ภาพรวม
Monster Train ถือเป็นหนึ่งในเกมแนว roguelike deckbuilder ที่สร้างสรรค์ที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา พัฒนาโดย Shiny Shoe และจัดจำหน่ายโดย Good Shepherd Entertainment เกมแนววางแผนแบบ turn-based (ผลัดกันเล่น) นี้ได้พลิกโฉมรูปแบบเกมแนว tower defense แบบเดิมๆ โดยให้ผู้เล่นสวมบทบาทเป็นผู้ปกป้องนรกภูมิ เมื่อสวรรค์ได้แช่แข็งโลกใต้พิภพ มีเพียง Boneshaker รถไฟที่บรรทุก Pyre ดวงสุดท้ายเท่านั้นที่จะกอบกู้ขุมนรกกลับคืนมาได้ ผู้เล่นจะต้องวางแผนจัดวางมอนสเตอร์และใช้เวทมนตร์บนชั้นรถไฟทั้ง 3 ชั้นเพื่อสกัดกั้นเหล่านักรบจากสวรรค์ก่อนที่พวกมันจะบุกขึ้นไปดับไฟแห่งนรก
ตัวเกมเปิดตัวในเดือนพฤษภาคม 2020 และได้ขยายแพลตฟอร์มไปสู่ Windows, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch, iOS และ Android ด้วยการ์ดกว่า 250 ใบ, เผ่ามอนสเตอร์ 5 เผ่าที่โดดเด่น และระดับความยาก Covenant ถึง 25 ระดับ ทำให้ Monster Train มอบประสบการณ์ความลึกซึ้งที่เข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีอัปเดต Wild Mutations และ Friends & Foes ที่ช่วยเพิ่มคอนเทนต์และโหมดผู้เล่นหลายคน (multiplayer) ให้สนุกยิ่งขึ้นไปอีก
อะไรที่ทำให้ระบบการต่อสู้แบบหลายชั้น (Multi-Floor) มีความโดดเด่น?
โครงสร้างรถไฟ 3 ชั้นเปลี่ยนวิธีการวางกลยุทธ์ deckbuilding ของผู้เล่นไปอย่างสิ้นเชิง แต่ละชั้นเปรียบเสมือนสนามรบแยกส่วนที่สามารถวางมอนสเตอร์เพื่อสร้างแนวป้องกันเป็นชั้นๆ ได้ ศัตรูจะค่อยๆ ไต่ขึ้นไปทีละชั้น ซึ่งหมายความว่ายูนิตที่วางไว้ชั้นบนจะมีโอกาสโจมตีศัตรูที่กำลังไต่ขึ้นมาจากด้านล่างได้มากขึ้น การออกแบบแนวตั้งนี้เพิ่มมิติเรื่องพื้นที่ (spatial considerations) ซึ่งไม่มีในเกมการ์ดส่วนใหญ่ โดยมีข้อจำกัดเรื่องความจุ (capacity) ที่บีบให้ผู้เล่นต้องตัดสินใจอย่างยากลำบากในการวางยูนิต รวมถึงความสามารถบางอย่างที่จะทำงานตามตำแหน่งของชั้นที่วางไว้

Monster Train
องค์ประกอบกลยุทธ์ที่สำคัญ ได้แก่:
- การจัดการความจุของชั้น (Floor capacity) สำหรับการวางยูนิต
- การวางตำแหน่ง Champion เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- จังหวะการใช้เวทมนตร์ (Spell timing) ในช่วงเฟสการต่อสู้ต่างๆ
- รูปแบบการบุกของศัตรูที่ต้องอาศัยการป้องกันแบบปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
- การปกป้อง Pyre ซึ่งเป็นเงื่อนไขความพ่ายแพ้สูงสุด
ระบบนี้ให้รางวัลทั้งการตอบสนองทางยุทธวิธีในทันทีและการวางแผนสร้าง Deck ในระยะยาว การเลือกว่าจะอัปเกรดมอนสเตอร์ตัวไหน จะจั่วเวทมนตร์ใบไหน และจะสร้างคอมโบ (synergize) ความสามารถของเผ่าอย่างไร ทำให้เกิดเป็นปริศนาที่น่าพึงพอใจและพัฒนาไปเรื่อยๆ ตลอดการเล่นแต่ละรอบ

