Playmint ทีมผู้พัฒนาเกมมากประสบการณ์ ได้ใช้เวลาหลายปีในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาสร้างประสบการณ์การเล่นเกมที่แปลกใหม่ โดยทางสตูดิโอได้ให้ความสำคัญกับระบบกระจายศูนย์ (Decentralization) เป็นอันดับแรก โดยมุ่งเน้นไปที่เกมที่ปราศจากการควบคุมจากศูนย์กลาง ความมุ่งมั่นนี้ทำให้พวกเขาเริ่มทดลองสร้างเกมแบบ Fully On-chain Games (FOCGs) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการออกแบบระบบกระจายศูนย์ อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับต้องเจอกับปัญหาเดิมซ้ำๆ นั่นคือความเชื่อมโยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ระหว่างเกมบล็อกเชนกับเรื่องของเงินจริง
ชั้นทางการเงิน (Financial layer) เหล่านั้นมักจะบิดเบือนประสบการณ์การเล่นเกม ทำให้สิ่งที่ควรจะเป็นการเล่นเกมสนุกๆ กลายสภาพไปเป็นเหมือนการเทรดหุ้นหรือเก็งกำไรเสียมากกว่า เพื่อแก้ไขปัญหานี้ Playmint จึงได้พัฒนา Playerchains ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กทางเทคนิคที่เข้ามาจัดการข้อจำกัดในทางปฏิบัติของ FOCGs พร้อมกับดึงความสนใจกลับมาสู่สิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือตัวเกมเอง โดย Playerchains มอบเส้นทางสู่การเล่นเกมแบบกระจายศูนย์ที่ให้ความสำคัญกับความสนุกและความคิดสร้างสรรค์เหนือกว่าการเก็งกำไร

Fully On-Chain Games

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
ทำไมบล็อกเชนสาธารณะถึงยังเป็นอุปสรรคต่อวงการเกม
บล็อกเชนสาธารณะ (Public blockchains) เป็นมาตรฐานเริ่มต้นสำหรับ on-chain games เนื่องจากมีระบบการเงินที่เปิดกว้างและทำงานร่วมกันได้ แต่ความเปิดกว้างนั้นก็มีราคาที่ต้องจ่าย นั่นคือเกมที่สร้างบนบล็อกเชนเหล่านี้มักจะแยกไม่ออกจากธุรกรรมทางการเงิน การเก็งกำไรมักจะแทรกซึมเข้ามา และในหลายกรณีมันก็กลบตัวเกมจนหมดสิ้น แม้ผู้เล่นบางกลุ่มจะชอบพลวัตแบบนั้น แต่ Playmint มองว่ามันเป็นสิ่งที่เบี่ยงเบนความสนใจจากสิ่งที่เกมควรจะเป็น นั่นคือการมอบประสบการณ์ที่น่าดึงดูดและสนุกสนาน
ในขณะที่ Permissioned blockchains (บล็อกเชนแบบจำกัดสิทธิ์) สามารถเลี่ยงปัญหานี้ได้ด้วยการเปิดโอกาสให้นักพัฒนาตัดองค์ประกอบทางการเงินออกไปได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อไม่มีเรื่องเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง โฟกัสก็จะอยู่ที่การเล่นเกมเพียงอย่างเดียว สำหรับนักพัฒนาที่ต้องการสร้างเกมเพื่อความสนุกมากกว่าแรงจูงใจด้านผลกำไร Permissioned chains จึงเป็นรากฐานที่สะอาดและตอบโจทย์กว่า

Playerchains: A New Vision for Decentralized Gaming
Playerchains ทำงานอย่างไร
Playerchains ใช้สถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบ Peer-to-peer ที่สร้างขึ้นมาเพื่อ multiplayer games โดยเฉพาะ แทนที่จะพึ่งพาโครงสร้างบล็อกเชนแบบดั้งเดิม พวกเขาเลือกใช้ระบบ Permissioned ที่ทำงานบนพื้นฐานของ DAG (Directed Acyclic Graph) ซึ่งผู้เล่นจะเป็นผู้รันทั้งโค้ดเกมและกลไกฉันทามติ (Consensus mechanism) ด้วยตัวเอง การตั้งค่านี้ช่วยขจัดความจำเป็นในการใช้เซิร์ฟเวอร์ของบริษัท (ที่เน้นทำกำไร) หรือโหนดของบล็อกเชนสาธารณะ (ที่เน้นผลตอบแทนทางการเงิน) Playerchains จึงคงอยู่ได้ตราบเท่าที่ผู้เล่นยังต้องการเล่น ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น
การออกแบบนี้ยังช่วยแก้ปัญหาทางเทคนิคหลายอย่างที่เคยเป็นอุปสรรคของ FOCGs โดย Playerchains รองรับการเล่นแบบมัลติเพลเยอร์เรียลไทม์, การพัฒนาเกมแบบ Tick-based และธุรกรรมแบบ Gasless (ไม่มีค่าธรรมเนียม) ทำให้การสร้าง dynamic gaming experiences ที่ตอบสนองได้รวดเร็วเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมธุรกรรมหรือความล่าช้าของบล็อก ในขณะเดียวกัน Playerchains ก็ยังคงรักษาข้อดีบางประการของบล็อกเชนสาธารณะเอาไว้ เช่น การทำงานร่วมกัน (Interoperability) และการประกอบร่างสร้างสรรค์ (Composability) ทำให้นักพัฒนายังสามารถเชื่อมต่อกับระบบนิเวศสาธารณะได้เมื่อจำเป็น

