• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • ซื้อเกม
  • รายการ
  • GAMES+
  • ข้อเสนอและส่วนลด
  • ปฏิทินเกม (ปลดล็อกด้วย GAMES+)
Mirror's Edge Banner
  1. เกม
  2. Mirror's Edge
  3. ภาพรวม

Mirror's Edge

เกี่ยวกับ Mirror's Edge

สตูดิโอ

EA Digital Illusions CE

เว็บไซต์

www.mirrorsedge.com

วันวางจำหน่าย

November 11th 2008

Mirror's Edge Logo
Mirror's Edge
ปริศนาการผจญภัย

สัมผัสประสบการณ์เกม Parkour มุมมองบุคคลที่หนึ่งสุดระทึก รับบทเป็นนักวิ่งส่งของที่ต้องซิ่งข้ามตึกในเมืองที่ถูกจับตามองทุกฝีก้าวใน Mirror's Edge

ผู้พัฒนา

EA Digital Illusions CE

สถานะ

เล่นได้

วันวางจำหน่าย

November 11th 2008

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Mirror's Edge เปิดตัวในปี 2008 และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่มีเกมมุมมองบุคคลที่หนึ่งไหนทำได้มาก่อน นั่นคือการทำให้คุณรู้สึกถึงน้ำหนักและจังหวะการเคลื่อนไหวของร่างกายในพื้นที่จริง! ในบทบาทของ Faith Connors นักวิ่งส่งของในเมืองเผด็จการ เป้าหมายของคุณคือการรักษาโมเมนตัมให้ต่อเนื่อง พุ่งทะยานไปข้างหน้า และอย่าให้สถาปัตยกรรมที่กดขี่หยุดยั้งคุณได้ นี่คือเกมแนว Platforming ที่มอบประสบการณ์ความคล่องตัวได้สมจริงที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Mirror's Edge Gallery 1
Mirror's Edge Gallery 2
Mirror's Edge Gallery 3
Mirror's Edge Gallery 4
Mirror's Edge Gallery 5
Mirror's Edge Gallery 6
Mirror's Edge Gallery 7
Mirror's Edge Gallery 8
ดีลเด็ดจาก GAMES.GG

พบกับส่วนลดสูงสุด เกมฟรี และข้อเสนอจำกัดเวลาจากร้านค้าเกมชั้นนำทั่วโลก

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

บอกลาการจ่ายราคาเต็ม

ภาพรวม

Mirror's Edge พัฒนาโดย EA Digital Illusions CE และจัดจำหน่ายโดย Electronic Arts จะพาผู้เล่นดิ่งเข้าสู่เมืองแห่งโลกอนาคตที่ดูสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว Faith Connors คือ Runner หนึ่งในเครือข่ายนักส่งของใต้ดินที่คอยรับส่งข้อความผ่านทางดาดฟ้าตึกทั่วเมืองเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับของรัฐบาล เมื่อ Kate น้องสาวของเธอถูกใส่ร้ายในคดีฆาตกรรม งานส่งของส่วนตัวจึงกลายเป็นภารกิจไล่ล่าที่ต้องวิ่งหนีไปทั่วเมืองท่ามกลางแผนการสมคบคิดสุดอันตราย

ตัวเกมวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายน 2008 และสร้างความแตกต่างจากเกมอื่นบนเชลฟ์ในปีนั้นทันที เกมมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person) ส่วนใหญ่ในยุคนั้นมักจะเป็นเกมยิง แต่ Mirror's Edge เปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นทั้งอาวุธและพาหนะ ด้วยท่าทางการวิ่งที่สมจริง การกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง และมุมกล้องที่เอียงไปตามจังหวะการ Vault (กระโดดข้าม) และ Roll (กลิ้งตัว) นี่คือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและตั้งใจอย่างยิ่งว่าการเคลื่อนไหวในมุมมองบุคคลที่หนึ่งควรจะให้ความรู้สึกอย่างไร

เกมเพลย์และระบบการเล่น

หัวใจสำคัญของ Mirror's Edge คือการคุม Momentum (แรงเหวี่ยง) โดยชุดทักษะการเคลื่อนไหวของ Faith ประกอบด้วย:

  • Wall-run (วิ่งไต่กำแพง) ในแนวตั้ง
  • Vault และ Slide (สไลด์) ลอดผ่านสิ่งกีดขวาง
  • Coil jump (กระโดดเด้งตัว) จากกำแพงเพื่อขึ้นสู่ที่สูง
  • Disarm takedowns (แย่งอาวุธ) เมื่อศัตรูขวางทาง
  • Quick-turn pivots (หมุนตัวกลับหลัง) เพื่อเปลี่ยนทิศทางขณะวิ่ง

