การโฆษณาดิจิทัลได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก โดยคาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโตจาก $484 billion ในปี 2022 ไปสู่ $663 billion ภายในปี 2027 ภาคส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 65% ของการใช้จ่ายด้านโฆษณาทั้งหมด และเป็นส่วนสำคัญของ GDP ของสหรัฐอเมริกา โดยมีส่วนช่วยระหว่าง 0.6% ถึง 1.1% ผู้บริโภคต้องพบเจอกับโฆษณาจำนวนมหาศาลในแต่ละวัน ซึ่งมีการประเมินไว้ตั้งแต่ 4,000 ถึง 10,000 ครั้ง บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ รวมถึง Alphabet, Meta และ Amazon ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญ ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทของการโฆษณาดิจิทัลในการกำหนดพฤติกรรมผู้บริโภคและขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

Agentic Advertising กับอนาคตของการตลาดดิจิทัล
การทำงานของการโฆษณาดิจิทัล
ระบบนิเวศการโฆษณาดิจิทัลในปัจจุบันขึ้นอยู่กับ Cookies และข้อมูลผู้ใช้ในการนำเสนอคอนเทนต์แบบเฉพาะบุคคล (Personalized content) โดย Cookies ซึ่งเป็นไฟล์ข้อมูลขนาดเล็กที่จัดเก็บไว้ในอุปกรณ์ของคุณ จะช่วยให้เว็บไซต์สามารถติดตามพฤติกรรมและความชอบของคุณได้ First-party cookies จะมาจากเว็บไซต์ที่คุณกำลังเข้าชม ส่วน Third-party cookies จะติดตามคุณไปทั่วเว็บ ทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถสร้างโปรไฟล์และกำหนดเป้าหมายโฆษณาตามสิ่งที่คุณเคยเข้าชมได้
ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและกฎระเบียบใหม่ๆ ได้บีบให้ภาคอุตสาหกรรมต้องคิดทบทวนโมเดลนี้ใหม่ เบราว์เซอร์ต่างๆ เริ่มบล็อก Third-party cookies ทำให้บริษัทต่างๆ ต้องหันไปพึ่งพา First-party data และวิธีการติดตามที่รุกล้ำความเป็นส่วนตัวน้อยลง เฟสถัดไปของการโฆษณาดิจิทัลน่าจะมุ่งเน้นไปที่การทำ Personalization ด้วย AI ที่เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ แทนที่จะเป็นการเก็บข้อมูลแบบสอดแนม

รับสิทธิ์สมาชิก GTA+ ฟรี 1 เดือนเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้า GTA 6 ได้แล้ววันนี้
การเปลี่ยนผ่านสู่ Agentic Advertising
Agentic Advertising พลิกโฉมรูปแบบเดิม แทนที่จะรับโฆษณาที่ถูกยิงมาหาคุณแบบ Passive แต่จะมี AI-powered personal agent (เอเจนต์ส่วนตัวที่ขับเคลื่อนด้วย AI) ทำหน้าที่เป็นตัวกรองและผู้เจรจาแทนคุณ ลองนึกภาพว่ามันเหมือนกับ Ad blocker ที่ไม่ได้แค่ซ่อนโฆษณา แต่ทำหน้าที่คัดสรรโฆษณาให้คุณ โดยเอเจนต์จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าคุณควรเห็นโฆษณาใดตามความชอบที่แท้จริงของคุณ และผู้ลงโฆษณาจะต้องประมูลเพื่อให้ได้รับการอนุมัติจากเอเจนต์นั้น
สิ่งนี้อาจเริ่มต้นจากการเป็น Browser extension แต่จะพัฒนาไปสู่สิ่งที่บูรณาการได้มากกว่าเดิม เครือข่ายโฆษณาจะต้องเจรจากับ AI agent ของคุณแบบเรียลไทม์ เพื่อแข่งขันกันนำเสนอข้อเสนอที่ตรงใจคุณ หากคุณกำลังมองหาสินค้าบางอย่าง เอเจนต์ของคุณอาจนำเสนอดีลที่ดีที่สุดหรือแม้แต่เจรจาส่วนลดให้ นี่คือความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยผู้ลงโฆษณาต้องให้บริการแก่เอเจนต์ และเอเจนต์จะให้บริการแก่คุณ

