นี่คือแนวคิดการจ้างงานที่คุณอาจไม่ค่อยได้ยินจากสตูดิโอเกมทั่วไป: หากคุณมีความเข้าใจในตัวเกมของเราอย่างลึกซึ้ง เราจะจ่ายค่าตอบแทนให้คุณมากขึ้น
Level-5 สตูดิโอจากญี่ปุ่นผู้อยู่เบื้องหลังเกมอย่าง Professor Layton, Ni no Kuni และ Inazuma Eleven ได้นำระบบที่เป็นทางการมาใช้ โดยพนักงานที่ทำคะแนน Game Knowledge Quizzes (แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับตัวเกม) ได้ดีจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นโยบายนี้ครอบคลุมพนักงานทุกคนรวมถึงพนักงานใหม่ด้วย ถือเป็นแนวทางการให้ค่าตอบแทนที่แปลกใหม่และมาจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงโดยตรง

รับสิทธิ์สมาชิก GTA+ ฟรี 1 เดือนเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้า GTA 6 ได้แล้ววันนี้
แนวคิดเบื้องหลังโครงสร้างเงินเดือนที่อิงจากแบบทดสอบ
Akihiro Hino ผู้ก่อตั้ง CEO และประธานของ Level-5 ได้อธิบายเหตุผลในการสัมภาษณ์กับ Famitsu สื่อจากญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ ปัจจุบันสตูดิโอมีพนักงานประมาณ 320 คน และไม่มีแผนที่จะขยายทีมงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Hino อธิบายว่าด้วยทีมงานที่มีขนาดกะทัดรัด ความรู้เชิงลึกที่แต่ละคนมีต่อโปรเจกต์นั้นส่งผลโดยตรงและวัดผลได้ต่อประสิทธิภาพในการทำงาน
เหตุผลของเขานั้นตรงไปตรงมา: หากสมาชิกในทีมที่ทำโปรเจกต์ Professor Layton ไม่มีความเข้าใจในซีรีส์นี้ดีพอ พนักงานคนอื่นๆ ก็จะต้องมาคอยรับภาระแทน ทั้งต้องคอยตรวจสอบงาน แก้ไขจุดบกพร่อง และปรับทิศทางใหม่ ซึ่งนั่นหมายถึงการเสียทั้งเวลาและงบประมาณ แต่หากสมาชิกในทีมมีความรู้ในเนื้อหาอย่างแท้จริง พวกเขาก็จะสามารถเป็นเจ้าของงาน (take ownership) ทำงานได้รวดเร็วขึ้น และลดภาระของคนอื่นๆ ในทีมลงได้
"ตอนนี้เราถือว่าความรู้และความหลงใหลในเกมของบริษัทเป็นทักษะรูปแบบหนึ่ง" Hino กล่าว "และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของคุณค่าในฐานะบริษัทของเราด้วย"
ประเด็นสำคัญคือ นี่ไม่ใช่แค่โบนัสตอบคำถามทั่วไปหรือสวัสดิการแปลกๆ แต่ Level-5 กำลังจัดประเภท "ความรู้เกี่ยวกับเกม" ให้เป็นสมรรถนะทางวิชาชีพ (professional competency) โดยยกระดับให้เทียบเท่ากับทักษะทางเทคนิคในการประเมินศักยภาพของพนักงาน
หน้าตาของแบบทดสอบเป็นอย่างไร
Hino อธิบายว่าแบบทดสอบเหล่านี้คือการประเมิน "ความรู้ในเนื้อหา" (content knowledge) ที่ครอบคลุมแคตตาล็อกเกมทั้งหมดของสตูดิโอ พนักงานที่ทำคะแนนได้ดีจะได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น โดยจำนวนเงินจะเท่ากันไม่ว่าจะมีอายุงานเท่าใดก็ตาม พนักงานใหม่ที่ทำคะแนนได้ดีเยี่ยมก็จะได้รับเงินเพิ่มเท่ากับนักพัฒนาที่มีประสบการณ์สูง
แม้ตัวเลขที่แน่ชัดที่ Hino กล่าวถึงใน Famitsu จะไม่ได้ถูกตีพิมพ์ออกมา แต่ผู้สื่อข่าวระบุว่าทุกคนในห้องต่างแสดงอาการประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้ยินตัวเลขดังกล่าว นอกจากนี้ Hino ยังกล่าวถึงแผนที่จะเพิ่มจำนวนเงินรางวัลในอนาคต ซึ่งแสดงให้เห็นว่านี่เป็นนโยบายที่สตูดิโอตั้งใจจะขยายผลต่อไป ไม่ใช่แค่การทดลองชั่วคราว
สำหรับแฟนเกม puzzle games แนวทางนี้ดูจะเข้ากับธีมของสตูดิโอที่สร้างซีรีส์เรือธงขึ้นมาจากแนวคิดที่ว่า การคิดอย่างรอบคอบและความรู้ที่ลึกซึ้งนั้นสมควรได้รับการตอบแทน
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญมากกว่าแค่ที่ Level-5
อุตสาหกรรมเกมถกเถียงกันมานานหลายปีว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้การจ้างงานในสตูดิโอสร้างสรรค์ประสบความสำเร็จ ทักษะทางเทคนิคนั้นวัดผลได้ง่าย แต่ความหลงใหลนั้นวัดผลได้ยาก สิ่งที่ Hino กำลังทำที่ Level-5 คือการสร้างระบบที่มองว่าความหลงใหลเป็นสิ่งที่ทดสอบได้ และนำมาคำนวณเป็นค่าตอบแทนทางการเงิน
นอกจากนี้ยังน่าสังเกตเรื่องช่วงเวลาที่เกิดขึ้น ปัจจุบัน Level-5 กำลังพัฒนา Professor Layton and the New World of Steam ซึ่งเป็นภาคหลักลำดับที่แปดของซีรีส์และเป็นภาคแรกในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ โดยเกมนี้มีกำหนดลงให้กับ Switch, Switch 2, PS5 และ PC ในปี 2026 ด้วยการที่เป็นเกมฟอร์มยักษ์ การมีทีมงานที่เข้าใจซีรีส์ Layton อย่างลึกซึ้งจึงไม่ใช่แค่เรื่องของวัฒนธรรมองค์กรที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นความได้เปรียบในการผลิตที่ใช้งานได้จริงอีกด้วย
Hino ยังเผยด้วยว่าเขาได้ลงมาคัดเลือกผู้สมัครด้วยตัวเองในรอบแรกของปีนี้ เพราะต้องการนิยามใหม่ว่า Level-5 มองหาอะไรในตัวพนักงานใหม่ เขามองว่าสตูดิโอส่วนใหญ่มักคัดคนเก่งๆ ออกไปตั้งแต่เนิ่นๆ โดยไปให้ความสำคัญกับใบรับรองทางเทคนิคระดับผิวเผิน มากกว่าทัศนคติและความรู้ในตัวผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง
สำหรับผู้เล่นที่ตื่นเต้นกับเกม Layton ภาคใหม่ Lorelei and the Laser Eyes มอบประสบการณ์เกมพัซเซิลที่ท้าทายไม่แพ้กันให้คุณได้เล่นระหว่างรอ Level-5 พัฒนาเกมจนเสร็จ หากคุณต้องการเจาะลึกการออกแบบพัซเซิลเชิงตรรกะแบบนี้ สามารถดู Lorelei and the Laser Eyes guides ที่ครอบคลุมด่านที่ท้าทายที่สุดของเกมไว้อย่างครบถ้วน








