ผู้กำกับของ Final Fantasy 7 Revelation ได้ยืนยันว่าระบบกระโดดร่มภายในเกมได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนมาจากการสังเกตวิธีที่ผู้เล่นใน Fortnite ตอบสนองต่อการกระโดดลงมาจากท้องฟ้า โดย Naoki Hamaguchi ผู้กำกับของ Final Fantasy VII Rebirth ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับแนวทางการออกแบบเกมภาคที่สามในไตรภาค Remake ของ Square Enix
ที่มาของไอเดียการกระโดดร่ม
Hamaguchi อธิบายว่าแนวคิดเรื่องการให้ปาร์ตี้กระโดดร่มลงมาจาก Highwind นั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นของการพัฒนา โดย Highwind ซึ่งเป็นเรือเหาะระดับไอคอนิกจากเกม Final Fantasy VII ภาคต้นฉบับ จะมีบทบาทสำคัญใน Revelation และทีมงานจำเป็นต้องหาวิธีจัดการกับการเปลี่ยนผ่านจากเรือเหาะลงสู่ Open world เบื้องล่าง
ปัญหาที่พบคือเรื่องของความเป็นจริง การนำ Highwind ลงจอดใน Open world ที่มีความละเอียดสูงนั้นสร้างปัญหาด้านภูมิประเทศอย่างมาก สภาพพื้นที่ไม่ได้เอื้ออำนวยเสมอไป และการบังคับให้มีฉากลงจอดทุกครั้งที่ผู้เล่นต้องการลงสู่พื้นคงจะทำให้รู้สึกจำเจอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น ทีมงานจึงหันไปดูว่าเกมอื่นๆ จัดการกับการเปลี่ยนผ่านจากท้องฟ้าลงสู่พื้นดินอย่างไร Hamaguchi ได้ยกตัวอย่าง Fortnite โดยระบุว่าผู้เล่นยุคปัจจุบันคุ้นเคยกับแนวคิดเรื่องตัวละครที่ดิ่งพสุธาและร่อนลงสู่พื้นดินอยู่แล้ว ความคุ้นเคยที่สั่งสมมานานหลายปีจากการเล่นแนว Battle royale ทำให้ระบบกระโดดร่มรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่เข้ากันได้อย่างเป็นธรรมชาติ มากกว่าที่จะเป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องมาเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ต้น
กลไก Battle royale ในเกม JRPG
ประเด็นคือ นี่เป็นการสังเกตการณ์ที่ชาญฉลาด ระบบการกระโดดจาก Battle Bus ของ Fortnite เป็นส่วนสำคัญของเกมมาตั้งแต่ปี 2017 และเกมอย่าง Warzone, Apex Legends และ PUBG ต่างก็ใช้กลไกที่คล้ายคลึงกัน ผู้เล่นหลายล้านคนใช้เวลาหลายปีไปกับการกระโดดออกจากยานพาหนะกลางอากาศและบังคับทิศทางไปยังจุดลงจอด ซึ่งนั่นคือ Muscle memory (ความจำกล้ามเนื้อ) ที่สั่งสมมามหาศาล
มุมมองของ Hamaguchi คือ Square Enix สามารถใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้ แทนที่จะสร้างกลไกที่ผู้เล่นต้องมานั่งทำความเข้าใจใหม่ พวกเขาเลือกหยิบยืมภาษาภาพที่ผู้เล่นคุ้นเคยอยู่แล้วมาใช้ ทำให้การกระโดดร่มกลายเป็นช่วงเวลาที่สนุกและมีอิสระ แทนที่จะเป็นการขัดจังหวะที่น่าสับสน
วันวางจำหน่ายของ Final Fantasy 7 Revelation ถูกกำหนดไว้ในวันที่ April 8, 2027 ซึ่งทำให้ทีมงานมีเวลาขัดเกลาความรู้สึกของระบบนี้ในการใช้งานจริง ส่วนการที่ระบบกระโดดร่มจะถ่ายทอดจากบริบทของเกมแนว Battle royale มาสู่เกม RPG ที่เน้นเนื้อเรื่องได้ดีเพียงใดนั้น เป็นสิ่งที่ผู้เล่นต้องตัดสินด้วยตัวเอง
ความหมายต่อรูปแบบการเล่นของ Revelation
Highwind เป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่มีการเรียกร้องมากที่สุดในซีรีส์ Remake มาโดยตลอด ในเกมภาคต้นฉบับ การได้ครอบครองเรือเหาะช่วยเปิดโลกของเกมในแบบที่ไม่มีอะไรเทียบได้ ซึ่ง Rebirth ได้ขยายแนวคิด Open world ออกไปอย่างมากในแต่ละภูมิภาค และดูเหมือนว่า Revelation จะต่อยอดไปอีกขั้นด้วยการให้ผู้เล่นเข้าถึงแผนที่จากมุมสูง
ระบบกระโดดร่มบ่งบอกว่า World map ใน Revelation จะทำงานแตกต่างจากโครงสร้างแบบแบ่งภูมิภาคของ Rebirth การกระโดดลงมาจาก Highwind สื่อถึงโลกที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวซึ่งผู้เล่นสามารถเข้าถึงได้จากทุกทิศทาง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีการสำรวจของไตรภาคนี้
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการเตรียมตัวด้านการต่อสู้ก่อนที่ Revelation จะมาถึง คู่มือ FF7 Rebirth best builds for every character เป็นสิ่งที่ควรกลับมาอ่านอีกครั้ง เพราะ Revelation จะต่อยอดจากระบบการต่อสู้ที่วางรากฐานไว้ใน Rebirth อย่างแน่นอน ดังนั้นการเข้าใจชุดสกิลของตัวละครแต่ละตัวในตอนนี้จึงเป็นการเตรียมตัวที่มีประโยชน์ โดยคอลเลกชัน Final Fantasy VII Rebirth strategy guides ฉบับเต็มครอบคลุมทุกอย่างตั้งแต่ความสามารถของอาวุธไปจนถึง Synergy skills หากคุณต้องการเจาะลึกข้อมูลเพิ่มเติม








