Naoki Hamaguchi ผู้กำกับเกม Final Fantasy 7 Revelation ยืนยันแล้วว่าบทสรุปของไตรภาคนี้จะมีฉากจบเพียงแบบเดียวสำหรับผู้เล่นทุกคน และเนื้อหาช่วงท้ายเกม (Endgame) ก็น่าจะมีความท้าทายมากกว่าทุกสิ่งที่เคยมีมาใน Final Fantasy VII Rebirth
ประเด็นคือ ทั้ง Remake และ Rebirth ต่างก็เน้นไปที่เหตุการณ์แบบแยกสาย (Branching moments) และผลลัพธ์ที่ขึ้นอยู่กับค่าความสัมพันธ์ (Affinity-based outcomes) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้เลือกเส้นทางเนื้อเรื่องที่ยืดหยุ่น แต่ Revelation กำลังจะปิดประตูบานนั้น ทางเลือกของคุณอาจส่งผลต่อวิธีการเดินทางไปสู่บทสรุป แต่ทุกคนจะไปถึงจุดหมายเดียวกัน ไม่มีการแยกไทม์ไลน์เพื่อช่วยตัวละครที่คุณชื่นชอบ ไม่มีเส้นทางสำรองไปสู่ตอนจบที่แฮปปี้กว่า มีเพียงฉากจบเดียวเท่านั้น จบข่าว

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
Weapons ไม่ใช่บอสลับที่เลือกสู้ได้อีกต่อไป
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มักมองข้ามเมื่ออ่านข่าวของ Revelation คือการเปลี่ยนแปลงของเหล่า Weapons นั้นสำคัญแค่ไหน ในเกมต้นฉบับบน PS1 เจ้า Emerald Weapon และ Ruby Weapon ถือเป็น Superboss สุดโหดที่เป็นคอนเทนต์เสริม ซึ่งทำให้ผู้เล่นต้องหัวหมุนไปหาไกด์และฟาร์มเลเวลกันเป็นชั่วโมง แต่ใน Revelation ทาง Square Enix ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของพวกมันใหม่ทั้งหมด
ทางสตูดิโออธิบายว่า Weapons คือ "ศัตรูที่ Cloud และพรรคพวกต้องเผชิญหน้า" ซึ่งสื่อความหมายชัดเจนว่าพวกมันเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเนื้อเรื่องหลัก ไม่ใช่แค่บอสเสริมที่ซ่อนไว้ให้ไปท้าทายกันเอง นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญมาก เพราะคอนเทนต์ช่วงท้ายเกมของ Rebirth ส่วนใหญ่เป็นแบบแยกส่วนและเป็นทางเลือก แต่ดูเหมือนว่า Revelation จะนำการต่อสู้ที่ยากที่สุดเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่องหลักโดยตรง
ฉากจบเดียวในไตรภาคที่สร้างมาบนความแตกต่าง
การยืนยันเรื่องฉากจบเดียวถือเป็นเรื่องใหญ่เมื่อพิจารณาจากประวัติของไตรภาคนี้ Remake ได้นำเสนอแนวคิดเรื่องไทม์ไลน์ที่แตกแขนงผ่านเหล่า Whispers และการแทรกแซงของ Sephiroth ส่วน Rebirth ก็ยิ่งขยายขอบเขตไปสู่ไทม์ไลน์คู่ขนาน ทำให้ผู้เล่นไม่แน่ใจเลยว่าเกมสุดท้ายจะดำเนินไปในทิศทางไหน
การที่ Hamaguchi ยืนยันว่า Revelation จะปิดฉากด้วย "ฉากจบเดียว" เปรียบเสมือนการที่ Square Enix ปักธงให้ชัดเจน สตูดิโอจะไม่ยอมให้การใช้มัลติเวิร์สมาเป็นข้ออ้างสำหรับบทสรุปที่กำกวม เส้นทางระหว่างทางอาจแตกต่างกันไปตามทางเลือกของผู้เล่น แต่จุดหมายปลายทางนั้นถูกกำหนดไว้แล้ว