เกมใช้ระบบสีที่เรียกว่า Runner Vision ซึ่งวัตถุหรือพื้นผิวสีแดงจะเป็นตัวบอกเส้นทางหลักที่ควรไป ผู้เล่นจะเลือกวิ่งตามมาร์กเกอร์เหล่านี้หรือเมินมันเพื่อหาเส้นทางที่เร็วกว่าก็ได้ แม้จะมีระบบต่อสู้แต่ตัวเกมก็ไม่สนับสนุนให้เราหยุดสู้ เพราะการหยุดเพื่อปะทะจะทำให้เสียความเร็วและ Momentum ไปเปล่าๆ การออกแบบเกมจึงเน้นให้ผู้เล่นหาทางเลี่ยงศัตรูมากกว่าการบวกตรงๆ

มุมกล้องจะมีการสั่นไหวไปตามการเคลื่อนไหวของ Faith แทนที่จะล็อกอยู่กับที่ ฟังดูเป็นรายละเอียดเล็กน้อยแต่มันเปลี่ยนทุกอย่าง การวิ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังวิ่งจริงๆ การลงพื้นแรงๆ ก็จะให้ความรู้สึกกระแทกอย่างชัดเจน ความสมจริงของระบบการเคลื่อนไหวนี้เองที่ทำให้ Mirror's Edge ยังคงเป็นที่จดจำแม้เวลาจะผ่านไปเกือบสองทศวรรษแล้วก็ตาม

โลกและบรรยากาศในเกม

เมืองใน Mirror's Edge ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการในภาคแรก แต่เอกลักษณ์ทางภาพนั้นโดดเด่นจนจำได้แม่น สถาปัตยกรรมสีขาวโพลน พื้นผิวเรขาคณิตที่สะอาดตา ตัดกับสีสันสดใสจากท่อ ช่องระบายอากาศ และป้ายไฟต่างๆ งานภาพที่เลือกใช้มีความตั้งใจแฝงอยู่: ความสว่างของเมืองสื่อถึงการควบคุมแบบเผด็จการ ทุกอย่างที่มองเห็น ทุกอย่างที่ถูกจับตา และทุกอย่างที่ถูกจัดระเบียบ

เรื่องราวของ Faith แบ่งออกเป็น 9 บท แต่ละบทจะพาไปสำรวจส่วนต่างๆ ของเมือง ตั้งแต่ตึกระฟ้าของบริษัทเอกชน ไซต์ก่อสร้าง ไปจนถึงสิ่งอำนวยความสะดวกใต้ดิน เนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารนักการเมืองสายปฏิรูป บริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนที่รันโปรแกรมลับต่อต้าน Runner ที่เรียกว่า Project Icarus และเหล่าพันธมิตรที่ความจงรักภักดีเปลี่ยนไปมาตามแผนการที่ค่อยๆ เปิดเผยออกมา โดยเนื้อเรื่องจะเล่าผ่านคัตซีนแบบแอนิเมชันแทนที่จะเป็นภาพในเกม ซึ่งเป็นสไตล์ที่ทำให้เกมมีกลิ่นอายของ Graphic novel ที่ชัดเจน

อิทธิพลและตำนาน

Mirror's Edge มาถึงในยุคที่ตลาดเกมยังไม่พร้อมจะรับมือกับมัน คะแนนรีวิวในตอนนั้นแตกเป็นสองฝั่ง นักวิจารณ์ชื่นชมระบบการเคลื่อนไหวและงานภาพ แต่ก็ตั้งคำถามกับระบบต่อสู้และการดำเนินเรื่อง ผู้เล่นที่อินกับระบบ Parkour ต่างก็กลับมาเล่นซ้ำ และตัวเกมก็ได้สร้าง Community ที่เหนียวแน่นรอบการทำ Speedrun ในแต่ละด่านจนถึงระดับเฟรมต่อเฟรม

อิทธิพลของเกมภาคแรกปรากฏให้เห็นในเกมแนว First-person movement ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แนวคิดเรื่องความสมจริงของร่างกาย, Momentum และการนำทางในสภาพแวดล้อมได้ผลักดันแนวเกมนี้ไปในทิศทางที่เรายังเห็นได้จนถึงปัจจุบัน ภาคต่ออย่าง Mirror's Edge Catalyst ได้วางจำหน่ายในปี 2016 ในรูปแบบ Open-world ที่ตีความเรื่องราวของ Faith ใหม่ แต่ภาคแรกยังคงเป็นเวอร์ชันที่บริสุทธิ์และโฟกัสกับคอนเซปต์ได้ดีที่สุด เป็นเกมแนว First-person platformer ความยาว 6-8 ชั่วโมงที่ยังคงยืนหยัดในฐานะหนึ่งในเกม Action-adventure ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดเท่าที่ EA เคยจัดจำหน่ายมา