รายการ Trophy ของ Call of Duty: Black Ops และ Black Ops 2 ได้ปรากฏบนโลกออนไลน์ก่อนการวางจำหน่ายใหม่บน PS4 และ PS5 ในเดือนนี้ ซึ่งสร้างคำถามให้กับเหล่าเกมเมอร์เป็นอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเวอร์ชัน PS3 ต้นฉบับอย่างละเอียด พบว่า Trophy บางส่วนถูกตัดออกไปอย่างเงียบๆ และการหายไปของ Trophy เหล่านี้บ่งชี้โดยตรงถึงคอนเทนต์ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดของทั้งสองเกม
สิ่งที่รายการ Trophy เปิดเผยออกมา
รายการที่หลุดออกมาส่วนใหญ่ยังคงครบถ้วน ทั้งโหมด Campaign, Zombies และ Trophy หลักของโหมด Multiplayer ยังคงอยู่ครบ แต่ Trophy ที่ผูกกับ Theater Mode, Wager Matches และ League Play ของ Black Ops 2 ถูกถอดออกไปทั้งหมด
Theater Mode เป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้เล่นสามารถย้อนดูและเล่นซ้ำแมตช์การแข่งขันของตัวเองได้ด้วยการควบคุมกล้องอย่างอิสระ ซึ่งถือว่าล้ำสมัยมากสำหรับปี 2010 และเหล่า Content Creator ในยุคแรกเริ่มของ YouTube หลายคนก็สร้างช่องขึ้นมาโดยใช้ฟีเจอร์นี้เป็นหลัก การที่ฟีเจอร์นี้หายไปในเวอร์ชันรีรีสยุคใหม่จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย
Wager Matches ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่ นี่คือ Playlist เฉพาะที่ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันด้วย COD Points (สกุลเงินในเกม) กับผลงานของตัวเองในโหมดการเล่นที่แปลกใหม่ เช่น Gun Game ที่ทุกการสังหารจะเปลี่ยนอาวุธให้คุณใหม่ และ One in the Chamber ที่ผู้เล่นทุกคนจะเริ่มด้วยกระสุนเพียงนัดเดียวและต้องหาเพิ่มจากการสังหารศัตรู โหมดเหล่านี้สนุกมากและเคยปรากฏในเกม Call of Duty ภาคอื่นๆ มาแล้ว รวมถึงใน Call of Duty: Black Ops 6 ที่มีโหมด Gun Game ในรูปแบบต่างๆ แต่กลไกการพนัน (Gambling mechanic) ก็น่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โหมดเหล่านี้ถูกถอดออกไปในเวอร์ชันนี้
ปัญหาเรื่องการพนันที่อาจไม่เข้ากับยุคสมัย
ประเด็นคือระบบ Wager Match ถูกสร้างขึ้นโดยเน้นการวางเดิมพันด้วยสกุลเงินในเกม ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างวงการเกมกับการพนันเสมือนจริง (Virtual gambling) ได้เปลี่ยนไปอย่างมากนับตั้งแต่ Black Ops เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2010 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลหลายประเทศได้เข้มงวดกับกฎระเบียบเกี่ยวกับกลไกการพนันในเกมมากขึ้น และ Activision ก็น่าจะต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาด้านกฎระเบียบต่างๆ ด้วยการพอร์ตเกมแบบตรงไปตรงมา
มีความเป็นไปได้ที่ Gun Game และ One in the Chamber อาจจะยังคงมีให้เล่นในเวอร์ชันรีรีส แต่เป็นโหมดแยกต่างหากโดยไม่มีระบบเดิมพัน ซึ่งจะช่วยรักษาอรรถรสการเล่นแบบเดิมไว้ได้โดยไม่ต้องพึ่งพากลไกการวางเดิมพัน การที่ Trophy ถูกถอดออกไม่ได้ยืนยันว่าโหมดการเล่นจะหายไป เพียงแต่หมายความว่า Trophy ที่ผูกกับระบบการพนันจะไม่ถูกนับผลอีกต่อไป
สำหรับ League Play จาก Black Ops 2 นั้นเป็นคนละเรื่องกัน เพราะนั่นคือระบบจัดอันดับการแข่งขัน (Ranked competitive system) ซึ่งการจะคาดหวังให้มีฐานผู้เล่นที่คึกคักในปี 2026 นั้นดูจะเป็นเรื่องยาก การถอดออกจึงถือว่าสมเหตุสมผลในทางปฏิบัติ
สิ่งที่ Activision ยืนยันแล้ว
Activision ยืนยันว่าทั้งสองเกมจะมีโหมด campaigns, multiplayer และ Zombies มาให้ครบถ้วนเมื่อวางจำหน่ายบนคอนโซล PlayStation ยุคปัจจุบันในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของเกมทั้งหมด แต่ความเงียบเกี่ยวกับ Wager Matches และ Theater Mode เมื่อรวมกับการเปลี่ยนแปลงในรายการ Trophy จึงเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการคาดเดาอยู่ในขณะนี้
การที่ Trophy ส่วนใหญ่ยังคงเหมือนเดิมแสดงให้เห็นว่าเวอร์ชันรีรีสยังคงโครงสร้างใกล้เคียงกับต้นฉบับ แต่เมื่อ Trophy เฉพาะเจาะจงที่ผูกกับฟีเจอร์บางอย่างหายไป ก็ยากที่จะตีความเป็นอย่างอื่นนอกจากฟีเจอร์เหล่านั้นถูกตัดออกไป
สำหรับผู้เล่นที่เติบโตมากับ Black Ops การสูญเสีย Theater Mode รู้สึกเหมือนเป็นโอกาสที่พลาดไป การได้สร้างคลิปเก่าๆ แบ่งปันไฮไลท์ และกลับไปใช้ระบบ Replay น่าจะเป็นสิ่งที่เข้ากันได้ดีกับเกมเวอร์ชันรีรีสยุคใหม่ การขาดหายไปของมันทำให้ตัวเกมดูไม่สมบูรณ์เท่าที่ควรจะเป็น
หากคุณกำลังวางแผนจะกลับเข้าสู่ยุค Black Ops และต้องการอัปเดตข้อมูลว่ามีอะไรให้เล่นบ้าง สามารถดูได้ที่ Call of Duty: Black Ops 6 guides ซึ่งครอบคลุมสถานะปัจจุบันของแฟรนไชส์ไว้อย่างละเอียด และยังมีแหล่งข้อมูลอื่นๆ ในศูนย์รวม gaming guides ของเรา โปรดรอติดตามประกาศอย่างเป็นทางการจาก Activision ก่อนถึงวันวางจำหน่ายในเดือนกรกฎาคม เพื่อดูว่า Wager Matches จะยังคงหลงเหลืออยู่ในรูปแบบใดหรือไม่








