Legend of Ymir เกม MMORPG ล่าสุดจาก Wemade ทะยานขึ้นสู่อันดับ 1 บนชาร์ตยอดดาวน์โหลดของ Google Play ในเกาหลีใต้ได้สำเร็จภายในเวลาเพียงไม่กี่วันหลังเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสตูดิโอผู้อยู่เบื้องหลัง Night Crows ซึ่งทำรายได้รวมไปแล้วถึง $200 ล้าน กำลังเดิมพันว่าเกม MMORPG ที่รองรับระบบ web3 ตัวที่สองของพวกเขานี้ จะสามารถสร้างกระแสความนิยมแบบเดียวกันและรุกตลาดเกมบล็อกเชน (blockchain gaming) ได้ไกลยิ่งขึ้น

โลโก้ของ Wemade (Wemix)
เกี่ยวกับ Legend of Ymir
Legend of Ymir พัฒนาขึ้นด้วย Unreal Engine 5 มอบงานภาพกราฟิกคุณภาพสูงและระบบเกมเพลย์ที่ปรับแต่งมาเพื่อการเล่นบนมือถือโดยเฉพาะ ตัวเกมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนของ Wemix และนำเสนอระบบ Non-Fungible Items (NFI) ซึ่งเป็นระบบที่กำหนด ID เฉพาะให้กับไอเทมแต่ละชิ้นในเกม พร้อมบันทึกประวัติความเป็นเจ้าของและวันที่สร้างไว้บน blockchain โดยมีเป้าหมายเพื่อยืนยันความแท้จริงและความหายากของไอเทม พร้อมทั้งลดปัญหาความผันผวนของราคาจากการเก็งกำไรที่มักพบในระบบเศรษฐกิจแบบ NFT ทั่วไป ไอเทมทุกชิ้นจะมีประวัติที่ตรวจสอบได้ ทำให้การปั๊มไอเทมหรือการปรับแต่งข้อมูลทำได้ยากขึ้น
Open world MMORPG พร้อมระบบ PVP
ตัวเกมพาผู้เล่นเข้าสู่โลก Open world ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนานนอร์ส พร้อมระบบต่อสู้แบบ PVP และ PVE แบบเรียลไทม์ การต่อสู้เน้นไปที่ทักษะของผู้เล่น (Skill-based) และยังมีระบบลงดันเจี้ยน (dungeon crawling) มาเพิ่มความสนุกในการฟาร์มเลเวล (grind) ตัวเกมถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้เล่นสายแข่งขัน ในขณะเดียวกันก็มีคอนเทนต์ PVE ที่เพียงพอสำหรับผู้เล่นสายโซโล่ที่ต้องการเก็บเลเวลด้วยตัวเอง
ความต้องการของผู้เล่นในช่วงเปิดตัวทำให้ Wemade ต้องเร่งขยายระบบอย่างรวดเร็ว โดยทางสตูดิโอได้เพิ่มความจุของเซิร์ฟเวอร์จนครบ 18 เซิร์ฟเวอร์เพื่อรองรับจำนวนผู้เล่นที่หลั่งไหลเข้ามา ผู้เล่นกลุ่มแรกจะได้รับรางวัลเป็นไอเทมพิเศษ ได้แก่ ตั๋วสุ่ม Mani's Valkyrie, ตั๋วสุ่ม Mani's Disir และเหรียญเงิน ซึ่งโบนัสเหล่านี้มีไว้เพื่อดึงดูดผู้เล่นที่เข้ามาสัมผัสเกมในช่วงเปิดตัวรอบแรก
บทสรุป
การที่ Legend of Ymir ไต่ขึ้นสู่อันดับสูงสุดบน Google Play ในเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นว่าสูตรสำเร็จของ Wemade ทั้งงานภาพที่สวยงาม ระบบไอเทมที่อิงกับบล็อกเชน และระบบต่อสู้ที่เข้มข้นนั้นตอบโจทย์ mobile gamers ได้เป็นอย่างดี แม้ว่าตลาด MMORPG จะมีการแข่งขันสูง แต่ระบบ NFI และการตอบรับจากผู้เล่นในช่วงแรกบ่งชี้ว่ายังมีพื้นที่สำหรับเกมแนว web3 ที่ไม่ได้เน้นแค่การสูบเงินผู้เล่น ทั้งนี้ Wemade จำเป็นต้องอัปเดตและขยายคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องหากต้องการรักษาโมเมนตัมนี้ไว้ในระยะยาว