Monster Train
ความหลากหลายของเผ่าและความลึกซึ้งในการสร้าง Deck
เผ่ามอนสเตอร์ทั้ง 5 เผ่ามอบสไตล์การเล่นและกลไกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในแต่ละรอบผู้เล่นสามารถเลือกเผ่าหลักและเผ่าพันธมิตรเพื่อรวมกองการ์ดเข้าด้วยกันเพื่อสร้างกลยุทธ์แบบไฮบริดที่ไม่เหมือนใคร เผ่า Hellhorned เน้นพลังโจมตีและเกราะที่รุนแรง ในขณะที่ Awoken เน้นการฟื้นฟูพลังชีวิต (healing/regeneration) เผ่า Stygian Guard จะเน้นการใช้พลังเวทมนตร์และสถานะแช่แข็ง (frostbite) ยูนิตของ Umbra จะเน้นการกิน (consume) เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นผ่านกลไก morsel ส่วน Melting Remnant จะเน้นการวางยูนิตที่ใช้แล้วทิ้งซึ่งสามารถฟื้นคืนชีพได้หลังจากตายไปแล้ว

Monster Train
ระบบการจับคู่เผ่านี้ช่วยทวีคูณความเป็นไปได้ทางกลยุทธ์อย่างมหาศาล การค้นพบคอมโบที่ทรงพลังระหว่างเผ่าต่างๆ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เกมนี้เล่นซ้ำได้ไม่รู้จบ เพราะการปฏิสัมพันธ์ของการ์ดบางใบสามารถสร้างความเสียหายแบบมหาศาล (synergies) ได้ โครงสร้างแบบ roguelike ทำให้การจับคู่เผ่าเดิมๆ ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป ขึ้นอยู่กับการ์ดที่ได้รับ, อาร์ติแฟกต์ที่พบ และโอกาสในการอัปเกรดที่เจอตามเส้นทาง
โหมดผู้เล่นหลายคนและความท้าทาย
Monster Train ไปไกลกว่าแค่การเล่นคนเดียวด้วยโหมดผู้เล่นหลายคนทั้งแบบแข่งขันและร่วมมือกัน โหมด Hell Rush จะให้ผู้เล่นสูงสุด 8 คนมาแข่งกันทำคะแนนสูงสุดภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ส่วน Daily challenges จะนำเสนอสถานการณ์ที่ถูกกำหนดไว้พร้อมตัวปรับแต่งเฉพาะ เพื่อสร้างการแข่งขันในชุมชนผ่านกระดานผู้นำ (leaderboards) ฟีเจอร์เหล่านี้เปลี่ยนประสบการณ์การเล่นคนเดียวให้กลายเป็นสังคมโดยไม่เสียแก่นหลักของเกมแนว deckbuilding ไป

Monster Train
ระดับ Covenant มอบความยากที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้เล่นที่ต้องการความเชี่ยวชาญ แต่ละระดับจะเพิ่มความซับซ้อนใหม่ๆ เช่น ศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้น, ทรัพยากรที่ลดลง, หรือความสามารถใหม่ของบอส ซึ่งบีบให้ผู้เล่นต้องขัดเกลากลยุทธ์และค้นหา Build ที่ดีที่สุด ระบบความก้าวหน้านี้ทำให้เกมยังคงความท้าทายไว้ได้นานหลังจากเล่นจบครั้งแรก
บทสรุป
Monster Train มอบประสบการณ์ roguelike deckbuilding ที่ผ่านการออกแบบมาอย่างเชี่ยวชาญ โดดเด่นด้วยการต่อสู้แบบหลายชั้นที่สร้างสรรค์และความหลากหลายของเผ่าที่ยอดเยี่ยม ความลึกซึ้งทางกลยุทธ์ที่เกิดจากการออกแบบสนามรบแนวตั้งให้รางวัลทั้งกับผู้เล่นใหม่ที่กำลังเรียนรู้คอมโบพื้นฐาน และผู้เล่นระดับเซียนที่กำลังไล่ล่าความสำเร็จในระดับ Covenant ด้วยฟีเจอร์ผู้เล่นหลายคนที่แน่นปึ้กและการเล่นข้ามแพลตฟอร์มได้ เกมวางแผน turn-based สุดเจ๋งนี้ยังคงมอบความท้าทายใหม่ๆ ให้กับผู้เล่นแม้จะผ่านไปหลายปีหลังเปิดตัว ผู้เล่นที่กำลังมองหาเกม deckbuilder ที่ผสมผสานการวางตำแหน่งทางยุทธวิธีเข้ากับคอมโบการ์ดที่สะใจ จะพบว่าการเดินทางสู่นรกของ Monster Train นั้นคุ้มค่าอย่างแน่นอน















