กลุ่มผู้เล่น PlayStation กำลังรวมตัวกันประท้วงครั้งใหญ่ โดยวางแผนที่จะปิดเครื่องคอนโซลหรือออฟไลน์จากระบบอย่างถาวรเป็นเวลา 7 วันเต็มในเดือนสิงหาคมนี้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเริ่มได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในช่วงวันที่ August 23 ถึง August 30, 2026 ซึ่งกลุ่มผู้จัดแคมเปญต้องการให้ Sony รับรู้ถึงความเงียบเหงา ทั้งในส่วนของยอดผู้ใช้งานบนเซิร์ฟเวอร์และรายได้จาก PlayStation Store

รับสิทธิ์สมาชิก GTA+ ฟรี 1 เดือนเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้า GTA 6 ได้แล้ววันนี้
วิธีการเข้าร่วมแคมเปญ Blackout
ข้อเรียกร้องนั้นชัดเจนมาก ในช่วงเวลา 7 วันดังกล่าว ผู้เข้าร่วมแคมเปญถูกขอให้ทำ 3 สิ่ง คือ: ล็อกเอาต์ออกจาก PlayStation Network, หลีกเลี่ยงการเล่นเกมออนไลน์ทุกประเภท และไม่ใช้จ่ายเงินบน PlayStation Store โดยมีตรรกะว่าการที่จำนวนผู้เล่น (Active Users) และยอดการซื้อลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือสัญญาณที่ Sony ไม่สามารถเพิกเฉยได้เหมือนกับการมองข้ามกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโซเชียลมีเดีย
Does It Play กลุ่มที่สนับสนุนสื่อแบบแผ่น (Physical Media) และการเป็นเจ้าของเกมแบบออฟไลน์มาอย่างยาวนาน เป็นแกนนำหลักในการขับเคลื่อนแคมเปญนี้ นอกจากนี้ยังมี Stop Killing Games องค์กรที่ผลักดันกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้จัดจำหน่ายเกมปิดการเข้าถึงเกมที่ผู้เล่นซื้อไปแล้วจากระยะไกล เข้ามาร่วมสนับสนุนด้วยเช่นกัน
ชนวนเหตุของความไม่พอใจ
ต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่การประท้วงที่มีประเด็นเดียว โดยแถลงการณ์ของแคมเปญ Blackout ได้ระบุเหตุผลหลายประการที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าถึงขีดจำกัดกับทาง Sony แล้ว
จุดแตกหักที่สำคัญที่สุดคือ การที่ PlayStation ประกาศว่าเกม PS5 แบบแผ่นทั้งหมดจะเปลี่ยนไปใช้รูปแบบ Code-in-a-box (โค้ดในกล่อง) ตั้งแต่เดือน January 2028 เป็นต้นไป ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อนและกระแสต่อต้านก็ยังคงรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่ามีผู้เล่น PS5 เพียงประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ใช้เครื่องรุ่น All-Digital Edition ทำให้การตัดสินใจนี้ดูเหมือนเป็นการไม่ฟังเสียงของผู้เล่นส่วนใหญ่
นอกเหนือจากประเด็นเรื่องแผ่นเกมแล้ว แถลงการณ์ยังกล่าวถึงการปิดตัวลงอย่างกะทันหันของ Bluepoint Games, ความพยายามที่ดูไร้ทิศทางของ Sony ในการผลักดันเกม Live Service ที่ไม่ประสบความสำเร็จ รวมถึงความไม่เต็มใจที่จะนำแฟรนไชส์เกมเก่ากลับมาปัดฝุ่นใหม่ โดยมีการระบุชื่อซีรีส์อย่าง Twisted Metal และ Sly Cooper ว่าเป็นเกมที่ชุมชนผู้เล่นต้องการให้กลับมา
นอกจากนี้ยังมีกรณีแยกต่างหากที่เกี่ยวข้อง คือการที่ PlayStation ลบภาพยนตร์จำนวน 500 เรื่องออกจากบัญชีผู้ใช้งาน ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่กังขาเรื่องการถือครองสิทธิ์ในรูปแบบดิจิทัลเลยแม้แต่น้อย
แคมเปญนี้จะสั่นคลอน Sony ได้จริงหรือไม่
ในขณะนี้เริ่มมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งข้อโต้แย้งในเชิงปฏิบัติก็น่าสนใจไม่น้อย นั่นคือกลุ่มผู้เล่นที่มีแนวโน้มจะรับรู้และเข้าร่วมแคมเปญนี้มักจะเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสื่อแบบแผ่น สิทธิผู้บริโภค และการอนุรักษ์เกมในระยะยาวอยู่แล้ว ในขณะที่ผู้เล่น PS5 อีกหลายล้านคนที่ล็อกอินเข้าเล่น Fortnite หรือ Call of Duty เป็นประจำทุกวันอาจจะไม่ได้รับรู้เรื่องนี้ และต่อให้รับรู้ การหยุดเล่นไปถึง 7 วันก็ถือเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตสังคมเกมผ่าน PSN
สิ่งที่ผู้เล่นหลายคนอาจมองข้ามไปคือ เป้าหมายอาจไม่ใช่การทำให้รายได้ของ Sony ลดลงจนวัดผลได้ชัดเจนเพียงอย่างเดียว แต่การกดดันอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบที่ทำให้เรื่องนี้ยังคงอยู่ในหน้าสื่อได้นานหลายสัปดาห์ถือเป็นอำนาจต่อรองรูปแบบหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมา PlayStation ก็ถูกบีบให้ต้องออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องแผ่นเกมหลังจากที่นิ่งเงียบมานานกว่าที่ใครคาดคิด และความเงียบนั้นก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อพวกเขาเลย
สำหรับผู้เล่น PS5 ที่เล่นบน PC ด้วย นี่เป็นโอกาสดีที่จะเคลียร์เกมในดองหรือลองเล่นเกมใหม่ๆ หากคุณกำลังจะห่างจาก PSN อยู่แล้ว สามารถดู คู่มือวันวางจำหน่าย Black Ops 7 และ Warzone Season 5 ของเราเพื่อดูรายละเอียดอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ July 23 และสิ่งที่กำลังจะมาถึง โดย Season 5 ได้เปิดให้เล่นแล้วทั้งสองเกม
ช่วงเวลาของแคมเปญ Blackout ยังเหลือเวลาอีกเกือบหนึ่งเดือน ซึ่งแรงขับเคลื่อนที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่นี้ไปจนถึงวันที่ August 23 จะเป็นตัวบ่งชี้ว่า Sony จำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังหรือไม่ สำหรับข่าวสารวงการเกมและการรายงานจากมุมมองของผู้เล่นเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ศูนย์รวมคู่มือการเล่น ของเราได้ทุกแพลตฟอร์ม








