งาน Xbox Games Showcase เพิ่งจะจบลงไปได้ไม่นาน กระแสการพูดคุยก็เปลี่ยนจากสิ่งที่เพิ่งเปิดตัวไปสู่สิ่งที่อาจจะตามมาในอนาคต โดย Matt Booty ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเนื้อหา (CCO) ของ Xbox ได้ยืนยันแล้วว่า Gears of War: E-Day และ Clockwork Revolution จะเป็นเกม Console Exclusives ของ Xbox แบบถาวร โดยจะไม่ลงให้กับ PS5 และ Nintendo Switch 2 อย่างแน่นอน จากนั้น Booty ได้ขยายความเพิ่มเติมว่า Xbox จะพิจารณาเรื่องความ Exclusive เป็นรายกรณีไปในอนาคต โดยเกม Multiplayer ขนาดใหญ่และเกมแนว Live Service รวมถึงเกมที่เคยสัญญาไว้ว่าจะลงแพลตฟอร์มอื่นไปแล้วนั้น จะยังคงเป็นแบบ Multiplatform ต่อไป
กรอบแนวคิดดังกล่าวได้ถูกวางไว้ชัดเจน จากนั้น Jez Corden หนึ่งในนักข่าวสาย Xbox ที่มีแหล่งข่าววงในน่าเชื่อถือที่สุดในอุตสาหกรรม ได้ทิ้งข้อความสั้นๆ ไว้บนโซเชียลมีเดียว่า “มันยังไม่จบแค่ Gears: E-Day และ Clockwork Revolution เท่านั้น”

ซื้อเกมในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม
รับส่วนลดสูงสุด 80%
แนวทางการพิจารณาแบบรายกรณีและสิ่งที่ถูกตัดออกไป
ความคิดเห็นของ Booty หลังจบงาน Showcase ได้ขีดเส้นแบ่งไว้อย่างชัดเจนว่าเกมใดบ้างที่จะไม่เป็น Exclusive โดย Halo: Campaign Evolved, Fable และ Minecraft Dungeons 2 ได้รับการยืนยันว่าจะลงแพลตฟอร์มอื่นก่อนงาน Showcase แล้ว และ Xbox ก็ไม่ได้กลับคำในส่วนนี้ นอกจากนี้ในงานยังมีการโชว์โลโก้แพลตฟอร์มอื่นสำหรับเกม Senua, State of Decay 3 และ Spyro: A Realm Reborn ดังนั้นการปรับเปลี่ยนนโยบายนี้จึงไม่ใช่การเหมาเข่งทั้งหมด
ประเด็นสำคัญคือ เกณฑ์ที่ Booty ระบุไว้นั้นเป็นการจำกัดกลุ่มเป้าหมายไว้อย่างตั้งใจ เกมที่ประกาศลง PS5 ไปแล้วจะถูกตัดออก เกม Live Service จะยังคงเป็น Multiplatform ซึ่งนั่นทำให้เหลือกลุ่มเป้าหมายเฉพาะคือ เกม Single-player ที่ยังไม่มีการประกาศหรือยังไม่ระบุแพลตฟอร์มที่ชัดเจน และยังไม่มีการตกลงว่าจะลงที่อื่น
Xbox ยืนยันว่าการตัดสินใจเรื่องความ Exclusive จะเกิดขึ้น ณ เวลาที่ประกาศเปิดตัว หากเกมไหนไม่มีโลโก้ PS5 ปรากฏในตอนเปิดตัว นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุด
สิ่งที่อยู่ในข่ายความเป็นไปได้
คำใบ้ของ Corden ทำให้เกิดการคาดเดาที่น่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป โดยมีเกมบางส่วนที่ยังอยู่ในสถานะคลุมเครือในขณะนี้:
- OD (โปรเจกต์ที่ Kojima Productions ร่วมมือกับ Xbox) ยังไม่เคยมีการยืนยันว่าจะลง PS5
- Marvel's Blade หายไปจากงาน Showcase อย่างเห็นได้ชัด โดยไม่มีการระบุรายละเอียดแพลตฟอร์มใดๆ
- The Elder Scrolls 6 ยังคงต้องรอกันอีกหลายปี แต่ก็ยังไม่เคยมีการยืนยันว่าจะลง PS5
- ข่าวลือเกี่ยวกับ Fallout 3 and New Vegas remasters จาก Bethesda ยังไม่มีการระบุแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการ
หัวใจสำคัญคือกรอบแนวคิดของ Booty ช่วยให้ Xbox สามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้โดยไม่ผิดคำสัญญา เกมใดที่ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะลง PS5 ก็ถือว่าอยู่ในข่ายทั้งหมด มีรายงานว่าเกม E-Day ของ The Coalition เคยมีการพัฒนาเวอร์ชัน PS5 อยู่ก่อนที่จะมีการกลับลำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในช่วงท้ายของการพัฒนา
ความเชื่อมั่นคือตัวแปรสำคัญ
สิ่งที่ผู้เล่นหลายคนมองข้ามไปท่ามกลางความตื่นเต้นกับข่าวนี้คือเรื่องของความน่าเชื่อถือ Xbox เคยกลับลำเรื่องความ Exclusive มาก่อนแล้ว เช่น Starfield ที่เปิดตัวในฐานะ Exclusive แต่กลับไปลง PS5 ในเวลาต่อมา ประวัติศาสตร์นี้ทำให้คำใบ้ของ Corden แม้จะดูน่าเชื่อถือจากผลงานที่ผ่านมา แต่ก็ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเมื่อ 5 ปีก่อน
Asha Sharma ผู้บริหารของ Xbox ยังถือว่าค่อนข้างใหม่ในบทบาทนี้ และแนวทางการพิจารณาแบบรายกรณีถือเป็นความพยายามอย่างตั้งใจที่จะสร้างความโปร่งใสเกี่ยวกับแพลตฟอร์มตั้งแต่ตอนประกาศเปิดตัว แทนที่จะมาบอกทีหลัง นโยบายที่ระบุไว้คือหากเกมไม่มีการประกาศลง PS5 ในตอนเปิดตัว ก็จะไม่มีการลง PS5 ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในการสื่อสารของ Xbox และน่าจับตามองว่านโยบายนี้จะยั่งยืนเพียงใด
สำหรับผู้เล่นที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวทั้งหมดของ Xbox ในขณะนี้ สามารถดูได้ที่ รีวิวเกม และ คู่มือการเล่นเกม ของเรา ซึ่งจะมีการอัปเดตข้อมูลเมื่อมีเกมใหม่ๆ ยืนยันออกมา
ช่วง 12 ถึง 24 เดือนข้างหน้าจะเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริง หาก Xbox สามารถล็อกเกม Single-player ระดับแม่เหล็กได้อีก 2-3 เกมให้เป็น Exclusive โดยเฉพาะเกมที่มีบารมีระดับ Bethesda RPG นั่นจะเป็นการเปลี่ยนกลยุทธ์อย่างแท้จริง แต่ถ้าหากรายชื่อยังคงหยุดอยู่ที่ 2 เกมนี้ ก็อาจเป็นเพียงแค่การแสดงเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น โพสต์ของ Corden ชี้ไปในทางแรก และเมื่อดูจากแผนงาน First-party ของ Xbox ที่ยังไม่ได้ประกาศอีกหลายเกม ก็ดูเหมือนว่าองค์ประกอบต่างๆ พร้อมที่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว








