
รับสิทธิ์สมาชิก GTA+ ฟรี 1 เดือนเมื่อสั่งซื้อล่วงหน้า
สั่งซื้อล่วงหน้า GTA 6 ได้แล้ววันนี้
Saga ปิดดีลระดมทุนรอบ Seed Extension มูลค่า $5 ล้าน นำโดย Placeholder บริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital) ที่มุ่งเน้นด้านโปรโตคอลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Protocols) และโครงสร้างพื้นฐาน Web3 โดยผู้พัฒนาโปรโตคอล Layer-1 รายนี้สามารถระดมทุนรวมไปแล้วถึง $13.5 ล้านตลอดทุกรอบการระดมทุนที่ผ่านมา ซึ่งการระดมทุนรอบล่าสุดนี้ยังได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก Longhash Ventures, Com2uS, Dispersion Capital, Red Beard Ventures, Tykhe Ventures และ AVID3 รวมถึงนักลงทุนรายอื่นๆ อีกด้วย
Saga มีแผนที่จะนำเงินทุนไปใช้ในการขยายทีมและพัฒนา Ecosystem ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และโปรแกรม Innovator Program โดยปัจจุบันโปรโตคอลรองรับโปรเจกต์ต่างๆ แล้วถึง 295 โปรเจกต์ และคาดว่าจะทะลุ 300 โปรเจกต์เมื่อ Saga Mainnet เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2024 นอกจากนี้ Saga ยังได้ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับแพลตฟอร์ม Web3 รายใหญ่หลายแห่ง เช่น Polygon, Avalanche และ Celestia

เมื่อเร็วๆ นี้ Saga ได้เปิดตัว Pegasus ซึ่งเป็น Incentivized Testnet (เครือข่ายทดสอบแบบมีรางวัล) ถือเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกบน Roadmap สู่การเปิดตัว Saga Protocol V1 Mainnet ที่กำหนดไว้ในช่วงต้นปี 2024 โดย Pegasus ของ Saga แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนสามารถขยายขีดความสามารถ (Scale) เพื่อรองรับแอปพลิเคชันเกมได้อย่างไร ทั้งนี้ Pegasus ได้รับการประกาศครั้งแรกในเดือนสิงหาคม และมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการของนักพัฒนาและพันธมิตร

Saga Protocol ทำงานบน Chainlets ซึ่งเป็นเชนอัตโนมัติประสิทธิภาพสูงที่ทำงานโดยไม่มีค่าธรรมเนียม Gas ในขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการทำงานร่วมกัน (Interoperability) และตัวเลือกในการปรับแต่ง (Customization) เอาไว้ โดย Saga Chainlet Realm จะขยายตัวเพื่อรองรับ Realms ของพันธมิตรอย่าง Ethereum, Polygon, Avalanche, Celestia และ XPLA ซึ่ง Pegasus ได้รองรับการตั้งค่า Realms ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวแล้ว
วิสัยทัศน์ของ Saga คือการปลดล็อกให้นักพัฒนาสามารถก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ในการสร้างสรรค์ผลงานบน Web3 ได้อย่างประสบความสำเร็จ เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ Placeholder มาเป็นผู้นำในการระดมทุนรอบนี้ เพราะพวกเขาและนักลงทุนที่ยอดเยี่ยมรายอื่นๆ ของเรา กำลังช่วยเสริมศักยภาพและเร่งการสนับสนุนโปรเจกต์ต่างๆ ด้วย Integrated Stack ซึ่งเป็นสิ่งที่นักพัฒนาต่างรอคอยเพื่อสร้างแอปพลิเคชันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปให้เกิดการยอมรับในวงกว้าง
Rebecca Liao ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Saga
นับตั้งแต่เปิดตัว Incentivized Testnet (ITN) อย่าง Pegasus ทาง Saga ได้ประมวลผลธุรกรรมไปแล้วกว่า 150,000 รายการ และมีการเปิด Wallet ใหม่ถึง 30,000 ใบภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์แรก Saga จะดำเนินการแจกจ่าย Airdrop โทเคนให้กับผู้เข้าร่วม Pegasus อย่างไรก็ตาม บุคคลที่มีสัญชาติสหรัฐฯ จะไม่ได้รับสิทธิ์ดังกล่าวตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ โดยเงื่อนไขและข้อกำหนดฉบับเต็มจะมีการแจ้งให้ทราบในระหว่างขั้นตอนการเคลมสิทธิ์

การเปิดตัว Pegasus ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับบริษัทที่มีฐานอยู่ในซานฟรานซิสโกแห่งนี้ ในขณะที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่การพัฒนา Saga Protocol V1 Mainnet ที่มีฟีเจอร์ครบครันในปี 2024 โดยโปรโตคอลนี้มีเป้าหมายที่จะมอบโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่สามารถขยายขีดความสามารถได้ ให้แก่นักพัฒนา Web3 และเกมเมอร์ เพื่อรองรับการใช้งานในระดับแมส (Mainstream Adoption)
เราคาดการณ์ว่าสถาปัตยกรรมบล็อกเชนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมคลาวด์มากขึ้น ซึ่ง Saga ถูกสร้างขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อช่วยนำไปสู่อนาคตดังกล่าว การจัดสรรพื้นที่บล็อก (Blockspace) ตามความต้องการ ควบคู่ไปกับการจัดการ Validator ที่ล้ำสมัย ทำให้ Saga พร้อมที่จะให้บริการ Blockspace ตามความจำเป็นในรูปแบบการขยายตัวในแนวนอน (Horizontal, scale-out) เฉกเช่นเดียวกับสภาพแวดล้อมคลาวด์ในปัจจุบัน ทีมงาน Saga มีรากฐานมาจากยุคแรกเริ่มของ Cosmos ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าทั้งในด้านการวิจัย วิศวกรรม และนโยบาย ซึ่งส่งผลให้ Saga พร้อมที่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนครั้งสำคัญภายในโลก Web3
Chris Burniske หุ้นส่วนของ Placeholder







