"นักพัฒนาทุกคนในห้องนี้และผู้เล่นทุกคนของเราต่างเคยเจอปัญหาจากการใช้งาน Launcher ตัวปัจจุบัน" Epic Games กล่าวในงาน Unreal Fest สัปดาห์นี้ "ถึงเวลาสำหรับการเปลี่ยนแปลงแล้ว"
คำพูดดังกล่าวปรากฏอยู่บนสไลด์นำเสนอ ซึ่งสรุปสิ่งที่เหล่า PC players บ่นกันมานานหลายปีได้เป็นอย่างดี Epic Games Launcher นั้นทำงานช้า หน่วง และมีการเรียกใช้ Backend service ทุกครั้งที่คุณคลิกไปมา ซึ่งทาง Epic ก็ทราบเรื่องนี้ดี และในที่สุดพวกเขาก็กำลังลงมือแก้ไขอย่างจริงจัง
การยกเครื่อง Launcher ครั้งใหญ่ที่ผู้เล่น Epic รอคอย
ตัวเลขพาดหัวข่าวที่น่าสนใจคือ Launcher V2 จะมาพร้อมกับความเร็วในการ Cold start ที่เร็วกว่าเวอร์ชันปัจจุบันถึง 5 เท่าโดยเฉลี่ย นี่ไม่ใช่แค่การปรับจูนประสิทธิภาพเล็กๆ น้อยๆ แต่เป็นการยกเครื่องสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมด ซึ่งทาง Epic เรียกโปรเจกต์นี้ว่า "การสร้างใหม่ตั้งแต่ต้น (ground-up rebuild)"
Steven Allison รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของ Epic Games Store เคยเกริ่นเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยบอกกับ Eurogamer ตรงๆ ว่า "Launcher ตัวปัจจุบันมันแย่มาก" เขาอธิบายปัญหาไว้อย่างชัดเจนว่า Launcher ปัจจุบันมีการเรียกใช้ Backend services ทุกครั้งที่คุณกดนำทาง ทำให้เกิดอาการหน่วงหลายวินาที ซึ่งน่าหงุดหงิดมากเมื่อเทียบกับ Storefront อื่นๆ บน PC ที่ไม่มีปัญหานี้ เขาอธิบายการแก้ไขว่าเหมือนกับ "การควักไส้ในออกแล้วใส่ไส้ใหม่เข้าไปแทน"
ประเด็นคือ ความตรงไปตรงมาของผู้บริหารระดับสูงแบบนี้หาได้ยาก และมันช่วยสร้างความคาดหวังให้กับผู้เล่น การนำเสนอในงาน Unreal Fest ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Epic ระบุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพที่ชัดเจนสำหรับการยกเครื่องครั้งนี้
แผนการปล่อยอัปเดตเป็นอย่างไร
Epic ได้แบ่ง Roadmap ออกเป็น 3 ระยะในการนำเสนอ โดยลำดับความสำคัญมีความสำคัญอย่างยิ่ง
งานเร่งด่วนที่สุดคือการเปิด Private beta ของ Epic Games Launcher V2 ควบคู่ไปกับสิ่งที่ Epic เรียกว่า "การปรับโครงสร้าง Storefront ใหม่" นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มฟีเจอร์ Quality-of-life (QoL) เข้ามาในระยะนี้ด้วย เช่น Patch notes ภายในร้านค้า, ระบบการส่งของขวัญข้ามภูมิภาค (Cross-region gifting) และการรองรับระบบ Chunked installation สำหรับ Fortnite (ซึ่งจะช่วยผู้เล่นที่ประสบปัญหาไฟล์เกมขนาดใหญ่ได้อย่างมาก)
ระยะที่สองจะเป็นการปล่อย Launcher V2 สู่สาธารณะและเปลี่ยนไปเน้นที่การออกแบบและ UX ของร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นโปรไฟล์ผู้เล่น, อวตาร, รีวิวจากผู้ใช้ และระบบค้นหาที่ปรับปรุงใหม่ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ Storefront คู่แข่งมีมานานหลายปีแล้ว และการขาดหายไปของฟีเจอร์เหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ชุมชน Epic Games Store บ่นถึงอยู่ตลอด
ในระยะถัดไป Epic มีแผนสำหรับร้านค้าที่รองรับหลายแพลตฟอร์ม (ซึ่งน่าจะเชื่อมโยงกับโครงการ Project Helix ของ Xbox), การรองรับ Controller แบบครอบคลุม และการออกแบบ Storefront ใหม่ในภาพรวม
ระบบ Chunked installs และมุมมองจาก Fortnite
"Chunked installation" สำหรับ Fortnite เป็นสิ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ปัจจุบันการติดตั้ง Fortnite เป็นแบบ "ทั้งหมดหรือไม่มีเลย" ซึ่งกินพื้นที่จัดเก็บข้อมูลอย่างรวดเร็ว ระบบ Chunked installs จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลดเฉพาะเนื้อหาที่ต้องการแทนที่จะต้องโหลดทั้งแพ็กเกจ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายสำหรับใครก็ตามที่ต้องบริหารจัดการพื้นที่ในไดรฟ์ หากคุณเคยเสียเวลากับการแก้ปัญหาประสิทธิภาพของ Fortnite คุณจะรู้ดีว่าพฤติกรรมของ Launcher ส่งผลต่อประสบการณ์การเล่นโดยรวมมากแค่ไหน คู่มือการตั้งค่าและเพิ่ม FPS สำหรับ Fortnite ได้รวบรวมวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นไว้ แต่ถ้ามี Launcher ที่เร็วและเบากว่าเดิม ขั้นตอนเหล่านั้นก็อาจไม่จำเป็นอีกต่อไป
ทำไมการยกเครื่องครั้งนี้ถึงล่าช้าเกินไป
Epic Games Store เติบโตขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 โดยมีเกมให้เลือกเล่นหลายร้อยเกม มีโปรแกรมแจกเกมฟรีรายสัปดาห์ที่สร้างฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาล และแข่งขันกับ Steam ในตลาด PC gaming โดยตรง อย่างไรก็ตาม Launcher กลับไม่เติบโตตามไปด้วย ความหน่วงของมันกลายเป็นเรื่องตลกและเป็นจุดที่สร้างความหงุดหงิดให้กับผู้เล่นอย่างแท้จริง
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่อาจมองข้ามไปคือ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเวลาในการบูตเครื่อง สถาปัตยกรรมของ Launcher ปัจจุบันบังคับให้ต้องมีการรับส่งข้อมูลกับเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้งที่กดนำทาง ซึ่งหมายความว่าประสบการณ์การใช้งานของคุณจะแย่ลงตามคุณภาพการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การยกเครื่อง Launcher V2 จึงมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แค่ที่ปลายเหตุ
สำหรับผู้เล่น Fortnite โดยเฉพาะ ปัญหาการเชื่อมต่อและ Error ต่างๆ เป็นสิ่งที่กวนใจมาตลอด คู่มือแก้ไข Error Fortnite Esp-Dist-001 ครอบคลุมหนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยที่สุดที่ผู้เล่นเจอทั้งบนคอนโซลและ PC การปรับปรุง Backend ของ Launcher ใหม่น่าจะช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาเหล่านี้ได้
ก้าวต่อไปคืออะไร
Private beta คือก้าวสำคัญถัดไปที่ต้องจับตา แม้ Epic จะยังไม่ได้ระบุวันที่แน่นอน แต่ Roadmap ในงาน Unreal Fest ก็วางให้มันเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นลำดับถัดไป หลังจากนั้นจะเป็นการปล่อย V2 สู่สาธารณะ พร้อมกับการปรับปรุง UX ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่า Epic Games Store จะสามารถลดช่องว่างกับ Steam ในด้านฟีเจอร์ที่ผู้เล่นใช้งานจริงในทุกๆ วันได้หรือไม่
หากคุณเล่นเกมผ่าน Epic launcher เป็นประจำ อย่าลืมตรวจสอบ Patch notes v40.40 สำหรับ Fortnite Zero Build เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อการโหลดและการจัดการโหมดต่างๆ ของเกม คอยติดตามช่องทางทางการของ Epic สำหรับการประกาศสิทธิ์เข้าใช้งาน Beta เมื่อเริ่มการปล่อยอัปเดต








