The Alighieri Circle: Dante’s Bloodline วางจำหน่ายแล้วบน PC, PlayStation 5 และ Xbox Series X|S พัฒนาโดยสตูดิโออินดี้จากอิตาลี ONE O ONE GAMES และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์อินดี้จากสเปน Entalto Publishing เกมแนวสืบสวนระทึกขวัญเชิงจิตวิทยา (Psychological mystery thriller) มุมมองบุคคลที่หนึ่งนี้ ได้นำวรรณกรรม The Divine Comedy ของ Dante Alighieri มาตีความใหม่ในรูปแบบการผจญภัยที่เหนือจริงและเน้นการสำรวจจิตใจภายใน
ตัวเกมเปิดให้เล่นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 บน PC ผ่านทาง Steam, Epic Games Store และ GOG รวมถึงบน PlayStation 5 และ Xbox Series X|S โดยมีราคาอยู่ที่ €19.50 / $19.99 พร้อมส่วนลดช่วงเปิดตัว 10% ในช่วงสองสัปดาห์แรก
นอกจากนี้ยังมีตัว Demo ให้ทดลองเล่นบน Steam เพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสบรรยากาศ ปริศนา และโลกทั้งสองใบที่เชื่อมโยงกันภายในเกมก่อนตัดสินใจซื้อตัวเกมเต็ม
การตีความ Dante’s Inferno ในเชิงจิตวิทยา
The Alighieri Circle: Dante’s Bloodline บอกเล่าเรื่องราวของ Gabriele Alighieri ทายาทของ Dante Alighieri ผู้ซึ่งใช้ชีวิตตลอดมาเพื่อพยายามหนีจากประวัติศาสตร์ของตระกูลตนเอง
ตามเนื้อเรื่องของเกม ทุกๆ 33 ปี ม่านที่กั้นระหว่างโลกมนุษย์กับนรกจะเริ่มอ่อนกำลังลง Gabriele จึงต้องกลับไปยังบ้านบรรพบุรุษเพื่อประกอบพิธีกรรมโบราณในการปิดประตูนรกเอาไว้
การเดินทางครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจาก The Divine Comedy แม้ว่าตัวเกมจะเลือกใช้วิธีการนำเสนอแบบจิตวิทยาในการตีความนรกของ Dante แทนที่จะเน้นไปที่ภาพลักษณ์ของปีศาจและการต่อสู้แบบดั้งเดิม
"เมื่อคนส่วนใหญ่นึกถึง Dante หรือ Dante's Inferno พวกเขามักจะจินตนาการถึงสิ่งที่จับต้องได้ เช่น สัตว์ประหลาด ปีศาจ หรือฉากแอ็กชัน" Emanuele Miccianza ผู้กำกับฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director) กล่าว "แต่เมื่อผมอ่าน Divine Comedy ผมไม่ได้เห็นเรื่องราวแอ็กชัน แต่ผมเห็นบุคคลที่กำลังเดินทางผ่านโลกภายในของตนเอง นั่นจึงกลายเป็นแนวคิดหลักของเรา: นรกคือสิ่งที่อยู่ภายในใจ"
แนวคิดนี้กลายเป็นรากฐานของการเดินทางของ Gabriele โดยเกมจะใช้สภาพแวดล้อม ปริศนา และการเล่าเรื่องเพื่อสำรวจความกลัว ความรู้สึกผิด บาดแผลทางใจ และความทรงจำที่ถูกกดทับ
สองโลกที่กำหนดการเดินทางของ Gabriele
The Alighieri Circle: Dante’s Bloodline สร้างขึ้นโดยใช้สภาพแวดล้อมสองแห่งที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ Villa และ Dive
Villa ถูกนำเสนอในรูปแบบคฤหาสน์อิตาลีที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของตระกูล Alighieri ภายในที่เงียบเหงาและหม่นหมองสะท้อนถึงโลกทางกายภาพและภาระทางประวัติศาสตร์ที่ตระกูลของ Gabriele แบกรับไว้
ในขณะที่ Dive มีแนวทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง มันคือภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยวของขุมนรกและเป็นตัวแทนของสภาวะจิตใจภายในของ Gabriele
Emanuele Miccianza ผู้กำกับฝ่ายเนื้อเรื่องและสร้างสรรค์ (Narrative and Creative Director) และ Giorgio Falconi ผู้กำกับฝ่ายศิลป์ (Art Director) ได้เคยพูดถึงความแตกต่างระหว่างสองสถานที่นี้ในซีรีส์บันทึกการพัฒนาเกม โดย Villa เปรียบเสมือนร่างกายทางกายภาพ ส่วน Dive เปรียบเสมือนจิตวิญญาณและการต่อสู้ทางจิตใจของ Gabriele
การออกแบบภาพของ Dive ช่วยตอกย้ำความแตกต่างนี้ ภายนอกที่ดูขาวสะอาดตาและสว่างจ้ากลับซ่อนสีแดงที่สื่อถึงความโกรธแค้นและความรู้สึกผิดเอาไว้ ความแตกต่างระหว่างความเป็นระเบียบและความวุ่นวายมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้เล่นตั้งคำถามว่าสิ่งที่ Gabriele กำลังเผชิญอยู่นั้นเกิดขึ้นจริงที่ไหนกันแน่
การไขปริศนาเชิงลึกลับ (Esoteric Puzzles)
ผู้เล่นจะต้องรวบรวมหน้ากระดาษเวทมนตร์ที่สูญหายไปจาก The Divine Comedy และนำมารวมกันเพื่อประกอบพิธีกรรม Infernal Seal
อย่างไรก็ตาม พิธีกรรมเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปริศนาในเกมเท่านั้น The Alighieri Circle: Dante’s Bloodline ยังมีปริศนาเชิงลึกลับที่ต้องอาศัยการสังเกตสภาพแวดล้อมและตีความเบาะแสที่เชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องและธีมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Dante
การสำรวจเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของประสบการณ์นี้ ไอเทมสะสมที่ซ่อนอยู่และหน้าบันทึกประจำวันจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายเลือด Alighieri และความทรงจำที่แตกสลายของ Gabriele
การค้นพบเหล่านี้จะค่อยๆ เผยให้เห็นประวัติศาสตร์ของตระกูลและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรม ทำให้ผู้เล่นได้รับบริบทเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางทางจิตใจของ Gabriele
ความกลัวที่จะถูกเข้าใจ
ความสยองขวัญของเกมไม่ได้เน้นไปที่ภัยคุกคามทั่วไป แต่เน้นไปที่ความไม่สบายใจทางจิตวิทยา
"เราตัดสินใจว่าเราต้องการนำเสนอความกลัวรูปแบบไหน: ไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความกลัวที่จะถูกมองเห็น" Gaia Righelli ผู้กำกับเกม (Game Director) กล่าว "เพราะบางครั้งสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือการที่มีใครหรือบางสิ่งบางอย่างเข้าใจคุณอย่างถ่องแท้"
แนวทางนี้ทำให้ความกลัวและความทรงจำของ Gabriele กลายเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ แทนที่จะพึ่งพาการต่อสู้หรือฉากสยองขวัญแบบเดิมๆ เกมเลือกใช้สภาพแวดล้อม ปริศนาในเนื้อเรื่อง และภาพที่เหนือจริงเพื่อสร้างความตึงเครียด
ผลลัพธ์ที่ได้คือการตีความผลงานของ Dante ในรูปแบบสมัยใหม่ โดยที่นรกทำหน้าที่เป็นตัวแทนของความขัดแย้งภายในพอๆ กับการเป็นสถานที่ภายนอก
แพลตฟอร์มและภาษาของ The Alighieri Circle: Dante’s Bloodline
The Alighieri Circle: Dante’s Bloodline วางจำหน่ายแล้วบน:
- PC ผ่าน Steam
- PC ผ่าน Epic Games Store
- PC ผ่าน GOG
- PlayStation 5
- Xbox Series X|S
ตัวเกมรองรับ 11 ภาษา โดยมีการพากย์เสียงเป็นภาษาอังกฤษและอิตาลี สำหรับภาษาในส่วนของข้อความรองรับภาษาสเปน (สำหรับสเปนและละตินอเมริกา), โปรตุเกส, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, อิตาลี, เยอรมัน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, จีนตัวย่อ และจีนตัวเต็ม
ตัว Demo บน Steam พร้อมให้ผู้เล่นที่ต้องการทดลองเล่นก่อนตัดสินใจซื้อตัวเกมเต็มแล้ว
พัฒนาโดย ONE O ONE GAMES และจัดจำหน่ายโดย Entalto Publishing เกม The Alighieri Circle: Dante’s Bloodline มอบประสบการณ์การผจญภัยสืบสวนมุมมองบุคคลที่หนึ่งที่สร้างขึ้นจากมรดกทางวรรณกรรมของ Dante ผสมผสานความสยองขวัญเชิงจิตวิทยา การสำรวจสภาพแวดล้อม และการไขปริศนา








