การปรับสมดุล (Balance patch) ในช่วง Early Access นั้นเปรียบเสมือนการเดินในทุ่งระเบิด หากคุณเนิร์ฟ (Nerf) คอมโบที่แฟนเกมชื่นชอบ คุณอาจพบว่ารีวิวบน Steam กลายเป็นแง่ลบก่อนจะหมดวันเสียอีก Casey Yano ผู้ร่วมก่อตั้ง Mega Crit เข้าใจเรื่องนี้ดีกว่าใคร และคำตอบของเขาต่อกระแสวิจารณ์ที่ถาโถมเข้าใส่ Slay the Spire 2 หลังจากมีการอัปเดตปรับสมดุลในช่วง Beta เมื่อเร็วๆ นี้นั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
มุมมองของ Yano นั้นเรียบง่าย นั่นคือกระแสตอบรับเชิงลบไม่ได้ทำให้เขากังวลแต่อย่างใด เหตุผลของเขานั้นเข้าถึงแก่นแท้ของการปรับสมดุลเกมที่ผู้เล่นยังคงอยู่ในช่วงเรียนรู้ "เป็นเรื่องยากที่ผู้เล่นจะประเมินสมดุลได้อย่างเต็มที่ในขณะที่พวกเขายังอยู่ในระหว่างการเรียนรู้ระบบใหม่" เขากล่าว แปลได้ว่า: ฟีดแบ็กเชิงลบต่อการปรับสมดุลในช่วง Early Access ไม่ได้หมายความว่าการปรับนั้นผิดเสมอไป บางครั้งมันหมายความว่าตัวเกมยังคงทำหน้าที่ในการสร้างความประหลาดใจให้กับผู้เล่นได้อยู่
ทำไมคำร้องเรียนเรื่องสมดุลในช่วง Early Access ถึงมีความหมายต่างออกไป
ฟีดแบ็กในช่วง Early Access เป็นข้อมูลที่ทั้งเต็มไปด้วยความรู้สึกและเชื่อถือได้น้อยที่สุดที่ผู้พัฒนาจะได้รับ ผู้เล่นที่เข้าถึงช่วง Beta ได้ลึกพอที่จะเขียนรีวิวบน Steam มักจะเป็นกลุ่มที่ทุ่มเทที่สุด แต่พวกเขาก็เป็นกลุ่มที่สร้าง "Mental model" (กรอบความคิด) ทั้งหมดขึ้นมาจากกลไกที่เพิ่งถูกปรับเปลี่ยนไป เมื่อมีการเนิร์ฟเกิดขึ้น มันไม่ได้ส่งผลแค่กับการ์ดหรือ Relic เท่านั้น แต่สำหรับผู้เล่นบางคน มันเป็นการทำลายความรู้ที่สะสมมานานหลายสิบชั่วโมง
นั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะเพิกเฉยต่อฟีดแบ็กทั้งหมด แต่มันเป็นเหตุผลที่ไม่ควรตื่นตระหนกไปกับมัน
ความนิ่งเฉยของ Yano สะท้อนให้เห็นถึงผู้พัฒนาที่ผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้ว Slay the Spire ภาคแรกผ่านช่วง Early Access มาอย่างยาวนาน และ Mega Crit ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างเกมที่มีฐานผู้เล่นเหนียวแน่นแม้เวลาจะผ่านไปหลายปีหลังเปิดตัว ประวัติศาสตร์เหล่านั้นมีความหมาย
สิ่งที่ Yano พูดจริงๆ และสิ่งที่มันสื่อถึง
การที่ Yano มองว่าผู้เล่นยังลำบากในการประเมินสมดุลช่วง Early Access ไม่ใช่การดูถูกคอมมูนิตี้ แต่มันคือการสังเกตถึงขีดจำกัดของฟีดแบ็กแบบเรียลไทม์ในขณะที่ระบบของเกมยังคงถูกปรับจูน ผู้เล่นมักตอบสนองต่อ "ความรู้สึก" ของการเปลี่ยนแปลงในขณะนั้น ไม่ใช่การทำงานของมันเมื่อมีการ์ดครบชุด, Relic ครบเซ็ต และตัวละครทั้งหมดถูกใส่เข้ามาในเกมแล้ว

รางวัล Relic หลังจบการต่อสู้
สิ่งที่สิ่งนี้สื่อถึงการพัฒนาของ Slay the Spire 2 คือ Mega Crit จะไม่วิ่งไล่ตามกระแสของคอมมูนิตี้ในทุกๆ ครั้ง ทีมงานดูเหมือนจะพร้อมรับมือกับกระแสวิจารณ์ในระยะสั้นหากทิศทางการออกแบบพื้นฐานยังคงถูกต้อง Yano ยังยืนยันว่าตัวละครและโหมดใหม่ๆ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสตูดิโอกำลังดำเนินงานตาม Roadmap ที่ชัดเจน แทนที่จะคอยแก้ปัญหาแบบ Patch ต่อ Patch ตามคะแนนรีวิว
การสร้างสมดุลในช่วง Early Access ในภาพรวม
สถานการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับ Slay the Spire 2 เท่านั้น คอมมูนิตี้เกมแนว Roguelike และ Deckbuilder มักจะมีความคิดเห็นที่รุนแรงและรวดเร็ว เพราะแนวเกมนี้ให้รางวัลกับความเชี่ยวชาญและการจดจำรูปแบบ (Pattern recognition) การปรับสมดุลที่ไปขัดขวางกลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลอาจทำให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนพื้นดินหายไปจากใต้เท้า แม้ว่าตัวเกมจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม
สิ่งที่ผู้เล่นส่วนใหญ่มองข้ามในจังหวะเหล่านี้คือ ผู้พัฒนาที่กำลังอ่านรีวิวเชิงลบจำนวนมหาศาลบน Steam หลังการปรับสมดุล ไม่ได้เห็นหลักฐานว่าแพตช์นั้นล้มเหลว แต่พวกเขากำลังเห็นหลักฐานว่าแพตช์นั้น "ส่งผลกระทบ" ต่างหาก เพราะแพตช์ที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมักไม่ก่อให้เกิดกระแสตอบรับเช่นนี้
ความเต็มใจของ Yano ที่จะยอมรับความอึดอัดจากกระแสวิจารณ์ แทนที่จะรีบถอยหลังกลับจากการเปลี่ยนแปลง คือความมั่นใจของผู้พัฒนาที่มักจะนำไปสู่เกมที่ดีขึ้นในระยะยาว Slay the Spire 2 ยังคงอยู่ในช่วง Beta และทีมงานก็มีแผนการเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย ติดตาม Patch notes ให้ดี และอย่าลืมตรวจสอบเนื้อหาเพิ่มเติม:








