalyst ยังน่าเล่นสำหรับคอปาร์กัวร์อยู่ไหม?
สำหรับผู้เล่นที่ชื่นชอบเกมแนวปาร์กัวร์มุมมองบุคคลที่หนึ่ง Mirror's Edge Catalyst ยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่เกมที่ทำออกมาได้ถึงระดับนี้ ระบบการเคลื่อนที่มีความยากในการฝึกฝน (Learning curve) ที่คุ้มค่า และโลกแบบ Open World ก็เปิดโอกาสให้ระบบนี้ได้แสดงศักยภาพมากกว่าด่านแบบเส้นตรงในภาคแรก นอกจากนี้ยังมีโหมด Time trial และระบบ Ghost ที่ให้คุณแข่งกับสถิติของผู้เล่นคนอื่น เพิ่มความคุ้มค่าในการกลับมาเล่นซ้ำได้อีกเรื่อยๆ
เนื้อเรื่องอาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ Faith เป็นตัวเอกที่มีเสน่ห์ และการสร้างโลกเกี่ยวกับกลุ่ม Conglomerate และเครือข่าย Runner ก็มีความลึกพอที่จะดึงดูดให้คุณเล่นจนจบ แต่แรงจูงใจที่แท้จริงคือการได้วิ่งไปบนดาดฟ้าถัดไป การหาเส้นทางที่สมบูรณ์แบบ และการวิ่งที่ทุกจังหวะลงตัวที่สุด

Mirror's Edge™ Catalyst content image







