โพสต์ข่าวบน Steam ถึง 5 โพสต์ นั่นคือจำนวนที่ Chief Rebel ต้องใช้ในการเผยแพร่บันทึกการอัปเดต (patch notes) ฉบับเต็มของ Season 3 สำหรับเกม co-op RPG ในช่วง early access อย่าง Fellowship เมื่อ changelog ของคุณยาวจนไม่สามารถลงในโพสต์เดียวได้ นั่นหมายความว่าต้องมีอะไรที่สำคัญเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
สรุปสั้นๆ คือ: Season 3 เป็นการอัปเดตที่ทะเยอทะยานที่สุดที่ Fellowship เคยได้รับตั้งแต่เปิดตัว early access โดยมีการปรับเปลี่ยนทุกอย่างตั้งแต่ระบบ loot ไปจนถึงความยากของดันเจี้ยน ทีมงานที่ Chief Rebel ตัดสินใจอย่างชัดเจนว่าการปรับสมดุลเล็กๆ น้อยๆ คงไม่เพียงพอสำหรับครั้งนี้

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
ทำไมระบบ loot แบบเดิมถึงต้องถูกโละทิ้ง
ปัญหาหลักของระบบ loot เดิมใน Fellowship นั้นเรียบง่ายมาก: ผู้เล่นหาอุปกรณ์ที่ดีที่สุดได้ สวมใส่ แล้วก็หมดความสนใจไปโดยปริยาย การไล่ล่าจบลงก่อนที่เกมจะทำให้พวกเขารู้สึกอยากติดตามเสียอีก Season 3 จึงเข้ามาแทนที่ด้วยระบบที่สร้างขึ้นรอบๆ ตัวแปรของไอเทมที่มีความหมาย ตอนนี้สร้อยคอจะสุ่มโบนัสป้องกันสำหรับฮีโร่ทุกตัว ซึ่งหมายความว่ามีเหตุผลให้ต้องคอยเช็กไอเทมที่ดรอปใหม่เสมอ แทนที่จะขายทิ้งทันที
ระบบ Tempering ใหม่ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อเสริมส่วนนี้ โดยช่วยให้คุณสามารถเพิ่มค่าสถานะ (stats) บนอุปกรณ์ที่คุณต้องการเก็บไว้ใช้งานจริงๆ กุญแจสำคัญคือ Chief Rebel หลีกเลี่ยงการทำให้ระบบนี้กลายเป็นเหมือนการสุ่มตู้สล็อต (slot-machine grind) อย่างตั้งใจ ไอเทมมีตัวแปรต่างๆ แต่ไม่ได้เยอะจนคุณต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์เพื่อรอของที่ใช้งานได้ Hamish Bode ผู้อำนวยการฝ่ายชุมชนอธิบายว่า พวกเขาต้องการให้ผู้เล่นรู้สึกว่าการได้ของเจ๋งๆ เป็นเรื่องที่เป็นไปได้เสมอ เช่น การหาถุงมือที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับสกิลเฉพาะทาง
ระบบการย่อยไอเทม (Salvaging) ก็มีความสำคัญมากขึ้นเช่นกัน หากคุณลงดันเจี้ยนหลายรอบแล้วไม่ได้ของที่ต้องการ คุณสามารถย่อยไอเทมที่หามาได้เพื่อนำวัตถุดิบไปสร้างอุปกรณ์ที่เข้ากับ build ของคุณ นี่คือตาข่ายรองรับที่ช่วยให้การพัฒนาตัวละครดำเนินต่อไปได้โดยไม่ต้องแจกของให้ผู้เล่นฟรีๆ
ความยากที่ท้าทายกว่าเดิม
Season 2 มีปัญหาในมุมกลับกัน Chief Rebel เน้นไปที่การทำดันเจี้ยนให้ง่ายขึ้นเพื่อให้ผู้เล่นใหม่รู้สึกสบาย แต่ไม่ได้คำนึงถึงว่าฮีโร่สายแทงค์และฮีลเลอร์ตัวใหม่ของซีซันนั้นเก่งเกินไปในทางปฏิบัติ Bode กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่าฮีโร่ทั้งสองตัวนั้นเกือบทำให้เกมเสียสมดุล Season 3 จึงเป็นการแก้ไขโดยตรง
ดันเจี้ยนระดับสูงสุด (pinnacle dungeon) คือหัวใจสำคัญของการแก้ไขนี้ ด้วยบอสสุดโหด 3 ตัว การรีเซ็ตรายสัปดาห์ และหีบสมบัติในตอนท้ายที่สามารถดรอป loot จากดันเจี้ยนอื่นๆ ในเกมได้ หากเคลียร์ได้ คุณจะได้รับ Bloodstone ซึ่งเป็นสกุลเงินใหม่ที่ใช้เพิ่มค่าสถานะให้กับอุปกรณ์ของคุณ นี่คือการเผชิญหน้าที่มีเดิมพันสูงซึ่งทำให้กลุ่มเพื่อนมีเป้าหมายร่วมกันในทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นลูป (loop) ที่ Fellowship ต้องการเพื่อให้ผู้เล่นกลับมาเล่นซ้ำ
