Flappy Bird เกมมือถือยอดฮิตได้กลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ Dong Nguyen ผู้สร้างดั้งเดิมได้ถอดเกมออกจากสโตร์ไปเกือบหนึ่งทศวรรษ โดยเดิมทีเกมถูกถอดออกเนื่องจาก "ความเสพติด" ของตัวเกม แต่ในตอนนี้เกมได้กลับมาเปิดให้เล่นอีกครั้งในรูปแบบมินิเกมบนแพลตฟอร์ม Telegram การรีลอนช์ (relaunch) ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Notcoin ซึ่งได้เข้าซื้อสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ผ่านทาง Flappy Bird Foundation Group
การกลับมาของเกมนี้ถูกทำเครื่องหมายด้วยการเปิดตัวกิจกรรม Flap-a-TON ซึ่งเน้นย้ำถึงการเชื่อมต่อกับบล็อกเชนของ Telegram ที่เรียกว่า TON (The Open Network) กิจกรรมนี้ได้นำมิติใหม่ของคริปโต (crypto) มาสู่ Flappy Bird ทำให้ผู้เล่นสามารถโต้ตอบกับตัวเกมและเข้าร่วมกิจกรรมการมิ้นต์ (minting) เหรียญ FLAPPY ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีกระเป๋าเงินคริปโต (cryptocurrency wallet) ก็สามารถเล่นได้
กิจกรรม Flap-a-TON
กิจกรรม Flap-a-TON ซึ่งจัดขึ้นสำหรับผู้ใช้ Telegram โดยเฉพาะ แสดงให้เห็นว่า Flappy Bird กำลังพัฒนาไปในทิศทางของ web3 อย่างไร แม้ว่าผู้เล่นจะสามารถสนุกกับเกมได้โดยไม่ต้องมีกระเป๋าเงินหรือถือครองคริปโตเคอร์เรนซี แต่กิจกรรมภายในเกมระหว่างช่วงอีเวนต์จะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถมิ้นต์เหรียญ FLAPPY ได้ฟรี
สิ่งนี้ทำให้ Telegram กลายเป็นแพลตฟอร์มที่กำลังเติบโตสำหรับ เกมบนบล็อกเชน (blockchain-based gaming) และแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApps) Michael Roberts หนึ่งในบุคคลสำคัญเบื้องหลังการเปิดตัว Flappy Bird ครั้งใหม่ ได้แสดงความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับอนาคตของเกมในโลก web3 โดยกล่าวว่า "การเปิดตัวบน Telegram คือรันเวย์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการกลับมาของเกมนี้ เนื่องจากแพลตฟอร์มได้รับการยอมรับว่าเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับ web3 gaming"
ด้วยฐานผู้เล่นเกมบน Telegram ที่มีอยู่กว่า 200 ล้านคน การก้าวเข้าสู่โลก web3 ของ Flappy Bird จึงดูมีความพร้อมเป็นอย่างดี Sasha Plotvinov ผู้ก่อตั้ง Notcoin ได้ให้ความเห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือกับ Telegram และ TON โดยเขาระบุว่า IP อย่าง Flappy Bird นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขยายการใช้งาน web3 ให้เข้าถึงง่ายและเป็นที่รู้จักมากขึ้นสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

Flappy Bird Returns with Web3 Features
การเข้าซื้อสิทธิ์และแผนงานในอนาคต
นอกเหนือจากสิทธิ์ใน IP ของ Flappy Bird แล้ว Flappy Bird Foundation Group ยังได้เข้าซื้อสิทธิ์ของเกม Piou Piou vs. Cactus ซึ่งเป็นเกมที่ได้รับความนิยมน้อยกว่าแต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ Flappy Bird โดย Kek ผู้สร้างเกม Piou Piou vs. Cactus ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา Flappy Bird เวอร์ชัน Telegram นี้ด้วย
Dong Nguyen ผู้สร้างดั้งเดิมของ Flappy Bird ได้แสดงจุดยืนห่างจากเวอร์ชันใหม่นี้ โดยระบุว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์และไม่สนับสนุนการนำคริปโตเคอร์เรนซีเข้ามาใส่ในเกม ซึ่งประเด็นนี้สร้างคำถามเกี่ยวกับทิศทางของตำนานเกมนี้ แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้กระแสความนิยมในปัจจุบันลดลงก็ตาม
แม้ว่าในขณะนี้ Flappy Bird จะถูกปล่อยออกมาให้เล่นเฉพาะบน Telegram เท่านั้น แต่ก็มีแผนที่จะขยายการให้บริการ โดยคาดว่าในปี 2025 เกมจะเปิดตัวบนสโตร์แอปมือถือและเบราว์เซอร์ พร้อมด้วยโหมดเกมเพิ่มเติม ไอเทมตกแต่ง (cosmetic items) และระบบความคืบหน้า (progression systems) ซึ่งการอัปเดตเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เล่นในขณะที่ยังคงรักษาความเรียบง่ายแบบดั้งเดิมที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นกระแสไวรัล

Flappy Bird Gameplay Screenshot
Telegram ในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับ Web3 Gaming
การรีลอนช์ Flappy Bird บน Telegram ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เป็นศูนย์กลางของ web3 gaming ด้วยการเชื่อมต่อกับบล็อกเชน TON ทำให้ Telegram กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำสำหรับแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์และ เกมบนบล็อกเชน ด้วยฐานผู้ใช้จำนวนมหาศาลและโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคง ทำให้ที่นี่เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งนักพัฒนาและเกมเมอร์
ความสำเร็จของ Flappy Bird บน Telegram อาจเป็นการปูทางให้เกมและ IP ที่มีชื่อเสียงอื่นๆ เปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลก web3 ในลักษณะเดียวกัน โดยใช้บล็อกเชนสำหรับระบบรางวัลและสินทรัพย์ภายในเกม (in-game assets) พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้เล่น








