วงการเกม PC และคอนโซลในปี 2025 มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทั้งจากแฟรนไชส์เกมระดับบิ๊กเนม เกมฟอร์มยักษ์ที่เปิดตัวใหม่ และเกมอินดี้ที่แจ้งเกิดได้อย่างโดดเด่น บทวิเคราะห์ล่าสุดเผยให้เห็นว่าเกมใดบ้างที่ดึงดูดผู้เล่นได้มากที่สุดบน Steam, PlayStation และ Xbox พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงทิศทางการไหลเวียนของรายได้บน Steam ตลอดทั้งปี ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดเกมแบบ Premium ยังคงครองฐานผู้เล่นกลุ่มใหญ่ แต่เกมอินดี้ที่เน้นการเล่นแบบสังคม (Social-driven) ก็กำลังสร้างพื้นที่ของตัวเองได้อย่างมหาศาล
เกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีวัดกันที่การเข้าถึงผู้เล่น
จำนวน ผู้เล่นรวมในแต่ละแพลตฟอร์ม ยังคงเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนที่สุดถึงอิทธิพลของเกมที่มีต่อวัฒนธรรมการเล่น Battlefield 6 ครองอันดับหนึ่งของเกมใหม่ที่เปิดตัวในปี 2025 โดยมีผู้เล่นรวมกว่า 26 ล้านคนเมื่อนับรวมโหมด Free-to-play อย่าง REDSEC เข้าไปด้วย เฉพาะตัวเกมหลักเพียงอย่างเดียวก็ทำยอดขายไปได้มากกว่า 20 ล้านชุด ซึ่งถือเป็นการกลับมาทวงบัลลังก์ของซีรีส์นี้ หลังจากมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้ตอบโจทย์สิ่งที่แฟนเกมเรียกร้องมากขึ้น
การรีบูตของเกม skate. จาก EA ก็สร้างตัวเลข Engagement ที่สูงมาก โดยมีผู้เล่นประมาณ 23 ล้านคนตลอดปี 2025 และยังคงรักษาฐานผู้เล่นประจำวัน (Daily Active Users) ไว้ได้มากกว่า 750,000 คน แม้กระแสความนิยมช่วงแรกจะเริ่มซาลง การเน้นไปที่ความเข้าถึงง่าย (Accessibility) และเครื่องมือสำหรับนักสร้างสรรค์ (Creator tools) ทำให้เกมนี้กลายเป็นมากกว่า เกมกีฬาแบบทั่วไป
ผลงานที่น่าประทับใจที่สุดบางส่วนในปีนี้มาจากเกมที่ไม่ได้ถูกวางตำแหน่งเป็นเกม AAA โดย R.E.P.O. เกมแนวสยองขวัญแบบ Co-op มียอดผู้เล่นเกือบ 19.6 ล้านคน ส่วน PEAK เกมปีนเขาที่เน้นระบบฟิสิกส์ก็มียอดผู้เล่นบน Steam ทะลุ 15 ล้านคน ทั้งสองเกมนี้เน้นไปที่ระบบ Proximity voice chat และกลไกการเล่นที่สร้างโมเมนต์แบบ Organic ที่ผู้เล่นอยากแชร์ต่อให้กัน ส่วน EA Sports FC 26 ก็ติดอันดับท็อป 5 แม้ยอดขายต่อหน่วยจะลดลงเล็กน้อย แต่ก็ได้แรงหนุนจากการทำ Monetisation ที่ลึกซึ้งขึ้นในโหมด Ultimate Team
รายได้บน Steam เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
Steam ทำรายได้ประมาณ 17.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า การเติบโตนี้เกิดขึ้นแม้จะมีเกมใหม่เปิดตัวบนแพลตฟอร์มถึงประมาณ 20,000 เกม ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายได้ส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ที่เกมระดับท็อป มีเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ของเกมที่เปิดตัวเท่านั้นที่ทำรายได้ทะลุ 1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งตอกย้ำถึงความยากลำบากในการแจ้งเกิด บนหน้าร้านค้า PC
เกมแบบ Premium เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลักของ Steam โดยคิดเป็นประมาณ 78% ของรายได้รวม ส่วนเกม Free-to-play คิดเป็น 22% ที่เหลือ แม้ว่าเกม Free-to-play ขนาดใหญ่หลายเกมจะรันผ่าน Launcher ของตัวเองและไม่ได้ถูกนับรวมในตัวเลขของ Steam อย่างเต็มรูปแบบก็ตาม รูปแบบที่เห็นได้ชัดจากปี 2025 คือ เกม PC แบบ Premium ยังคงทำเงินได้มหาศาลหากเปิดตัวได้อย่างแข็งแกร่งหรือรักษาความสนใจของผู้เล่นไว้ได้ในระยะยาว
เกมอินดี้ครองส่วนแบ่งตลาดที่สำคัญ
เกมอินดี้ทำรายได้ไปประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์บน Steam ในปี 2025 คิดเป็นมากกว่าหนึ่งในสี่ของรายได้รวมทั้งหมดของแพลตฟอร์ม แม้จะมีเกมอินดี้เปิดตัวหลายพันเกม แต่รายได้ส่วนใหญ่มาจากเกมที่ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดดเพียงไม่กี่เกมเท่านั้น
เกมอินดี้ใหม่ 5 อันดับแรกที่ทำรายได้สูงสุดรวมกันเกิน 500 ล้านดอลลาร์ โดยมี Schedule I นำเป็นอันดับหนึ่ง ตามมาด้วย R.E.P.O. และเกมอย่าง PEAK, Silksong และ Escape from Duckov ที่ทำตัวเลขได้ดีเยี่ยม เกมเหล่านี้หลายเกมแทบไม่มีใครรู้จักมาก่อนเมื่อปีก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเกมหนึ่งเกมสามารถสร้างกระแสได้อย่างรวดเร็วหากเข้าถึงใจผู้เล่นได้
ธีมที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในกลุ่มเกมที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้คือการให้ความสำคัญกับเกมเพลย์แบบ Co-op ที่เน้นสังคมเป็นหลัก เกมที่สร้างขึ้นรอบๆ ความท้าทายที่ต้องร่วมมือกัน ระบบ Proximity voice chat และความวุ่นวายจากระบบฟิสิกส์ ช่วยกระตุ้นให้ผู้เล่นตัดคลิปและแชร์โมเมนต์ต่างๆ ออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ การมองเห็นที่เกิดจากผู้เล่นเองนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกการตลาดที่ทรงพลัง โดยเฉพาะบน TikTok และ Discord
กลไกการเล่นแบบ Co-op พิสูจน์แล้วว่าทำเงินได้จริง
ผลงานของ R.E.P.O. และ PEAK บ่งชี้ว่าการออกแบบเกมแบบ Co-op ได้ก้าวข้ามความเป็นเกมเฉพาะกลุ่ม (Niche) ไปแล้ว เกมเหล่านี้เปิดรับสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งความผิดพลาดของผู้เล่นกลายเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก สร้างโมเมนต์ที่เล่นซ้ำได้ซึ่งทำให้เกมยังคงได้รับความนิยมแม้เวลาจะผ่านไปนานหลังจากการเปิดตัว
ข้อมูลจากปี 2025 แสดงให้เห็นว่า เกมแนว Co-op สร้างรายได้และ Engagement เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเพื่อนที่มองหาประสบการณ์ร่วมกันมากกว่าการแข่งขัน เกมแนวนี้ชี้ให้เห็นว่าการออกแบบที่เน้น Co-op สามารถพัฒนาได้ในราคาที่จับต้องได้และขยายสเกลได้ง่าย โดยเฉพาะสำหรับสตูดิโออิสระ
อุตสาหกรรมดูแตกกระจายแต่ยังคงแข็งแกร่ง
เมื่อสิ้นปี 2025 วงการเกม PC และคอนโซลไม่ได้ดูเหมือนตลาดที่เป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เหมือนกลุ่มของระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกัน เกมยิงสเกลใหญ่, แฟรนไชส์กีฬาประจำปี, เกมเล่นคนเดียวแบบ Premium และเกม Co-op งบประมาณต่ำ ต่างก็พบฐานผู้เล่นขนาดใหญ่ของตัวเอง เกมอย่าง Expedition 33, Monster Hunter Wilds และ Split Fiction พิสูจน์ให้เห็นว่าเกมแบบ Premium ยังคงประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโมเดล Free-to-play ตราบใดที่พวกมันเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นที่ใช่
เมื่อมองไปข้างหน้าถึงปี 2026 ข้อมูลชี้ให้เห็นว่ายังมีพื้นที่สำหรับการทดลองสิ่งใหม่ๆ ควบคู่ไปกับแบรนด์ที่มั่นคง พฤติกรรมของผู้เล่นในปี 2025 แสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะมีส่วนร่วมกับทั้งแฟรนไชส์ที่คุ้นเคยและคอนเซปต์ใหม่ที่ไม่ธรรมดา หากประสบการณ์นั้นมอบสิ่งที่ คุ้มค่าแก่การแชร์หรือเล่นซ้ำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
เกมใหม่ที่ถูกเล่นมากที่สุดในปี 2025 คือเกมอะไร?
Battlefield 6 นำเป็นอันดับหนึ่งของเกมใหม่ที่เปิดตัวในปี 2025 โดยมียอดผู้เล่นรวมกว่า 26 ล้านคนทั้งบน PC และคอนโซล
เกมอินดี้ทำผลงานได้ดีบน Steam ในปี 2025 หรือไม่?
ใช่ เกมอินดี้ทำรายได้รวมมากกว่า 4.5 พันล้านดอลลาร์บน Steam ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 25% ของรายได้รวมทั้งหมดของแพลตฟอร์ม
เกมแบบ Premium ยังคงประสบความสำเร็จบน PC หรือไม่?
เกมแบบ Premium คิดเป็นประมาณ 78% ของรายได้บน Steam ในปี 2025 ซึ่งยืนยันว่าเกมที่ต้องซื้อยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาด PC
ทำไมเกมแนว Co-op ถึงได้รับความนิยมมากในปี 2025?
เกมแนว Co-op ใช้กลไกทางสังคม เช่น Proximity voice chat และการโต้ตอบผ่านระบบฟิสิกส์ ซึ่งกระตุ้นให้ผู้เล่นแชร์คลิปการเล่นและดึงดูดผู้เล่นใหม่ๆ เข้ามาได้อย่างเป็นธรรมชาติ
EA Sports FC 26 ทำผลงานได้เป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ?
แม้ว่ายอดขายต่อหน่วยจะลดลงเมื่อเทียบปีต่อปี แต่ EA Sports FC 26 กลับสร้างรายได้ที่สูงขึ้นจากการทำ Monetisation ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในโหมด Ultimate Team บนแพลตฟอร์มคอนโซล









