มีการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจว่าเกมแต่ละประเภท (Genre) มีผลประกอบการบน Steam อย่างไรในแง่ของรายได้ โดยการศึกษานี้มุ่งเน้นไปที่เกมที่ทำรายได้ตลอดชีพ (Lifetime revenue) มากกว่า $1 ล้าน และกำหนดให้แต่ละเกมมีแท็กประเภทหลักและประเภทย่อยเพียงอย่างเดียว วิธีการนี้ถูกเลือกใช้เพื่อจัดการกับความซับซ้อนของระบบแท็กที่ทับซ้อนกันบน Steam ซึ่งมักทำให้ยากต่อการวัดขนาดตลาดรวม (Total addressable market) ของหมวดหมู่ใดหมวดหมู่หนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือชุดข้อมูลที่ไม่เหมือนใครซึ่งนำเสนอภาพรวมของประสิทธิภาพแต่ละประเภทเกมตลอดประวัติศาสตร์ของแพลตฟอร์มได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

Steam Game Revenue by Genre and Subgenre
เกมแนว Action ครองแชมป์รายได้บน Steam
ประเภท (Genre) Action โดดเด่นในฐานะหมวดหมู่ที่ครองตลาดบน Steam โดยคิดเป็น 58.37 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมตลอดชีพจากเกมที่ทำรายได้เกิน $1 ล้าน แม้ว่าจะไม่ใช่ประเภทที่มีจำนวนเกมมากที่สุด แต่เกมแนว Action ก็ทำรายได้ต่อเกมได้สูงกว่าประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยแฟรนไชส์ที่ทำเงินสูงเพียงไม่กี่เกม ภายในประเภท Action นั้น Arena Shooters มีส่วนแบ่งรายได้มากที่สุด รวมถึงเกมอย่าง Counter-Strike 2 และ Counter-Strike: Source ซึ่งสร้างรายได้รวมกันถึง $9.52 พันล้าน ตามมาด้วย First-Person Shooters โดยมีตัวอย่างที่โดดเด่นอย่าง Call of Duty และ Left 4 Dead 2 นอกจากนี้ ประเภทย่อยอื่นๆ เช่น Action-Adventure และ Open World Survival Craft ยังมี เกม สำคัญอย่าง Red Dead Redemption 2 และ Rust ซึ่งช่วยตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินของประเภทนี้ให้มั่นคงยิ่งขึ้น

Steam Game Revenue by Genre and Subgenre
เกมแนว Role-Playing แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของประเภทเกม
เกมแนว Role-Playing (RPGs) สร้างรายได้ 17.11 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวมบน Steam ภายใต้เกณฑ์รายได้เดียวกัน ประเภทนี้มีความโดดเด่นในเรื่องความหลากหลายของประเภทย่อย โดย Action RPGs เป็นผู้นำในกลุ่มนี้ สนับสนุนโดยเกมอย่าง Warframe และซีรีส์ Monster Hunter รวมถึง MMORPGs อย่าง The Elder Scrolls Online และ Lost Ark ก็เป็นตัวสร้างรายได้ที่สำคัญเช่นกัน ส่วน Classic RPGs ซึ่งรวมถึง Cyberpunk 2077 และ The Witcher 3: Wild Hunt ก็มีส่วนร่วมอย่างเห็นได้ชัดผ่านประเภทย่อย CRPG แม้ว่ากลุ่มอื่นๆ อย่าง JRPGs และ Visual Novels จะมีสัดส่วนรายได้ที่น้อยกว่า แต่ก็ยังคงมีบทบาทในตลาดอย่างสม่ำเสมอ
เกมแนว Strategy ยังคงสร้างรายได้ได้อย่างมั่นคง
เกมแนว Strategy คิดเป็น 13.97 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ตลอดชีพบน Steam ในกลุ่มเกมที่ทำรายได้เกิน $1 ล้าน ประเภทนี้ประกอบด้วยประเภทย่อยที่หลากหลาย ซึ่งแต่ละประเภทมีส่วนร่วมในรูปแบบที่แตกต่างกัน Multiplayer Online Battle Arenas (MOBAs) ซึ่งนำโดยเกมอย่าง DOTA 2 และ SMITE ครองส่วนแบ่งรายได้มากที่สุดในกลุ่ม Strategy ส่วนเกมแนว Real-Time Strategy (RTS) อย่าง Total War: Warhammer II และ Three Kingdoms ก็ทำผลงานได้ดีเช่นกัน เกมแนว Grand Strategy และ 4X ก็สร้างรายได้มหาศาลผ่านแฟรนไชส์อย่าง Stellaris และ Sid Meier's Civilization แม้ว่าบางประเภทย่อยอย่าง Card Games และ Puzzle Platformers จะมีส่วนร่วมในรายได้รวมน้อยกว่า แต่ก็นับเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศ Strategy ในภาพรวม

Steam Game Revenue by Genre and Subgenre
เกมแนว Simulation นำเสนอภูมิทัศน์ตลาดที่หลากหลาย
เกมแนว Simulation คิดเป็น 9.76 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ตลอดชีพบน Steam ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด ประเภทนี้ประกอบด้วยประเภทย่อยที่แตกต่างกันหลายกลุ่ม เกมแนว General simulation อย่าง War Thunder และ Cities: Skylines ครองหมวดหมู่นี้อยู่ ส่วน Job simulators อย่าง Euro Truck Simulator 2 และ American Truck Simulator ก็มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญ เกมแนว Racing simulation ที่นำโดย Forza Horizon 5 และเกมแนว Farming simulator อย่าง Stardew Valley ได้สร้างตำแหน่งที่แข็งแกร่งภายในประเภทนี้ นอกจากนี้ยังมีหมวดหมู่อื่นๆ เช่น Life Sims, Rhythm Games และ Immersive Sims ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับตลาดโดยรวม แม้ว่าผลกระทบด้านรายได้จะน้อยกว่าเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น
การตีความรายได้เทียบกับจำนวนเกม
ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญประการหนึ่งจากการศึกษานี้คือความแตกต่างระหว่างประเภทเกมที่มีรายได้รวมสูงกับประเภทที่มีจำนวนเกมในตลาดมาก ประเภทย่อยอย่าง Arena Shooter, Battle Royale และ Hero Shooter แสดงให้เห็นถึงรายได้เฉลี่ยต่อเกมที่สูง แต่จำนวนเกมที่ประสบความสำเร็จกลับมีค่อนข้างน้อย ตัวอย่างเช่น มีเพียง 29 เกมในประเภทย่อยเหล่านี้ที่ทำรายได้เกิน $1 ล้าน ยิ่งไปกว่านั้น มีเพียงไม่กี่เกมอย่าง Naraka Bladepoint และ Overwatch 2 เท่านั้นที่ทำรายได้เกิน $25 ล้าน นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา
ในทางกลับกัน ประเภทเกมที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเกมต่ำกว่า มักจะมีจำนวนเกมที่ทำรายได้ถึงเกณฑ์ $1 ล้าน มากกว่า ซึ่งรวมถึง Action Roguelikes, Psychological Horror และ JRPGs โดยเฉพาะประเภทย่อย Action Roguelike เพียงอย่างเดียวมีเกมถึง 104 เกมที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว และมากกว่า 70 เกมเปิดตัวตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นกลุ่มตลาดที่ใหม่กว่าแต่มีความคึกคัก

Steam Game Revenue by Genre and Subgenre
ข้อมูลคือเครื่องมือ ไม่ใช่การรับประกัน
แม้ว่าชุดข้อมูลนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีค่าว่าประเภทและประเภทย่อยใดทำผลงานได้ดีบน Steam แต่ก็ควรใช้ความระมัดระวังในการตีความผลลัพธ์ การวิเคราะห์นี้รวมเฉพาะเกมที่ทำรายได้เกิน $1 ล้านเท่านั้น จึงเป็นการตัดเกมที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์จำนวนมากออกไป ซึ่งอาจนำไปสู่ความลำเอียงจากการอยู่รอด (Survivorship bias) เนื่องจากเกมจำนวนมากไม่สามารถทำตามเกณฑ์นั้นได้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับอิทธิพลจากเกมหลักเพียงไม่กี่เกมที่อยู่บน แพลตฟอร์ม มาหลายปี ซึ่งอาจทำให้มุมมองเรื่องความสามารถในการทำกำไรของประเภทเกมบิดเบือนไปได้
ท้ายที่สุด แม้ว่าการจัดหมวดหมู่ประเภทเกมอย่างเป็นระบบนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมเชิงพาณิชย์ของ Steam ได้ชัดเจนขึ้น แต่ก็ควรใช้เป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจแนวโน้มมากกว่าจะเป็นคู่มือรับประกันความสำเร็จ นักพัฒนาและผู้จัดจำหน่ายควรพิจารณาข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ควบคู่ไปกับบริบทที่กว้างขึ้น เช่น ต้นทุนการพัฒนา การแข่งขัน และความอิ่มตัวของตลาด นี่คือรายชื่อเกมทั้งหมดที่รวมอยู่ในการวิเคราะห์นี้:
- Counter-Strike 2
- Counter-Strike: Source
- Call of Duty
- Left 4 Dead 2
- Ready or Not
- Red Dead Redemption 2
- Hogwarts Legacy
- Sea of Thieves
- Rust
- ARK: Survival Evolved
- Palworld
- Warframe
- Monster Hunter World
- Monster Hunter Wilds
- The Elder Scrolls Online
- Lost Ark
- Cyberpunk 2077
- The Witcher 3: Wild Hunt
- Fallout 4
- Divinity: Original Sin 2 – Definitive Edition
- Kingdom Come: Deliverance
- DOTA 2
- SMITE
- Eternal Return
- Total War: Warhammer II
- Total War: Warhammer
- Total War: Three Kingdoms
- Stellaris
- Hearts of Iron IV
- Europa Universalis IV
- Sid Meier's Civilization VI
- Sid Meier's Civilization V
- Endless Legend
- War Thunder
- Arma 3
- Cities: Skylines
- Euro Truck Simulator 2
- American Truck Simulator
- Schedule I
- Forza Horizon 5
- Assetto Corsa
- Need for Speed Heat
- Stardew Valley
- Farming Simulator 22
- Farming Simulator 19
- Naraka Bladepoint
- Overwatch 2
- Marvel Rivals