อัตราการยินยอม (Opt-In Rate) ของผู้ใช้ในการอนุญาตให้แอปบน Apple ติดตามกิจกรรม
บทบาทของ AI Agents และการยอมรับในอุตสาหกรรม
AI agents ในการโฆษณาน่าจะดำเนินไปในเส้นทางเดียวกับ Consent Management platforms ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมการแชร์ข้อมูลของตนเองได้ บริษัทอย่าง OpenAI และ Google กำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเรื่องนี้อยู่ โดย Apple และ Google อาจฝัง AI agents ลงในระบบนิเวศของตนโดยตรง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการใช้งานข้ามอุปกรณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ
โมเดลธุรกิจนั้นตรงไปตรงมา นักพัฒนา AI agent อาจทำหน้าที่เป็นคนกลาง โดยหักส่วนแบ่งเมื่อผู้ลงโฆษณาประมูลเพื่อการมองเห็น หรือเมื่อผู้ใช้เกิด Conversion เอเจนต์บางตัวอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมความสำเร็จ (Success fee) จากผู้ใช้เมื่อได้ส่วนลด หรือดำเนินการผ่าน Affiliate commissions ที่แบรนด์จ่ายให้เมื่อมีการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเครือข่ายโฆษณาและผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนตัว

โมเดลการโฆษณาแบบ Agent โดย
Agentic Advertising ในอุตสาหกรรมเกม
เกมแบบ Free-to-play gaming ขับเคลื่อนด้วยโฆษณาและการหาผู้เล่นใหม่ (User acquisition) ซึ่ง Agentic Advertising จะช่วยให้ทั้งสองส่วนนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แทนที่จะเป็นโฆษณาเกมแบบสุ่ม AI agent ของคุณจะแนะนำเกมตามสิ่งที่คุณเล่นจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวเกมที่ชอบ พฤติกรรมการใช้จ่าย และรูปแบบการเล่น (Engagement patterns) หมดปัญหาโฆษณาเกม Puzzle บนมือถือในขณะที่คุณเล่นแต่เกมยิง (Shooters)
AI agents ยังสามารถช่วยเรื่องการรักษาฐานผู้เล่น (Retention) ได้อีกด้วย หากเวลาในการเล่นของคุณลดลง เอเจนต์อาจเจรจากับผู้พัฒนาเกมแทนคุณเพื่อเสนอรางวัลในเกมหรือส่วนลดเพื่อดึงคุณกลับมา ในฝั่งของผู้พัฒนา ข้อมูลเชิงลึกที่รวบรวมจาก AI agents จะช่วยให้ตัดสินใจด้านการออกแบบเกมได้ดีขึ้น ว่ากลไก (Mechanics) แบบไหนที่เวิร์ก แบบไหนที่ไม่เวิร์ก และเทรนด์กำลังมุ่งไปทางไหน นี่คือวงจรป้อนกลับ (Feedback loop) ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้เล่นและสตูดิโอ
อนาคตของการโฆษณาดิจิทัล
Agentic Advertising เปลี่ยนผู้ที่ถืออำนาจต่อรอง แบรนด์จะไม่ต้องแข่งขันกันเพื่อแย่งพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่ยิงคอนเทนต์ใส่ผู้ใช้ แต่พวกเขาจะต้องเจรจากับ AI agents ที่คัดกรองตามความเกี่ยวข้องและความตั้งใจของผู้ใช้ การโฆษณาจะไม่ใช่เรื่องของปริมาณอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของคุณภาพ ซึ่งคือการได้รับคำแนะนำแทนที่จะเป็นการซื้อการมองเห็น
เมื่อ AI agents ฉลาดขึ้น อุตสาหกรรมจะต้องปรับตัว ความสำเร็จจะไม่มาจากการทุ่มเงินโฆษณามากกว่าคู่แข่ง แต่จะมาจากการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ AI agents ต้องการแนะนำจริงๆ หากโมเดลนี้ได้รับความนิยม การตลาดดิจิทัลอาจมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น รุกล้ำน้อยลง และมีประโยชน์อย่างแท้จริง แทนที่จะเป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่ง