นี่เป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญ ชุมชน FF7 ถกเถียงกันมานานหลายปีว่าไตรภาค Remake กำลังมุ่งไปทางไหน และการล็อคฉากจบหมายความว่าจะไม่มีเวอร์ชันไหนที่ทางเลือกของผู้เล่นจะสามารถเขียนบทสรุปใหม่ให้กับช่วงเวลาที่น่าเศร้าที่สุดของเกมได้
ภาพรวมของช่วงท้ายเกมเป็นอย่างไร
นอกเหนือจากเรื่อง Weapons และฉากจบเดียวแล้ว ภาพรวมของช่วงท้ายเกมใน Revelation ดูจะอัดแน่นไปด้วยคอนเทนต์มากที่สุดในทั้งสามภาค เรือเหาะ Highwind จะช่วยให้เดินทางไปได้ทั่วทั้งดาว และมีการยืนยันสถานที่อย่าง Wutai, Mideel และ Rocket Town แล้ว ระบบความสัมพันธ์ (Affinity system) ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในปาร์ตี้ทุกคน ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ของ Cloud กับตัวละครแต่ละตัวแบบแยกกัน
Vincent Valentine จะสามารถเล่นได้เต็มรูปแบบพร้อมความสามารถในการแปลงร่างเป็นสัตว์ประหลาด และ Cid Highwind จะมาพร้อมสไตล์การต่อสู้แบบ Dragoon ทางอากาศ Knights of the Round จะกลับมาในฐานะมนต์อสูร (Summon) เกมการ์ด Queen's Blood ก็กลับมาด้วยเช่นกัน รวมถึงฉากตบกันระหว่าง Tifa และ Scarlet ก็ถูกนำมาทำเป็นมินิเกม เห็นได้ชัดว่า Square Enix ไม่ยอมทิ้งคอนเทนต์ใดๆ จากเกมต้นฉบับไว้ข้างหลัง
ระบบการต่อสู้แบบ Tactical Hybrid จากสองภาคก่อนหน้าจะกลับมา ซึ่งหมายความว่าตัวเลือกในการหยุดเกมเพื่อวางแผนระหว่างต่อสู้ยังคงอยู่ และเมื่อพิจารณาว่า Weapons กลายเป็นศัตรูบังคับในเนื้อเรื่อง ชั้นเชิงทางกลยุทธ์เหล่านี้จะมีความสำคัญมากกว่าที่เคย
เป้าหมายคือฤดูใบไม้ผลิปี 2027 และจะลง PC ตั้งแต่วันแรก
Revelation วางเป้าหมายไว้ที่การเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 และจะเป็นเกมแรกในไตรภาคนี้ที่วางจำหน่ายบน PC พร้อมกับคอนโซล โดยยืนยันแพลตฟอร์มทั้ง Steam และ Epic Games Store โดยไม่มีข้อตกลงเรื่องการจำกัดเวลาวางจำหน่าย (Timed exclusivity) ในครั้งนี้
สำหรับผู้เล่นที่ติดตามซีรีส์นี้บน PC ถือเป็นข่าวดีอย่างแท้จริง เพราะการวางจำหน่าย Rebirth บน PC นั้นล่าช้ากว่าบนคอนโซลพอสมควร การที่ Revelation ลดช่องว่างนี้ลงหมายความว่าชุมชนผู้เล่นทุกคนจะได้สัมผัสบทสรุปไปพร้อมๆ กัน
หากคุณกำลังกลับมาเล่นซีรีส์นี้เพื่อเตรียมตัวสำหรับ Revelation สามารถดู คอลเลกชันไกด์ FF7 Rebirth ที่ครอบคลุมตั้งแต่การจัด Build ตัวละคร ไปจนถึงความสามารถของอาวุธ เพื่อช่วยให้คุณพร้อมก่อนที่ไตรภาคนี้จะปิดฉากลง

