Epic Games ประกาศในวันนี้ว่า Fortnite ได้กลับมาอยู่บน iOS App Store ในเกือบทุกตลาดทั่วโลกแล้ว เป็นการยุติการหายไปนานหลายปีนับตั้งแต่ Epic จงใจทำให้เกมถูกถอดออกในปี 2020 การกลับมาครั้งนี้มาพร้อมกับข้อความที่ชัดเจนจาก Tim Sweeney ซีอีโอของ Epic ซึ่งมองว่านี่ไม่ใช่การคืนดีกับ Apple แต่เป็นกลยุทธ์การเปิดฉากในสิ่งที่เขาเชื่อว่าจะเป็นการต่อสู้ทางกฎหมายครั้งสำคัญ
ทำไม Epic ถึงเลือกกลับมาในตอนนี้
จังหวะเวลานี้ถูกคำนวณมาเป็นอย่างดี ตามประกาศอย่างเป็นทางการของ Epic การตัดสินใจนำ Fortnite กลับมาบน App Store เกิดขึ้นหลังจากที่ Apple แจ้งต่อศาลฎีกาสหรัฐฯ ว่า "หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังจับตาดูคดีนี้เพื่อตัดสินว่า Apple ควรเรียกเก็บค่าธรรมเนียม (commission rate) เท่าใดสำหรับการซื้อสินค้าภายในแอปในตลาดขนาดใหญ่ที่อยู่นอกสหรัฐอเมริกา"
Epic มองว่าคำแถลงดังกล่าวเป็นการยอมรับว่าโครงสร้างค่าธรรมเนียมของ Apple กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักในระดับสากล จุดยืนของบริษัทคือเมื่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ บังคับให้ Apple เปิดเผยต้นทุนที่แท้จริง รัฐบาลทั่วโลกก็จะปฏิเสธสิ่งที่ Epic เรียกว่า "Apple junk fees" (ค่าธรรมเนียมขยะของ Apple) ว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุผลรองรับ
Sweeney ได้โพสต์บน X อย่างตรงไปตรงมาว่า: "เรามองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของจุดจบของ Apple Tax ทั่วโลก" เขากล่าวเสริมว่า Epic จะ "เดินหน้าต่อสู้ในทุกเขตอำนาจศาลทั่วโลกจนกว่าการแข่งขันจะกลับคืนสู่สโตร์ดิจิทัลและตลาดการชำระเงินในทุกที่"
ประเด็นคือ: Epic ไม่ได้กลับมาเพราะสงบศึกกับ Apple แต่กลับมาเพราะเชื่อว่ากำลังจะเป็นฝ่ายชนะ
ตลาดเดียวที่ยังถูกปิดกั้น
ออสเตรเลียเป็นข้อยกเว้นที่สำคัญ Epic ระบุว่า Fortnite ยังไม่ได้กลับมาบน Australian App Store เนื่องจาก Apple กำลังขัดคำสั่งศาลในประเทศนั้น ซึ่งถือเป็นการยกเว้นที่สำคัญและเป็นสัญญาณว่าความขัดแย้งทางกฎหมายระหว่างทั้งสองบริษัทนั้นยังคงดำเนินอยู่พร้อมกันในหลายเขตอำนาจศาล
สำหรับผู้เล่นในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบ สถานการณ์นี้น่าจับตามอง สิ่งที่เกิดขึ้นในออสเตรเลียอาจเป็นตัวอย่างว่า Apple จะตอบสนองต่อคำตัดสินที่ไม่เป็นผลดีในที่อื่นๆ อย่างไร
ผู้เล่น iOS ในออสเตรเลียยังไม่สามารถเข้าถึง Fortnite ผ่าน App Store ได้ โดย Epic อ้างถึงข้อพิพาททางศาลที่ยังคงดำเนินอยู่กับ Apple ในตลาดดังกล่าวว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้
การต่อสู้เรื่องการผูกขาดหมายความว่าอย่างไรต่อผู้เล่น
ข้อพิพาทหลักคือเรื่องระบบการชำระเงิน Epic ต้องการประมวลผลการซื้อภายในแอป (in-app purchases) ผ่านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินของตนเอง เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียมมาตรฐานของ Apple ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ที่ 30% สำหรับธุรกรรมส่วนใหญ่ จุดยืนของ Apple คือค่าธรรมเนียมนี้ใช้เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศ App Store
สำหรับผู้เล่น เดิมพันในทางปฏิบัติถือว่ามีอยู่จริง หาก Epic ชนะและ Apple ถูกบังคับให้เปิดทางให้มีระบบชำระเงินทางเลือกที่มีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าหรือไม่มีเลย นักพัฒนาอาจส่งต่อส่วนลดนั้นให้กับผู้บริโภคผ่านราคา V-Bucks ที่ถูกลงหรือการปรับเปลี่ยนสกุลเงินในเกมอื่นๆ แม้จะไม่ใช่สิ่งที่การันตีได้ แต่ก็เป็นทิศทางที่ข้อโต้แย้งของ Epic มุ่งไป
ประเด็นสำคัญคือการกลับมาของ Fortnite ไม่ใช่แค่เรื่องของเกมเดียว Sweeney ได้วางตำแหน่งเรื่องนี้ให้เป็นการต่อสู้ในนามของนักพัฒนาและผู้บริโภคทุกคนอย่างต่อเนื่อง และการที่ศาลฎีกาเข้ามาเกี่ยวข้องหมายความว่าผลลัพธ์ที่จะออกมาจะมีน้ำหนักมากกว่าแค่ผลกำไรของ Epic เอง

การรุกคืบ App Store ทั่วโลกของ Epic
สิ่งที่ผู้เล่นทำได้ในตอนนี้
หากคุณใช้ iOS นอกออสเตรเลีย ตอนนี้ Fortnite สามารถดาวน์โหลดจาก App Store ได้อีกครั้ง ผู้เล่นบนมือถือที่กลับมาเล่นเกมหลังจากห่างหายไปนานจะพบกับประสบการณ์ที่แตกต่างจากปี 2020 อย่างมาก รวมถึงการยกเครื่องระบบ v40.40 Zero Build ที่เพิ่ม Pocket Items, การนำระบบดาเมจจากการตกที่ตายทันทีออก และการปรับปรุงระบบการเอาตัวรอดใหม่ คุณสามารถติดตามทุกการเปลี่ยนแปลงได้ใน บันทึกแพตช์ Fortnite Zero Build v40.40
สำหรับผู้เล่นที่อยากทราบว่าโหมดใดบ้างที่สามารถเล่นได้บนมือถือ รวมถึงข้อจำกัดของโหมด Save the World สามารถดูรายละเอียดทั้งหมดของ การรองรับแพลตฟอร์มและมือถือของ Fortnite เพื่อดูว่ามีอะไรที่เล่นได้หรือไม่ได้บน iOS ในขณะนี้
การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่าง Epic และ Apple กำลังมุ่งหน้าสู่การตรวจสอบความโปร่งใสในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เมื่อ Apple ถูกบังคับให้เปิดเผยบัญชีต้นทุนของ App Store ข้อโต้แย้งที่ว่าค่าธรรมเนียม 30% นั้นมีความสมเหตุสมผล จะต้องเผชิญกับบททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดเท่าที่เคยมีมา







