Epic Games ได้ยื่นฟ้องหนึ่งในนักปล่อยข้อมูลหลุด (Leaker) ชื่อดังของ Fortnite แต่มีจุดหักมุมที่เปลี่ยนทุกอย่างไปโดยสิ้นเชิง นั่นคือบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการปล่อยข้อมูลดังกล่าวเป็นพนักงานที่ทำงานให้กับ Epic ในขณะนั้น
การฟ้องร้อง AdiraFN
Hayden Cohen ซึ่งเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์ในชื่อ AdiraFN และ AdiraFNInfo ได้รับการว่าจ้างจาก Epic Games ในตำแหน่ง Associate Producer แบบสัญญาจ้าง โดยคำฟ้องที่ยื่นต่อศาลเขต Eastern District of North Carolina เมื่อวันพฤหัสบดีเผยว่า Cohen ได้ลงนามในสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2025 ก่อนจะนำข้อมูลลับมาเปิดเผยต่อสาธารณะในช่วงเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์
ในคำฟ้องระบุว่า: "การปล่อยข้อมูลของ Cohen เกิดขึ้นได้ก็เพราะเขาใช้อำนาจในทางที่ผิดจากการเข้าถึงข้อมูลที่ได้รับในฐานะพนักงานของ Epic และจงใจเพิกเฉยต่อภาระผูกพันในการรักษาความลับของข้อมูล"
บัญชี AdiraFNInfo บน X มีผู้ติดตามมากกว่า 13,000 คน ก่อนที่จะถูกปิดตัวลงหลังจากการฟ้องร้อง ผู้ใช้ Reddit รายหนึ่งได้แคปภาพโปรไฟล์ LinkedIn ของ Cohen ไว้ได้ก่อนที่จะถูกลบ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเคยร่วมงานกับ American Express, AMC, Peacock และ NBC Sports มาก่อน
สิ่งที่ Cohen ถูกกล่าวหาว่าปล่อยข้อมูล
คำฟ้องระบุรายละเอียดว่า Cohen ได้แชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์คอลแลปส์ของ Fortnite ที่ยังไม่เปิดตัวร่วมกับ South Park และ Solo Leveling ก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ
กรณีนี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากแนวทางปฏิบัติของนักปล่อยข้อมูล Fortnite ทั่วไป โดยนักปล่อยข้อมูลในคอมมูนิตี้อย่าง Shiina และ HypeX จะใช้วิธีการ Data Mining หรือการขุดไฟล์เกมที่เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อหาคอนเทนต์ที่ยังไม่ปล่อยออกมา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ถูกกฎหมาย แต่คำฟ้องของ Epic ได้ขีดเส้นแบ่งไว้อย่างชัดเจน:
ความแตกต่างนี้มีผลทางกฎหมายอย่างมาก เหล่านักขุดไฟล์ (Data miners) ทำงานกับไฟล์ที่ใครก็สามารถดาวน์โหลดได้ แต่ Cohen มีสิทธิ์เข้าถึงระบบภายในและช่องทางการสื่อสารที่คนนอกไม่สามารถเข้าถึงได้
ลำดับเหตุการณ์และข้อเรียกร้องทางกฎหมาย
คำฟ้องได้สรุปลำดับเหตุการณ์ไว้ดังนี้:
- 11 กันยายน 2025: Cohen ลงนามใน NDA กับ Epic Games
- มกราคม ถึง กุมภาพันธ์ 2026: Cohen เริ่มโพสต์ข้อมูลลับของ Fortnite ต่อสาธารณะ
- 20 กุมภาพันธ์ 2026: Epic ส่งหนังสือแจ้งเตือนให้หยุดการกระทำ (Cease and desist) ถึง Cohen
- 6 มีนาคม 2026: Epic ยื่นฟ้องอย่างเป็นทางการใน North Carolina
ณ เวลาที่ยื่นฟ้อง Cohen ยังคง "ไม่ปฏิบัติตาม" ข้อเรียกร้องของ Epic อย่างครบถ้วน
ผลกระทบต่อคอมมูนิตี้คนปล่อยข้อมูล
การฟ้องร้องครั้งนี้เป็นการสร้างเส้นแบ่งระหว่างการทำ Data Mining ในคอมมูนิตี้กับการละเมิดข้อมูลจากคนใน ที่ผ่านมา Epic มักจะปล่อยผ่านและบางครั้งก็ได้ประโยชน์จากกระแสที่เกิดจากนักขุดไฟล์ที่นำสกินหรืออีเวนต์ใหม่ๆ มาเปิดเผยก่อนเวลา แต่ความอดทนนั้นสิ้นสุดลงเมื่อเป็นพนักงานหรือผู้รับจ้างที่ละเมิดข้อตกลงที่เซ็นไว้
สำหรับคอมมูนิตี้คนปล่อยข้อมูล Fortnite ในวงกว้าง ข้อความนี้ชัดเจนมาก Epic ไม่ได้ไล่ล่าเหล่านักขุดไฟล์ในกรณีนี้ ซึ่งตอกย้ำว่าความเสี่ยงทางกฎหมายเกิดจากการละเมิดสัญญาและการเข้าถึงข้อมูลในฐานะคนใน ไม่ใช่การกระทำที่เรียกว่าการปล่อยข้อมูลหลุดเพียงอย่างเดียว
การรู้ข้อมูลล่วงหน้าเกี่ยวกับโปรเจกต์คอลแลปส์อาจส่งผลต่อความตื่นเต้นและการตัดสินใจซื้อของผู้เล่นก่อนการประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งผลกระทบเชิงพาณิชย์นี้อาจเป็นเหตุผลว่าทำไม Epic ถึงมองว่านี่คือการละเมิดความลับทางการค้า ไม่ใช่แค่การผิดสัญญา NDA ทั่วไป
อย่าลืมติดตามบทความเกี่ยวกับเกมยอดนิยมที่น่าเล่นในปี 2026:
เกมที่น่าจับตามองที่สุดในปี 2026
เกม Nintendo Switch ที่ดีที่สุดในปี 2026
เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (FPS) ที่ดีที่สุดในปี 2026
เกมอินดี้ PlayStation ที่ดีที่สุดในปี 2026
เกมมัลติเพลเยอร์ที่ดีที่สุดในปี 2026
เกมที่คนรอคอยมากที่สุดในปี 2026
เกมออกใหม่ที่น่าสนใจในเดือนมกราคม 2026
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
AdiraFN คือใคร และทำไม Epic ถึงฟ้อง?
AdiraFN หรือชื่อจริงคือ Hayden Cohen เป็นนักปล่อยข้อมูล Fortnite ที่เคยรับงานเป็น Associate Producer ให้กับ Epic Games โดย Epic ฟ้อง Cohen ฐานละเมิดสัญญา NDA ที่ลงนามไว้ ด้วยการเปิดเผยความลับทางการค้า รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจกต์คอลแลปส์ที่ยังไม่เปิดตัว
ทำไมถึงไม่ฟ้องนักปล่อยข้อมูลคนอื่นอย่าง Shiina หรือ HypeX?
คำฟ้องระบุว่านักปล่อยข้อมูลอย่าง Shiina และ HypeX ได้ข้อมูลมาจากการทำ Data Mining ไฟล์เกมที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งถือว่าถูกกฎหมาย แต่กรณีของ Cohen แตกต่างออกไปเพราะเขาเข้าถึงข้อมูลได้ผ่านตำแหน่งงานภายในของเขาที่ Epic ไม่ใช่จากไฟล์สาธารณะ
AdiraFN ปล่อยข้อมูลอะไรออกมาบ้าง?
Cohen ได้ปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับโปรเจกต์คอลแลปส์ของ Fortnite ที่ยังไม่เปิดตัวร่วมกับ South Park และ Solo Leveling ซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่เข้าถึงได้ผ่านระบบภายในของ Epic เท่านั้น








