MBC Game Studio เผยโฉม 1001: Threads of Mizan ในงาน Opening Night Live ที่งาน Gamescom โดยจุดเด่นสำคัญของเกมนี้ก็ตรงตามชื่อเลยครับ นั่นคือการขี่พรมวิเศษท่องไปในโลกแฟนตาซีสไตล์อาหรับอันกว้างใหญ่ และใช้พรมเหล่านั้นในการปราบเหล่า Jinn ที่มีขนาดมหึมา การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับเดโมที่เปิดให้ทดลองเล่นจริงในงาน Gamescom ซึ่งถือเป็นก้าวแรกที่กล้าหาญมากสำหรับสตูดิโอหน้าใหม่
ตัวเกมรองรับผู้เล่น 1 ถึง 3 คนในรูปแบบ Drop-in, Drop-out Co-op และตั้งเป้าว่าจะวางจำหน่ายพร้อมกันบน PS5, Xbox Series X/S, Nintendo Switch 2, Steam และ Epic Games Store โดยยังไม่มีการยืนยันช่วงเวลาวางจำหน่ายที่แน่ชัด
สามวีรบุรุษ กับหนึ่งสงครามโบราณ
เนื้อเรื่องถูกถ่ายทอดโดย Shahrazad นักเล่าเรื่องในตำนานจาก One Thousand and One Nights โดยติดตามเรื่องราวของสามวีรบุรุษ ได้แก่ Yusra นักล่าโบราณวัตถุผู้ต่อสู้ด้วยธนู, Malik นักรบสายแทงค์ (Heavy Warrior) และ Sufyan โจรสลัดผู้ใช้ดาบแส้ที่สามารถโจมตีเป็นวงกว้าง (Area Attack) ตัวละครแต่ละตัวมีสไตล์การเล่นที่ชัดเจน และเดโมได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าชุดสกิล (Kit) ของแต่ละคนถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่างการสู้บอส มากกว่าที่จะทับซ้อนกัน
เนื้อเรื่องปูพื้นฐานเกี่ยวกับสงครามระหว่างโลกมนุษย์และ Jinn ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติในตำนานอาหรับและอิสลามที่อาศัยอยู่ในมิติคู่ขนาน กษัตริย์สองพระองค์ ทั้งมนุษย์และ Jinn เคยสร้างอารยธรรมร่วมกันก่อนที่ความกลัวและการทรยศจะทำให้ทุกอย่างพังทลาย เบื้องหลังเหล่านั้นไม่ได้มีไว้แค่ประดับฉาก แต่ส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบศัตรูในเกม ตั้งแต่ศัตรูทั่วไปไปจนถึงบอสขนาดมหึมาที่เต็มหน้าจอ
Creative director อย่าง Lars Bonde เปรียบเทียบสเกลของบางฉากว่าคล้ายกับ Shadow of the Colossus ซึ่งการต่อสู้กับบอสในช่วงท้ายของเดโมที่ชื่อว่า Sand Knight ก็ยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี Najou เจ้าหญิง Jinn ผู้ตกต่ำ ซึ่งถูกอธิบายว่าเป็นบอสขนาดมหึมาที่ต้องอาศัยผู้เล่นทั้งสามคนช่วยกันดึงความสนใจและจัดการลง
ระบบพรมวิเศษที่สร้างมิติใหม่ให้เกมเพลย์
ประเด็นสำคัญคือ การเดินทางด้วยพรมวิเศษในเกมแอ็กชันระดับ Triple-A อาจจะดูเหมือนเป็นลูกเล่น (Gimmick) ที่ใส่เข้ามาเฉยๆ แต่จากที่ได้ลองเล่นในเดโม มันไม่ใช่แบบนั้นเลยครับ พรมคือหัวใจหลักที่เชื่อมโยงการเคลื่อนที่และการต่อสู้เข้าด้วยกัน มันทำให้การต่อสู้รวดเร็วและเน้นการจัดตำแหน่ง (Positional) เป็นวิธีที่คุณจะเข้าถึงจุดอ่อนของศัตรูตัวใหญ่ และเป็นสิ่งที่ทำให้โลกในเกมคุ้มค่าที่จะสำรวจด้วยความเร็วสูง
Bonde อธิบายว่าระบบพรมคือคำตอบของโจทย์การออกแบบที่ว่า: คุณจะสร้างเกมผจญภัยระดับมหากาพย์สำหรับผู้เล่นคนเดียวที่เล่นแบบ Co-op ได้อย่างไรโดยไม่ทำให้ผู้เล่นคนหนึ่งรู้สึกเหมือนแค่เดินตามอีกคน? คำตอบที่ได้ดูเหมือนจะเป็นการให้ยานพาหนะกับทุกคน ซึ่งทำให้การเคลื่อนที่อย่างอิสระรู้สึกเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ยังคงรักษาความเชื่อมโยงของทีมในเชิงพื้นที่ระหว่างการต่อสู้เอาไว้
สตูดิโอที่สร้างขึ้นเพื่อเกมนี้โดยเฉพาะ
MBC Game Studio ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณสองปีที่แล้ว โดยได้รับการสนับสนุนจาก MBC Group บริษัทสื่อที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง CEO Daniel Engelhardt ย้ายมาจาก Lionsgate Games ส่วน COO Trevor Williams และทีมงานส่วนใหญ่มาจาก BioWare, Hi-Rez, Ubisoft Montréal และ Bungie โดยมี Game director อย่าง Scott Lussier เข้ามาเสริมทัพในส่วนของผู้นำ
สตูดิโอนี้มีทีมงานจาก 18 ประเทศ และพวกเขาได้ดึงนักประวัติศาสตร์วรรณกรรมท้องถิ่นและผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมมาร่วมงานตั้งแต่เริ่มพัฒนา แทนที่จะจ้างเป็นที่ปรึกษาในภายหลัง นักพากย์ผู้บรรยายก็มาจากภูมิภาคนี้โดยตรง และทีมงานยังมีทั้งเจ้าของภาษาอังกฤษและภาษาอาหรับอีกด้วย
Engelhardt พูดอย่างตรงไปตรงมาว่าการสนับสนุนจาก MBC หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ: นั่นคือการสนับสนุนทางการเงินสำหรับการพัฒนาที่ค่อยเป็นค่อยไปอย่างมีระบบ พร้อมอิสระในการสร้างสรรค์ IP ใหม่ แทนที่จะซื้อลิขสิทธิ์เกมที่มีอยู่แล้ว สตูดิโอนี้มีฝ่ายจัดจำหน่าย (Publishing) ของตัวเองที่ทำงานร่วมกับทีมพัฒนา ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ยากและน่าสนใจมาก เมื่อพิจารณาว่าบ่อยครั้งที่ความไม่ลงรอยกันระหว่างฝ่ายจัดจำหน่ายและทีมพัฒนาทำให้การเปิดตัว IP ใหม่ล้มเหลว
ตัวเกมรันบน Unreal Engine และทีมงานมีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะไม่ใช้ Generative AI ในการพัฒนา
สัญญาณจากการเปิดตัวครั้งนี้
IP ระดับ Triple-A ใหม่ๆ ในปัจจุบันถือว่าหาได้ยากมาก ผู้จัดจำหน่ายส่วนใหญ่หันไปทำภาคต่อหรือเกมแนว Live Service ดังนั้นการที่สตูดิโอหน้าใหม่กล้าเดิมพันกับเกมแอ็กชันระดับ Triple-A ที่วางจำหน่ายพร้อมกันหลายแพลตฟอร์มทั่วโลก จึงเป็นการตัดสินใจที่อาจจะประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล หรืออาจกลายเป็นบทเรียนราคาแพง Engelhardt ยอมรับเรื่องนี้โดยกล่าวว่าเกมต้องออกมาดีเยี่ยมเพื่อให้สตูดิโอประสบความสำเร็จ
ตำนาน Arabian Nights เหมาะกับเกมในแง่มุมที่ยังไม่ถูกสำรวจอย่างเต็มที่ พรมวิเศษ, สัตว์ประหลาดเหนือธรรมชาติขนาดมหึมา, โลกที่ครอบคลุมสองมิติคู่ขนาน และเหล่าฮีโร่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ล้วนเป็นกลไกที่รอการนำมาใช้ 1001: Threads of Mizan ไม่ใช่เกมแรกที่หยิบยกตำนานนี้มาใช้ แต่นี่เป็นเกมแรกที่นำตำนานดังกล่าวมาเป็นหัวใจหลักของเกมแอ็กชัน Co-op ระดับ Triple-A ที่สร้างขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการติดตามความคืบหน้าของเกม พื้นที่ของ เกมแนวผจญภัย กำลังคึกคักด้วยเกมใหม่ที่น่าสนใจ และ 1001: Threads of Mizan ก็ดูจะเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจับตามองที่สุด หากคุณกำลังติดตามเกมแนวแอ็กชันผจญภัยอื่นๆ อยู่ ศูนย์รวมไกด์เกม เป็นที่ที่ดีในการอัปเดตข้อมูลว่าเกมไหนคุ้มค่าแก่การรอคอยเมื่อถึงเวลาวางจำหน่ายจริง








