Bungie ได้ยืนยันแล้วว่าอัปเดตใหญ่ครั้งถัดไปของ Marathon ซึ่งเดิมมีกำหนดการในวันที่ 22 กันยายน จะไม่สามารถปล่อยออกมาได้ตามกำหนด โดยทางสตูดิโอได้เลื่อนอัปเดต Symbiosis ออกไปเป็นวันที่ 8 ธันวาคม และในการดำเนินการครั้งนี้ Bungie ได้ประกาศยกเลิกระบบซีซัน (Seasonal cadence) แบบตายตัวที่เคยใช้ควบคุม Roadmap หลังเกมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว
สิ่งที่กำลังจะมาถึงในเดือนธันวาคม
Symbiosis ถือเป็นอัปเดตเนื้อหาที่ใหญ่ที่สุดที่ Marathon เคยมีมานับตั้งแต่เปิดเกม โดยอัปเดตนี้จะรวมเอา Runner Shell ใหม่, โหมด PvE แบบถาวร, การปรับปรุงโซน Perimeter, พื้นที่โซเชียลฮับ (Social space) และสนามยิงปืน, โหมด Team Deathmatch แบบทดลอง รวมถึงการปรับปรุงระบบสอนเล่นสำหรับผู้เล่นใหม่ (Onboarding) เข้าไว้ด้วยกัน Bungie เรียกสิ่งนี้ว่า "ก้าวสำคัญก้าวแรกในบทถัดไปของ Marathon" ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าทางสตูดิโอมองว่านี่คือการรีเซ็ตเกมครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่การอัปเดตเนื้อหาตามรอบปกติ
ภาพโปรโมตของโหมด PvE ดูคล้ายกับการต่อสู้กับฝูงศัตรู (Horde combat) ซึ่งเป็นรูปแบบที่คุ้นเคยสำหรับใครก็ตามที่เคยเล่นเกมแนว Co-op ที่เน้นภารกิจเป็นหลัก ส่วนคำถามสำคัญคือมันจะน่าดึงดูดพอที่จะทำให้ผู้เล่นล็อกอินเข้ามาเล่นอย่างต่อเนื่องได้หรือไม่
อัปเดตเล็กในเดือนตุลาคมเพื่อเชื่อมต่อช่วงเวลา
ก่อนจะถึงเดือนธันวาคม Bungie จะปล่อยอัปเดตเฉพาะจุดในวันที่ 6 ตุลาคม ซึ่งจะทำการรีเซ็ตความคืบหน้า (Progression) และระบบเศรษฐกิจภายในเกม (In-game economy) พร้อมทั้งรีเฟรชของรางวัลและแก้ไขปัญหาต่างๆ ของตัวเกม ถือเป็นการล้างไพ่เตรียมความพร้อม โดยสตูดิโอตั้งใจใช้การอัปเดตในเดือนตุลาคมเพื่อสร้างความเสถียรให้กับตัวเกมในปัจจุบัน ในขณะที่ทีมงานกำลังเร่งพัฒนาเนื้อหาขนาดใหญ่ที่วางแผนไว้สำหรับเดือนธันวาคมและอัปเดตถัดไปในเดือนมีนาคม
ทำไม Bungie ถึงทิ้งกำหนดการซีซันแบบตายตัว
เรื่องมีอยู่ว่า: โมเดลซีซันนั้นเคยได้ผลดีกับ Destiny 2 มานานหลายปี จนกระทั่งมันเริ่มไม่ใช่ คำแถลงของ Bungie ระบุชัดเจนว่าได้รับฟีดแบ็กจากผู้เล่นโดยตรง โดยคอมมูนิตี้เรียกร้องให้เกมมีความลึกมากขึ้น มีระบบ Progression ที่เข้มข้นขึ้น และมีเหตุผลระยะยาวที่ดีพอให้ผู้เล่นยังคงอยู่ในเกมต่อไป ทางสตูดิโอจึงตอบสนองด้วยการเลิกปล่อยเนื้อหาตามตารางเวลาที่กำหนด แต่จะปล่อยออกมาเมื่อเนื้อหานั้นพร้อมจริงๆ เท่านั้น
