Starfield จาก Bethesda เปิดตัวบน PlayStation 5 พร้อมกับความคาดหวังที่สูงลิ่ว หลังจากวางจำหน่ายในฐานะเกม Exclusive บน Xbox และ PC มาตั้งแต่เดือนกันยายน 2023 ในที่สุดเกม RPG อวกาศที่แฟนๆ รอคอยมานานก็ได้ฤกษ์ลง PS5 ในช่วงปลายปี 2024 แต่ผลตอบรับที่ได้นั้น หากจะพูดให้ดูสุภาพก็คือ "ยังไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร" ล่าสุดมีข่าวลือใหม่หลุดออกมาว่าตัวเกมกำลังเตรียมพอร์ตลง Nintendo Switch 2 ซึ่งจังหวะเวลาดังกล่าวทำให้เกิดคำถามมากมายว่า Bethesda กำลังวางแผนทิศทางอย่างไรกับโปรเจกต์ RPG ที่ทะเยอทะยานที่สุดของค่าย
ข่าวลือนี้ว่าอย่างไรบ้าง
มีข้อมูลหลุดปรากฏบนโลกออนไลน์ระบุว่า Starfield กำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนาสำหรับ Nintendo Switch 2 เครื่องเกมพกพาโฉมใหม่ที่ Nintendo เปิดตัวในปี 2025 ข่าวลือนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก Bethesda หรือบริษัทแม่อย่าง Microsoft โดยระบุว่าเป็นเพียงการพอร์ตตัวเกมหลัก (Base game) มาลงเท่านั้น รายละเอียดอื่นๆ ยังคงคลุมเครือและทาง Bethesda เองก็ยังคงนิ่งเงียบ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจนัก เพราะ Microsoft ได้ทยอยนำเกมในเครือ Xbox Game Studios ไปลงแพลตฟอร์มอื่นอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น Hi-Fi Rush หรือ Pentiment ที่ไปปรากฏบนเครื่อง PlayStation และ Nintendo การนำ Starfield มาลง Switch 2 จึงสอดคล้องกับกลยุทธ์ของค่ายที่ต้องการขยายฐานผู้เล่น (Multiplatform) ไปยังทุกที่ที่เกมเมอร์อยู่
ข่าวลือนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันจาก Bethesda หรือ Microsoft โปรดใช้วิจารณญาณจนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ
ทำไมบริบทของการเปิดตัวบน PS5 ถึงสำคัญ
การเปิดตัว Starfield บน PS5 ได้รับกระแสตอบรับที่ค่อนข้างเงียบเหงา จำนวนผู้เล่นบน PlayStation Network ไม่ได้สูงมากพอที่จะคุ้มค่ากับการรอคอยความ Exclusive ของฝั่ง Xbox ที่ผ่านมา และในชุมชนเกมเมอร์อย่าง Reddit หรือฟอรัมอย่าง ResetEra ต่างวิจารณ์ตรงกันว่าตัวเกมให้ความรู้สึก "เก่า" เมื่อเทียบกับมาตรฐานเกมปี 2024 บนแพลตฟอร์มนี้
เสียงบ่นส่วนใหญ่เป็นเรื่องเดิมๆ คือหน้าจอ Loading ที่ทำลายอรรถรสในการเล่น ซึ่งอาจจะพอรับได้ในปี 2023 แต่กลับดูขัดใจในปีถัดมา รวมถึงโลกที่สร้างด้วยระบบสุ่ม (Procedurally generated) ซึ่งขาดความประณีตและรายละเอียดที่จับต้องได้เหมือนกับ Baldur's Gate 3 และเควสต์หลักที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะเริ่มสนุก ส่วน DLC อย่าง Shattered Space ที่ปล่อยออกมาช่วงปลายปี 2024 ก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นกระแสเท่าที่ควร
สิ่งที่ผู้เล่นหลายคนมองข้ามไปคือ ปัญหาของ Starfield ไม่ใช่เรื่องของ Hardware เพราะเวอร์ชัน PS5 รันเกมได้ลื่นไหลดี แต่ปัญหาอยู่ที่ "ปรัชญาการออกแบบ" ของเกมที่เน้นการสำรวจดาวเคราะห์นับร้อยที่ค่อนข้างว่างเปล่า ซึ่งดูจะไม่ตอบโจทย์ผู้เล่นวงกว้างเหมือนกับเกม RPG รุ่นก่อนๆ ของ Bethesda
การพอร์ตลง Switch 2: เป็นไปได้ แต่ไม่ง่าย
การทำให้ Starfield รันบน Hardware ของ Switch 2 ได้ถือเป็นงานหินในเชิงเทคนิค เพราะตัวเกมหลักกินสเปกค่อนข้างสูงแม้แต่บน PC ระดับกลาง และถึงแม้ Switch 2 จะมีการอัปเกรดขึ้นมากจากรุ่นก่อน แต่ก็ยังคงเป็นอุปกรณ์พกพาที่มีข้อจำกัดเรื่องความร้อนและพลังงาน
อย่างไรก็ตาม การพอร์ตเกมอย่าง The Witcher 3 และ Hogwarts Legacy ลงเครื่อง Switch รุ่นแรกก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหากมีการ Optimization ที่ดีพอก็สามารถทำได้ สำหรับ Starfield บน Switch 2 เราอาจได้เห็นการปรับลดระยะการมองเห็น (Draw distance) หรือลดคุณภาพ Asset ลง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ประเด็นสำคัญคือ Bethesda จะยอมลงทุนพอร์ตเอง หรือจะจ้างสตูดิโอภายนอกมาทำเหมือนที่ Microsoft เคยทำกับเกมอื่นๆ
หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าเกม RPG ฟอร์มยักษ์อื่นๆ มีการปรับตัวอย่างไรเมื่อต้องข้ามแพลตฟอร์ม สามารถ อ่านรีวิวล่าสุด เพื่อดูว่าการพอร์ตเกมข้ามยุค Hardware นั้นเป็นอย่างไร
ความหมายต่อกลยุทธ์ของ Bethesda ในอนาคต
หากเวอร์ชัน Switch 2 เป็นเรื่องจริง นั่นหมายความว่า Microsoft และ Bethesda ยังไม่ยอมแพ้กับ Starfield แม้จะผิดหวังในเชิงพาณิชย์ การนำเกมไปวางจำหน่ายให้กลุ่มผู้เล่น Nintendo ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบเกม RPG แนวสำรวจ อาจช่วยต่อลมหายใจให้ตัวเกมกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในแบบที่การเปิดตัวบน PS5 ทำไม่ได้
แผนการอัปเดตเนื้อหา (Content roadmap) ของ Starfield ที่เคยสัญญาไว้ดูจะเงียบเหงากว่าที่แฟนๆ คาดหวังไว้มาก การประกาศลง Switch 2 อาจเป็นจังหวะที่ดีในการปลุกกระแส Roadmap นี้ให้กลับมาคึกคักด้วยคอนเทนต์ใหม่ๆ ควบคู่ไปกับการพอร์ตเกม
จับตาดูงาน Xbox Games Showcase ครั้งต่อไปซึ่งมักจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งน่าจะเป็นเวทีที่เหมาะสมที่สุดที่ Bethesda จะประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ สำหรับข่าวสารและข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ ข่าวสารและไกด์เกมล่าสุด