Playmints Shooter Game
บทพิสูจน์แนวคิด: เกมยิงอวกาศ
Playmint ได้สร้าง space shooter game ขึ้นมาเพื่อสาธิตศักยภาพของ Playerchains ผู้เล่นสามารถสร้าง Playerchain ของตัวเอง เชิญเพื่อนๆ และกระโดดเข้าสู่เกมแบบเรียลไทม์ที่ตอบสนองได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์จากศูนย์กลาง ในตอนนี้การตรวจสอบข้อเท็จจริงทางเทคนิคอาจต้องอาศัยการดูโค้ด แต่ Playmint มีแผนที่จะทำให้ความไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (Immutability) ของการกระทำของผู้เล่นมีความโปร่งใสมากขึ้นในอนาคต
เดโมนี้แสดงให้เห็นว่า Playerchains สามารถรองรับสภาพแวดล้อมการเล่นเกมแบบกระจายศูนย์และไร้เซิร์ฟเวอร์ได้จริง นอกจากนี้ยังตอกย้ำเป้าหมายของ Playmint ที่ว่า: สร้างเกมที่ให้ประสบการณ์เป็นอันดับหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์ทางการเงิน
สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทดลองก่อนหน้านี้
ก่อนที่จะมาเป็น Playerchains ทาง Playmint เคยทดลองสร้างเกมแบบ Fully on-chain บน public blockchains ผ่านแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า Downstream ซึ่งเป็นยุคแรกของ Autonomous World (AW) ที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเกมของตัวเองได้โดยไม่ต้องเขียนโค้ด แพลตฟอร์มนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโลกกระจายศูนย์ที่ผู้เข้าร่วมสามารถสร้างและแบ่งปันประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครได้ แต่ถึงแม้จะมีนวัตกรรมทางเทคนิคที่ล้ำสมัย Downstream ก็ยังประสบปัญหาในการสร้างฐานผู้เล่นในฐานะ Autonomous World
ความท้าทายที่พวกเขาเผชิญเผยให้เห็นข้อจำกัดของบล็อกเชนสาธารณะสำหรับวงการเกม ซึ่งผลักดันให้ Playmint หันไปหารูปแบบที่ยืดหยุ่นและเน้นผู้เล่นเป็นศูนย์กลางมากขึ้น จนกลายมาเป็น Playerchains ในที่สุด

Autonomous World Issue
โลกที่คงอยู่และเชื่อมโยงกันโดยปราศจากภาระทางการเงิน
Playerchains ช่วยให้เกิดระบบนิเวศเกมแบบกระจายศูนย์รูปแบบใหม่ ผู้เล่นแต่ละคนจะสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ และเมื่อกลุ่มผู้เล่นสร้าง Playerchains ร่วมกัน พวกเขาจะแบ่งปันมุมมองบางส่วนของเครือข่ายที่เชื่อมโยงกันขนาดใหญ่ ซึ่ง Playmint เรียกว่า Global blocklace โครงสร้างนี้ช่วยให้โลกของเกมคงอยู่ตลอดไปและเอื้อให้เกิดการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นเองระหว่างผู้เล่นและตัวเกม
บล็อกเชนสาธารณะให้ความคงอยู่และการประกอบร่างสร้างสรรค์เป็นค่าเริ่มต้น แต่ก็ถูกล็อกไว้กับระบบการเงิน ในขณะที่ Playerchains มีความเป็นส่วนตัวโดยค่าเริ่มต้นและจะทำงานก็ต่อเมื่อผู้เล่นมีส่วนร่วมเท่านั้น ทำให้มัน better suited for games ที่ควรเน้นไปที่เกมเพลย์มากกว่าเศรษฐศาสตร์ของโทเคน นักพัฒนาสามารถออกแบบโลกที่เติบโตและพัฒนาไปตามกิจกรรมของผู้เล่น ไม่ใช่การเก็งกำไรในตลาด

Pros and Cons
เกมแบบกระจายศูนย์ที่เน้นการเล่นเกมจริงๆ
อุตสาหกรรมเกมถูกครอบงำโดยบริษัทขนาดใหญ่แบบรวมศูนย์มานานหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นการปิดกั้นนวัตกรรมและจำกัดคุณค่าของความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีบล็อกเชนมีศักยภาพที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ด้วยการสร้างระบบกระจายศูนย์ที่ให้รางวัลแก่ความคิดสร้างสรรค์และมอบอำนาจให้กับผู้เล่น แต่จนถึงตอนนี้ เกมบล็อกเชนส่วนใหญ่กลับตอบสนองเพียงแค่นักเก็งกำไรทางการเงิน ไม่ใช่เกมเมอร์ตัวจริง
Playerchains นำเสนอแนวทางที่แตกต่างออกไป ด้วยการตัดองค์ประกอบทางการเงินออกและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนโดยผู้เล่น พวกเขาได้สร้างสภาพแวดล้อมที่เกมสามารถเติบโตในฐานะพื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนาน ผลงานของ Playmint พิสูจน์ให้เห็นว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถนำมาใช้สร้างเกมสำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่สำหรับคนที่ต้องการเข้ามาเก็งกำไรโทเคนเท่านั้น