"แทนที่จะผูกอัปเดตใหญ่ไว้กับกำหนดการซีซันที่ตายตัว เรากำลังให้ความยืดหยุ่นกับทีมงานมากขึ้นในการสร้าง ทดสอบ และปรับปรุงฟีเจอร์ต่างๆ ก่อนที่จะปล่อยออกมา" Bungie ระบุ การปรับเปลี่ยนแนวทางนี้ถือเป็นนัยสำคัญว่าสตูดิโอยอมรับว่าจังหวะการทำงานเดิมไม่สามารถสร้างคุณภาพที่เกมต้องการได้ ไม่ใช่แค่การปรับเปลี่ยนตารางเวลาเพียงอย่างเดียว
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่อาจมองข้ามในประกาศนี้คือความหมายแฝง Bungie กำลังยอมรับโดยนัยว่าเนื้อหาหลังเปิดเกมของ Marathon ยังไม่สามารถแก้ปัญหาเรื่องการรักษาฐานผู้เล่น (Retention) ได้ การเพิ่มโหมด PvE ถาวร, โซเชียลฮับ และโหมด TDM คือสิ่งที่ผู้เล่นเกมยิงแนว Live-service คาดหวังให้เป็นมาตรฐานพื้นฐานอยู่แล้ว การนำฟีเจอร์เหล่านี้เข้ามาในเดือนธันวาคมถือว่าล่าช้า แต่ในจุดนี้ การทำให้มันออกมาดีนั้นสำคัญกว่าการทำให้เสร็จเร็ว
ความหมายสำหรับผู้เล่นในตอนนี้
หากคุณกำลังเล่น Marathon อยู่ อัปเดตวันที่ 6 ตุลาคมคือจุดเปลี่ยนสำคัญในระยะใกล้ แม้การรีเซ็ตความคืบหน้าจะไม่ใช่เรื่องสนุกในระยะสั้น แต่มันมักจะช่วยปรับสมดุลให้ผู้เล่นทุกคนอยู่ในระดับเดียวกันก่อนเข้าสู่การอัปเดตเนื้อหาใหญ่ ส่วนอัปเดต Symbiosis ในวันที่ 8 ธันวาคมจะเป็นช่วงที่ทิศทางของเกมจะถูกพิสูจน์ได้จริง
Bungie ยังได้ระบุว่าเดือนมีนาคมจะเป็นหมุดหมายสำคัญถัดไปหลังจากเดือนธันวาคม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าอาจมีการอัปเดตทุกไตรมาสในอนาคต แม้ทางสตูดิโอจะไม่ได้เรียกมันว่าระบบซีซันอย่างเป็นทางการก็ตาม การใช้คำว่า "ความยืดหยุ่น" ในแถลงการณ์ยังเปิดช่องให้มีการเลื่อนกำหนดการเหล่านั้นได้อีก ดังนั้นควรปรับความคาดหวังให้เหมาะสม
สำหรับผู้เล่นที่ยังคงปรับตัวกับเกมแนว Extraction shooter อยู่ สามารถดู คู่มือ Marathon Runner Shells ที่สรุปข้อมูลทุกคลาสและการจัดทีมที่ควรรู้ก่อนที่ Meta จะเปลี่ยนไปเมื่อ Symbiosis เข้ามา ซึ่งอัปเดตเดือนธันวาคมจะเปลี่ยนประสิทธิภาพของ Shells บางตัวอย่างแน่นอนเมื่อมีการรวมโหมด PvE ถาวรเข้ามา ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะสมในการทำความคุ้นเคยกับสถานะปัจจุบันของเกมก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป








