Capcom ได้ปล่อยตัวอย่างแบบจัดเต็มของ Ascendance ที่งาน Tokyo Game Show โดยไฮไลต์สำคัญที่เหล่านักล่ารอคอยก็คือการมาถึงของ Teostra มังกรโบราณ (Elder Dragon) ผู้คลั่งไคล้การระเบิด ซึ่งกำลังจะเข้าสู่เกม Monster Hunter Wilds
มังกรโบราณรูปร่างคล้ายสิงโตตัวนี้เป็นขาประจำของซีรีส์มาตั้งแต่ภาค Monster Hunter 2 ในปี 2006 และชื่อเสียงในเรื่องความโหดหินของการต่อสู้ก็ไม่เคยจางหายไป การได้เห็นมันปรากฏตัวใน Ascendance นั้นทั้งน่าตื่นเต้นและน่าหวั่นใจในเวลาเดียวกัน
สิ่งที่ปรากฏในตัวอย่าง
ตัวอย่างความยาว 3 นาทีเผยให้เห็นพฤติกรรมของ Teostra ใน Ascendance ได้อย่างชัดเจน ซึ่งไม่ใช่การต่อสู้แบบเดิมที่คุณเคยเจอใน Monster Hunter Rise: Sunbreak อย่างแน่นอน ดูเหมือนว่า Capcom ได้เพิ่มขีดความสามารถให้กับมังกรโบราณตัวนี้ขึ้นอีกมาก
คอมโบสุดคลาสสิกอย่างการพุ่งตัวลงมา (Divebomb) ต่อด้วยการระเบิดวงกว้าง (Nova) ยังคงอยู่ แต่จุดสำคัญคือสิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น ฟุตเทจแสดงให้เห็นว่า Capcom ได้เพิ่มท่าโจมตีต่อเนื่อง (Charging follow-up) เข้ามา หมายความว่าหากคุณหลบการระเบิดแบบ AOE (Area of Effect) ได้สำเร็จ เจ้าสิงโตตัวใหญ่ที่กำลังโกรธจัดจะพุ่งเข้าประชิดตัวคุณทันที ไม่มีจังหวะให้พักหายใจ คุณอาจจะหลบระเบิดได้แต่ก็ต้องวิ่งไปปะทะกับการพุ่งชน หรืออาจจะพลาดท่าในจังหวะที่กำลังตั้งหลัก
นี่คือคำตอบโดยตรงต่อหนึ่งในเสียงวิจารณ์ที่ดังที่สุดเกี่ยวกับ Monster Hunter Wilds ในช่วงเปิดตัวว่าตัวเกมนั้นง่ายเกินไป แพตช์ต่อๆ มาได้ปรับความยากขึ้น และการคอลแลปส์กับ Final Fantasy 14 ที่นำ Omega Planetes เข้ามา ก็ทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับคอนเทนต์ที่ท้าทายอย่างแท้จริง ซึ่ง Ascendance ดูจะมุ่งมั่นที่จะรักษาโมเมนตัมนี้ไว้
Boost Bracer และความสัมพันธ์กับความยากระดับใหม่
Capcom ไม่ได้เพียงแค่ทำให้มอนสเตอร์เก่งขึ้นโดยไม่มีเครื่องมือใหม่ๆ ให้เหล่านักล่า โดยในภาคเสริมนี้ได้แนะนำ Boost Bracer กลไกใหม่ที่เน้นการเล่นแบบดุดัน (Aggressive play)
ระบบนี้ทำงานโดยการสะสมพลังงาน Boost Bracer ผ่านการโจมตีอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงใช้พลังงานผ่านท่า Boost Driver หรือท่าเฉพาะของอาวุธแต่ละชนิด เมื่อเปิดใช้งาน Boost จะปลดล็อกคอมโบใหม่และการโจมตีที่รุนแรงขึ้นสำหรับอาวุธทั้ง 14 ประเภท ซึ่งแนวคิดนี้ชัดเจนว่าเป็นการให้รางวัลแก่ผู้เล่นที่กล้าบุกเข้าใส่แทนที่จะเล่นแบบเพลย์เซฟ
เมื่อต้องเจอกับมอนสเตอร์อย่าง Teostra ปรัชญาการออกแบบนี้ถือว่าสมเหตุสมผลมาก หากมังกรโบราณตัวนี้ลงโทษคุณจากการถอยห่างหลังการหลบ Boost Bracer ก็จะเป็นเหตุผลให้คุณกล้าที่จะพุ่งเข้าใส่แทน การพุ่งเข้าหาแรงระเบิดเพื่อยกเลิกท่าต่อเนื่องของมอนสเตอร์ แล้วสวนกลับด้วยคอมโบที่รุนแรงในจังหวะที่ Teostra กำลังฟื้นตัว ฟังดูเป็นลูปการเล่นแบบ High-risk, High-reward ที่ซีรีส์นี้ทำได้ดีที่สุด
การปรับปรุงคุณภาพชีวิต (QoL) ที่มาพร้อมกับภาคเสริม
นอกเหนือจากมอนสเตอร์ตัวใหม่และ Boost Bracer แล้ว Capcom ยังยืนยันการปรับปรุงระบบการเล่นหลายอย่างที่จะมาพร้อมกับ Ascendance และจะถูกนำไปใช้ในตัวเกมหลักด้วย
- เปลี่ยนอาวุธได้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องขี่ Seikret
- เปลี่ยนอุปกรณ์และเข้าถึง Item Box ได้จากภายนอกเต็นท์
- การปรับปรุงอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเพื่อประสบการณ์การเล่นโดยรวม
แม้จะไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่หวือหวา แต่การเปลี่ยนอาวุธที่รวดเร็วขึ้นถือเป็นจุดที่ช่วยลดความหงุดหงิดสำหรับผู้เล่นที่ต้องการปรับตัวระหว่างการล่าโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับแอนิเมชันการขี่สัตว์
กำหนดการวางจำหน่าย Ascendance
Capcom ยืนยันว่าภาคเสริมจะวางจำหน่ายในปี 2027 แต่ยังไม่ได้ประกาศวันที่แน่ชัด นอกจากนี้ Monster Hunter Wilds ยังจะลงให้กับ Nintendo Switch 2 ในวันที่ 4 ธันวาคม ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับผู้เล่นที่ยังไม่ได้สัมผัสเกมนี้
สำหรับนักล่าที่ต้องการเตรียมตัวก่อน Ascendance จะมาถึง สามารถดู คู่มือ Monster Hunter Wilds ที่ครอบคลุมตั้งแต่คอนเทนต์ช่วงท้ายเกม (Endgame) ไปจนถึงการปรับแต่งอาวุธ หากคุณกำลังลุยอัปเดตหลังเปิดตัว คู่มือ Monster Hunter Wilds Update 4 จะมีรายละเอียดครบถ้วนทั้ง Gogmazios, การอัปเกรดอาวุธ Artian และชุดเกราะ Transcend การวางรากฐานให้แน่นก่อนที่ Teostra จะมาถึงถือเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุด








