Overwolf แพลตฟอร์มสำหรับสร้างคอนเทนต์ภายในเกม (in-game content platform) ประกาศว่าจะจ่ายเงินรางวัลให้แก่เหล่าครีเอเตอร์รวม $300 million ภายในสิ้นปี 2025 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้น 25% จากยอด $240 million ที่จ่ายไปในปี 2024 นับตั้งแต่เปิดตัว Overwolf ได้จ่ายเงินให้แก่ครีเอเตอร์ไปแล้วกว่า $800 million สำหรับการสร้างมอด (mods), แอปพลิเคชัน และเซิร์ฟเวอร์เกมส่วนตัว (private game servers) ในเกมยอดนิยมอย่าง Minecraft, The Sims และ Hogwarts Legacy
Uri Marchand ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Overwolf อธิบายว่าแพลตฟอร์มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการพัฒนาเกม ซึ่งโอกาสต่างๆ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสตูดิโอเกมระดับ AAA อีกต่อไป "อนาคตของการพัฒนาเกมไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในสตูดิโอ AAA อีกต่อไป แต่มันกำลังถูกสร้างขึ้นภายในตัวเกมโดยเหล่าครีเอเตอร์ที่สร้างคอนเทนต์ในเกมเอง" เขากล่าว นอกจากนี้ Marchand ยังยืนยันถึงเป้าหมายของ Overwolf ที่จะทำยอดจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ต่อปีให้ถึง $1 billion ภายในปี 2030
การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และการดาวน์โหลดมอด
Overwolf สนับสนุนครีเอเตอร์กว่า 178,000 คน และเข้าถึงผู้ใช้งานจริงรายเดือน (monthly active users) ถึง 113 million คน โดยส่วนใหญ่ผ่านทาง CurseForge ซึ่งเป็นศูนย์รวมการแจกจ่ายมอดของแพลตฟอร์ม โดยรายงานระบุว่าคาดการณ์ว่าครีเอเตอร์จะมียอดดาวน์โหลดมอดทะลุ 32 billion ครั้งในปี 2025 ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ชุมชนมอดที่ใหญ่ที่สุดของแพลตฟอร์มประกอบด้วย Minecraft ซึ่งมีมอดถึง 240,000 รายการและยอดดาวน์โหลด 93 billion ครั้ง, The Sims ที่มีมอด 100,000 รายการและยอดดาวน์โหลด 2.8 billion ครั้ง และ Ark: Survival Ascended ที่มีมอด 5,100 รายการและยอดดาวน์โหลดหนึ่งพันล้านครั้ง ต่างจาก Fortnite และ Roblox ที่มีการควบคุมระบบนิเวศของครีเอเตอร์อย่างเข้มงวด Overwolf เลือกใช้วิธีการแบบกระจายศูนย์ (decentralized approach) โดยร่วมมือกับสตูดิโอต่างๆ เพื่อจัดหาเครื่องมือการทำมอด (modding tools) อย่างเป็นทางการ
ความร่วมมือใหม่และการขยายการรองรับเกม
ในปีนี้ Overwolf ได้ขยายความร่วมมือกับสตูดิโอใหญ่ๆ รวมถึง Warner Bros. Games และ Krafton โดยบริษัทได้เปิดตัว Hogwarts Legacy Creator Kit ซึ่งมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 12 million ครั้ง ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างและแชร์มอดภายในเกมได้โดยตรง นอกจากนี้ Overwolf ยังได้รวมระบบสนับสนุนการทำมอดเข้ากับเกมแนวจำลองชีวิต (life simulation) อย่าง inZOI ของ Krafton ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วง early access
Hyungjun Kim โปรดิวเซอร์และผู้กำกับของ inZOI เน้นย้ำถึงความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ของผู้เล่น "ด้วยการร่วมมือกับ CurseForge เรากำลังจัดหาแพลตฟอร์มเฉพาะสำหรับมอดของ inZOI เพื่อให้มั่นใจว่าชุมชนของเรามีเครื่องมือและทรัพยากรที่ดีที่สุดในการทำให้วิสัยทัศน์ที่สร้างสรรค์ของพวกเขาเป็นจริง" เขากล่าว
ครีเอเตอร์สร้างรายได้บน Overwolf อย่างไร
โมเดลการสร้างรายได้ของ Overwolf ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างรายได้ผ่านโฆษณาและมอดแบบพรีเมียม (premium mods) นักพัฒนาแอปในเกมสามารถสร้าง Overlay สำหรับเกมอย่าง League of Legends ซึ่งสร้างรายได้ผ่านโฆษณาที่ไม่รบกวนผู้เล่น (non-intrusive advertisements) นอกจากนี้ ผู้สร้างยังสามารถขายมอดพรีเมียมซึ่งโดยทั่วไปจะมีราคาอยู่ที่ $2 ถึง $15 โดยมีการแบ่งรายได้ (revenue share) อยู่ที่ 50%
ตัวอย่างหนึ่งคือ Francisco "Sandi" Montano อดีตนักการตลาดที่เริ่มสร้างมอดสำหรับ Ark: Survival Ascended มอดทั้ง 44 รายการของเขา ซึ่งรวมถึงมอดแบบพรีเมียม 2 รายการ มียอดดาวน์โหลดรวมหลายล้านครั้ง ทำให้เขามีรายได้ประมาณ $25,000 ต่อเดือน Montano อธิบายว่า Overwolf ช่วยให้ครีเอเตอร์เปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นอาชีพได้ในขณะที่ยังคงรักษาตารางเวลาที่ยืดหยุ่น
อนาคตของการสร้างคอนเทนต์ในเกม
การเติบโตของยอดการจ่ายเงิน การมีส่วนร่วมของผู้ใช้ และความร่วมมือต่างๆ ของ Overwolf ตอกย้ำถึงความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของการสร้างคอนเทนต์ในเกมภายในอุตสาหกรรมเกม แม้ว่าเป้าหมายการจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ต่อปีให้ถึง $1 billion ภายในปี 2030 จะดูเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่ทิศทางของแพลตฟอร์มบ่งชี้ถึงการขยายโอกาสอย่างต่อเนื่องสำหรับครีเอเตอร์อิสระ นักทำมอด และนักพัฒนา
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Overwolf คืออะไร?
Overwolf คือแพลตฟอร์มที่ช่วยให้ครีเอเตอร์สามารถสร้างและสร้างรายได้จากมอด แอป และเซิร์ฟเวอร์เกมส่วนตัวสำหรับเกมยอดนิยม เช่น Minecraft, The Sims และ Hogwarts Legacy
Overwolf จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์เท่าไรในปี 2025?
Overwolf ประกาศยอดจ่ายเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $300 million ให้แก่ครีเอเตอร์ในปี 2025 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้น 25% จากปี 2024
ครีเอเตอร์สร้างรายได้บน Overwolf อย่างไร?
ครีเอเตอร์สร้างรายได้ผ่านรายได้จากโฆษณาและการขายมอดพรีเมียม โดยมีการแบ่งรายได้ 50% สำหรับคอนเทนต์แบบเสียเงิน นอกจากนี้แอปและ Overlay ในเกมยังสร้างรายได้ผ่านโฆษณาที่ไม่รบกวนผู้เล่นอีกด้วย
เกมใดที่มีชุมชนมอดใหญ่ที่สุดบน Overwolf?
ชุมชนมอดที่ใหญ่ที่สุดคือ Minecraft (240,000 มอด), The Sims (100,000 มอด) และ Ark: Survival Ascended (5,100 มอด)
เป้าหมายระยะยาวของ Overwolf คืออะไร?
บริษัทตั้งเป้าที่จะจ่ายเงินให้ครีเอเตอร์ต่อปีให้ถึง $1 billion ภายในปี 2030 ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของครีเอเตอร์ในอุตสาหกรรมเกม
Overwolf แตกต่างจากแพลตฟอร์มอย่าง Roblox หรือ Fortnite อย่างไร?
ต่างจากแพลตฟอร์มเหล่านั้น Overwolf ทำงานร่วมกับสตูดิโอเกมโดยตรงเพื่อจัดหาเครื่องมือการทำมอดอย่างเป็นทางการ ซึ่งสนับสนุนระบบนิเวศของครีเอเตอร์แบบกระจายศูนย์มากกว่า








