การรอคอยให้ Square Enix ปล่อยแพตช์แก้ไขปัญหาแสงเงาใน Final Fantasy VII Rebirth มานานถึง 2 ปี ดูเหมือนจะนานเกินพอสำหรับ Modder รายหนึ่งแล้ว David 'dddd5' Matos ได้จัดการปัญหาดังกล่าวด้วยตัวเองและปล่อย Shader Injector mod ลงบน NexusMods เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องแสงเงาที่เรื้อรังและเป็นที่พูดถึงกันมานานในเกมนี้ ซึ่งผลตอบรับจากคอมมูนิตี้ก็เป็นไปในเชิงบวกอย่างท่วมท้นทันทีที่ปล่อยออกมา
ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงคืออะไร
เรื่องมีอยู่ว่า Final Fantasy VII Rebirth เป็นเกมที่ภาพสวยในหลายๆ ด้าน แต่ระบบแสงเงากลับมีปัญหาที่ดูแปลกตาอย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง Square Enix ไม่เคยแก้ไขเลย แหล่งกำเนิดแสงหลายจุดไม่มีการทอดเงาออกมาเลย พืชพรรณตามฉาก Open World ต่างๆ ดูแบนราบและไร้เงา การเรนเดอร์เงาบางจุดมีความละเอียดต่ำมากจนดูเหมือนกราฟิกยุค PS3 หลุดเข้ามา ใบหน้าตัวละครในฉากกลางแจ้งมักจะดูสว่างจ้าจนเกินไป (Overexposed) และดูเหมือนพลาสติก ทำให้คัตซีนที่ควรจะถ่ายทอดอารมณ์กลับดูราคาถูกไปอย่างน่าประหลาด
ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่สังเกตเห็นได้ยาก ผู้เล่นต่างทักท้วงเรื่องปัญหาแสงสว่างจ้าเกินไปแทบจะทันทีหลังจากเกมวางจำหน่ายบน PC และเสียงบ่นเหล่านั้นก็ไม่เคยจางหายไปเลย
Shader Injector ทำงานอย่างไร
Matos อธิบายว่า Mod นี้เป็น "เฟรมเวิร์กที่ช่วยให้สามารถฉีด (Inject) Shader ที่ปรับแต่งแล้วเข้าไปใน Rendering API" โดย Shader ที่ปรับแต่งนี้จะเน้นไปที่คุณภาพของแสงและเงาโดยเฉพาะ ผลลัพธ์ที่ได้นั้นแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบภาพแบบ Side-by-side พื้นที่ที่เคยดูสว่างโพลนจนรายละเอียดหายไป ตอนนี้กลับมามี Contrast และมิติที่เหมาะสมแล้ว โดยเฉพาะ Gold Saucer ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องแสงสีนีออนที่จัดจ้าน ก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยแสงและเงาสะท้อนในฉากกลับมาดูสมจริงและสอดคล้องกันอย่างที่ควรจะเป็น
นอกจากนี้ Mod ยังมีเวอร์ชันที่เน้นประสิทธิภาพ (Performance-conscious) ซึ่งกินทรัพยากรเครื่องเพียงไม่กี่เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นรายละเอียดที่สำคัญมาก ทำให้ผู้เล่นที่ใช้ฮาร์ดแวร์ระดับกลางไม่ต้องเลือกระหว่างการแก้ไขภาพให้สวยงามกับการรักษาเฟรมเรตให้คงที่
ปฏิกิริยาจากแฟนเกมต่างวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าสภาพดั้งเดิมของเกมนั้นแย่แค่ไหน "ปัญหาแสงจ้าเกินไปในเกมนี้มันทนไม่ได้จริงๆ" ผู้เล่นคนหนึ่งเขียนไว้บน Reddit อีกคนตั้งข้อสังเกตว่าการปรับปรุงนี้ "น่าประทับใจในเกือบทุกกรณี" แม้จะเปิดใช้งานเวอร์ชันที่เน้นประสิทธิภาพก็ตาม โพสต์เปรียบเทียบที่แชร์กันใน subreddit ของ FF7 Remake มียอด Upvote หลายพันครั้ง ซึ่งบ่งบอกได้ดีว่าความอัดอั้นตันใจนี้สะสมมานานแค่ไหน
2 ปีคือเวลานานเกินไปสำหรับการรอคอยแพตช์ที่ไม่เคยมาถึง
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้ามเวลาพูดถึง Mod จากคอมมูนิตี้แบบนี้คือความอดทนที่อยู่เบื้องหลัง Matos ไม่ได้ปล่อย Mod นี้ออกมาในช่วงสัปดาห์แรกที่เกมวางจำหน่ายซึ่งเป็นช่วงที่กระแสกำลังพีค แต่ Mod นี้มาถึงในช่วงเวลาประมาณ 2 ปีหลังจากเกมวางจำหน่าย หลังจากที่ชัดเจนแล้วว่า Square Enix ได้มูฟออนไปแล้ว ทีมพัฒนากำลังทุ่มเทให้กับการพัฒนา Final Fantasy 7 Revelation ซึ่งเป็นภาคที่สามและภาคสุดท้ายของไตรภาค Remake ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายในปีหน้า
ประเด็นสำคัญคือมีคนเพียงคนเดียวที่ทำงานด้วยตัวเอง สามารถแก้ปัญหาด้านภาพที่ผู้พัฒนาต้นฉบับดูเหมือนจะไม่มีแผนที่จะกลับมาแก้ไขเลย นี่ไม่ใช่การดูถูกทีมพัฒนา แต่เป็นการชื่นชมวงการ Modding อย่างแท้จริง คอมมูนิตี้เกมเมอร์ PC มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการเข้ามาเติมเต็มในจุดที่การสนับสนุนอย่างเป็นทางการสิ้นสุดลง และนี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
หากคุณกำลังเริ่มเล่นเกมนี้เป็นครั้งแรกหรือกลับมาเล่นหลังจากพักไปนาน คู่มือสำหรับผู้เริ่มต้น FF7 Rebirth จะช่วยอธิบายระบบการต่อสู้และโครงสร้างของโลกในเกมเพื่อให้คุณปรับตัวได้ง่ายขึ้น สำหรับผู้เล่นที่คุ้นเคยกับกลไกเกมแล้วและต้องการรีดประสิทธิภาพของปาร์ตี้ คู่มือความสามารถอาวุธและการจัด Build ตัวละคร จะช่วยเจาะลึกการติดตั้ง Materia ที่ดีที่สุดสำหรับสมาชิกทุกคนในปาร์ตี้ และด้วย Shader Injector ที่ทำให้เวอร์ชัน PC ดูดีอย่างที่ควรจะเป็นตั้งแต่ตอนเปิดตัว ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการกลับไปเยือน Midgar อีกครั้ง