Bode ได้อ้างถึงความพึงพอใจในการเอาชนะบอสที่น่าหงุดหงิดหลังจากพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยนการเล่นธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องราวที่คุณจะนำไปเล่าต่อ ปรัชญานี้ถูกนำมาใช้ในการออกแบบการปรับระดับความยากของ Season 3
พบกับ Gunde เบอร์เซิร์กเกอร์ผู้ทำให้ทุกอย่างเลือดไหล
Season 3 ยังแนะนำ Gunde ฮีโร่สายโจมตีระยะประชิดตัวใหม่ที่ใช้ขวานคู่และมีกลไกการทำให้ศัตรูเลือดไหล (bleed) สกิลของเขาเน้นการจัดตำแหน่ง: เรียงแถวโจมตีแบบ AoE เพื่อสร้างสถานะเลือดไหล แล้วตามด้วยท่าปิดฉาก (finisher) ที่สร้างความเสียหายมหาศาลแก่ศัตรูที่ติดสถานะเลือดไหลอยู่แล้ว แม้จะเป็นลูปที่ดูเรียบง่ายบนกระดาษ แต่ก็น่าพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นฝูงมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนละลายหายไปในพริบตา
Gunde เข้ากับรูปแบบที่ Fellowship วางไว้สำหรับรายชื่อฮีโร่ โดยนำ archetype ที่คุ้นเคยจากเกมแนว MMO มาปรับให้เข้ากับเอกลักษณ์ทางกลไกเพียงอย่างเดียว เขาไม่ใช่ตัวละครที่ซับซ้อน แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น ความสนุกมาจากการปรับจังหวะการใช้คอมโบเลือดไหลต่อด้วยท่าปิดฉาก ไม่ใช่การบริหารหลอดทรัพยากรที่ยุ่งยากถึงหกหลอด
สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับผู้เล่นในตอนนี้
Fellowship ยังคงอยู่ในช่วง early access ไม่ถึงหนึ่งปี และ Season 3 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ การยกเครื่องระบบ loot ช่วยแก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ผู้เล่นเลิกเล่นระหว่างซีซัน การปรับความยากช่วยให้กลุ่มผู้เล่นที่มีประสบการณ์ได้พบกับความท้าทายใหม่ๆ ส่วน Gunde ก็เป็นเหตุผลใหม่ที่ทำให้ผู้เล่นสายโซโล่กลับมาล็อกอินเพื่อทดลองสไตล์การเล่นใหม่ๆ
สำหรับใครที่เคยเลิกเล่นไปในซีซันก่อนหน้าหรือเฝ้าดูอยู่ห่างๆ นี่คือจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจที่สุดของเกม หากคุณต้องการเจาะลึกเกี่ยวกับการจัดทีม (group composition) ให้มีประสิทธิภาพ ศูนย์รวม คู่มือกลยุทธ์ เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การตรวจสอบก่อนเข้าคิว Fellowship อยู่ในช่องว่างของตลาดที่น้อยเกมนักจะทำได้ โดยมอบลูปการลงดันเจี้ยนแบบ MMO โดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิก ไม่ต้องรอคิวเข้าเซิร์ฟเวอร์ หรือต้องเล่นเนื้อเรื่องบังคับนานหลายเดือนก่อนจะเริ่มสนุกได้ Season 3 เป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดว่า Chief Rebel รู้ดีว่าช่องว่างนี้ต้องการอะไร ลองดูคอลเลกชัน คู่มือเกม ฉบับเต็มสำหรับทรัพยากร co-op RPG เพิ่มเติม เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงดันเจี้ยนระดับ pinnacle ครั้งแรกของคุณ








