คำตอบสั้นๆ คือใช่ The Duskbloods มีโหมด Co-op แต่ระบบการทำงานจะแตกต่างจากที่ผู้เล่นส่วนใหญ่คาดหวังไว้ โดย FromSoftware ได้ยืนยันแล้วว่าตัวเกมเวอร์ชันวางจำหน่ายจริงจะรองรับการเชิญเพื่อน (Friend Invites) และระบบจับคู่ปาร์ตี้ (Party Matchmaking) ซึ่งช่วยให้คุณสามารถจัดทีมก่อนเข้าสู่แมตช์ออนไลน์ได้ แต่ฟีเจอร์นี้จะยังไม่เปิดให้ใช้งานในช่วงทดสอบระบบ (Network Test) ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 21, 22 และ 23 สิงหาคมนี้
Co-op มีจริง แต่ช่วงทดสอบระบบจะรองรับเฉพาะการจับคู่แบบ Solo เท่านั้น
การทดสอบระบบในเดือนสิงหาคมจะเป็นการจับคู่แบบสุ่ม (Random Matchmaking) เท่านั้น ซึ่งทาง FromSoftware ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วว่าข้อจำกัดนี้เป็นเพียงชั่วคราว และการรวมกลุ่มกับเพื่อนก่อนเริ่มแมตช์จะเป็นฟีเจอร์หลักในตัวเกมเต็ม ดังนั้นหากคุณวางแผนจะตั้งตี้ (Premade Group) เพื่อเล่นในช่วงทดสอบนี้ จะยังไม่สามารถทำได้
ประเด็นสำคัญคือ นี่ไม่ใช่สัญญาณว่าโหมด Co-op ถูกจำกัดหรือเป็นเพียงส่วนเสริมแต่อย่างใด โครงสร้างทั้งหมดของเกมถูกออกแบบมาในรูปแบบ PvPvE แบบผสมผสาน ซึ่งบางครั้งการร่วมมือกันอาจเป็นหนทางเดียวที่จะคว้าชัยชนะ ผู้เล่น 8 คนจะเข้าสู่แมตช์พร้อมกัน และแม้ว่าเป้าหมายหลักจะเป็นการเอาตัวรอดเป็นคนสุดท้าย (Last-player-standing) แต่ในบางสถานการณ์ของแมตช์จะเปลี่ยนไปสู่โหมด Co-op แบบบังคับ โดยเฉพาะเมื่อบอสใหญ่ปรากฏตัว ซึ่งผู้เล่นจำเป็นต้องร่วมมือกันเพื่อกำจัดบอสเหล่านั้น
Co-op เข้ามาอยู่ในโครงสร้าง PvPvE ได้อย่างไร
ผู้กำกับ Hidetaka Miyazaki ได้อธิบายว่าแมตช์ต่างๆ จะมีความลื่นไหลและคาดเดาไม่ได้ ในหนึ่งเซสชันอาจเริ่มต้นด้วยการที่ผู้เล่นไล่ล่ากันเอง แล้วเปลี่ยนไปสู่การเผชิญหน้ากับบอสที่การร่วมมือกันกลายเป็นกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่า ผู้เล่นสายป่วน (Adversarial players) อาจเลือกที่จะรอดูจังหวะในขณะที่คนอื่นกำลังสู้กับศัตรูที่แข็งแกร่ง เพื่อรอจังหวะซ้ำเติมเมื่อคู่ต่อสู้อ่อนแอลง หัวใจสำคัญคือการร่วมมือและการแข่งขันไม่ใช่โหมดที่แยกจากกัน แต่ทั้งสองอย่างจะเกิดขึ้นควบคู่กันไปในทุกแมตช์
Victory Points คือระบบคะแนนหลัก และ Miyazaki ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการหลีกเลี่ยงการต่อสู้ที่ไม่จำเป็นและการฉกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ในสนามรบถือเป็นหนทางสู่ชัยชนะที่ถูกต้อง ตัวละครแต่ละตัวยังสามารถอัญเชิญสัตว์คู่หู (Companion creature) ออกมาช่วยระหว่างแมตช์ได้ ซึ่งเพิ่มมิติความยืดหยุ่นทางแทคติกนอกเหนือจากการต่อสู้โดยตรง
สิ่งที่ Miyazaki กล่าวถึงการออกแบบสำหรับผู้เล่นที่ไม่ชอบ PvP
Miyazaki ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าโดยส่วนตัวเขาไม่ชอบ PvP และ The Duskbloods ก็ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงจุดนี้ เป้าหมายคือการสร้างสิ่งที่ดึงดูดผู้เล่นที่มักจะหลีกเลี่ยงการเล่นแบบ Competitive Multiplayer ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมเงื่อนไขการชนะจึงครอบคลุมมากกว่าแค่ทักษะการต่อสู้เพียงอย่างเดียว คุณสามารถทำคะแนนได้จากการวางตำแหน่ง (Positioning) และการฉกฉวยโอกาสพอๆ กับการต่อสู้โดยตรง
แนวคิดนี้มีความสำคัญสำหรับใครก็ตามที่กังวลว่าเกมนี้จะเป็นเพียงเกม Competitive Multiplayer ทั่วไปที่สวมรอยเป็นเกมจาก FromSoftware ทางสตูดิโอกำลังมุ่งเป้าไปที่สิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างแนวเกมต่างๆ ซึ่งใกล้เคียงกับวิธีที่ Elden Ring: Nightreign จัดการโครงสร้าง Co-op มากกว่าเกมแนว PvP Arena แบบดั้งเดิม
ตารางเวลาการทดสอบระบบและสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป
การเปิดรับสมัครเพื่อเข้าร่วมทดสอบระบบได้ปิดลงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับแจ้งผลในเวลา 6:00 a.m. ตามเวลา Pacific Time ของวันที่ 7 สิงหาคม โดยเซสชันการทดสอบจะจัดขึ้นในวันที่ 21, 22 และ 23 สิงหาคม การทดสอบนี้จะรันบนเครื่อง Nintendo Switch 2 และจำเป็นต้องมีสมาชิก Nintendo Switch Online
รายละเอียดเกี่ยวกับความคืบหน้า (Progression) ยังคงมีน้อยมาก แต่ละรอบจะเริ่มต้นจากศูนย์ และยังไม่ชัดเจนว่าตัวละครจะมีการอัปเกรดถาวรติดตัวไปในแต่ละเซสชัน หรือต้องพึ่งพา Relics และ Stat Boost ที่หาได้ในแต่ละรอบ ซึ่งการทดสอบระบบน่าจะให้คำตอบในเรื่องนี้ได้โดยตรง
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเริ่มเล่น สามารถดูคอลเลกชัน The Duskbloods guides ที่ครอบคลุมทั้งกลไกเกม ตัวละคร และระบบต่างๆ ที่กำลังจะเปิดเผยก่อนวันวางจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีเคล็ดลับทั่วไปเกี่ยวกับเกมมัลติเพลเยอร์และเกมใหม่ๆ ให้ติดตามได้ที่ศูนย์รวม gaming guides








