Overview
Night in the Woods พาผู้เล่นไปสวมบทบาทเป็น Mae Borowski น้องแมววัย 20 ปีที่ตัดสินใจดรอปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วกลับมายัง Possum Springs เมืองเหมืองแร่เก่าแก่ที่ค่อยๆ เสื่อมโทรมลงมานานหลายทศวรรษ เกมนี้มาจากทีมพัฒนาเล็กๆ อย่าง Infinite Fall ที่ก่อตั้งโดย Alec Holowka, Scott Benson และ Bethany Hockenberry ซึ่งถ่ายทอดต้นกำเนิดทางอารมณ์ของเกมออกมาได้อย่างชัดเจน นี่คือเกมที่ว่าด้วยความรู้สึกของการติดแหง็ก การเฝ้ามองสถานที่ที่คุณเติบโตมาค่อยๆ ตายจากไป และความหวาดหวั่นในใจเมื่อต้องกลับบ้านแล้วพบว่าคนอื่นๆ ต่างก้าวเดินต่อไปข้างหน้ากันหมดแล้ว
ตัวเมือง Possum Springs เองนี่แหละคือตัวเอกที่แท้จริง ร้านค้า ดาดฟ้า และตรอกซอกซอยทุกแห่งถูกออกแบบมาอย่างละเอียดจนทำให้เมืองนี้ดูมีชีวิตชีวาจริงๆ ไม่ใช่แค่ฉากหลังที่สร้างขึ้นมา Mae สามารถวิ่งไปตามสายไฟ กระโดดข้ามหลังคา และสำรวจตรอกมืดๆ ได้ แต่ระบบ Platforming (การกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง) ในเกมนี้มีไว้เพื่อส่งเสริมโลกของเกมมากกว่าที่จะมาวัดความแม่นยำของผู้เล่น การเดินทางไปรอบเมืองคือวิธีที่คุณจะได้พบกับบทสนทนา ไม่ใช่การโชว์สกิลการเล่นแต่อย่างใด

Night in the Woods content image
Gameplay and mechanics
Core loop (วงจรการเล่นหลัก) ของ Night in the Woods นั้นเรียบง่าย ในแต่ละวันในเกม Mae จะตื่นขึ้นมา ออกไปข้างนอก และมีปฏิสัมพันธ์กับใครก็ตามที่เธอเจอ ซึ่งปฏิสัมพันธ์เหล่านี้นี่แหละที่เป็นตัวขับเคลื่อนทุกอย่าง บทสนทนาจะแตกแขนงออกไป ความสัมพันธ์จะลึกซึ้งขึ้น และเมืองจะค่อยๆ เผยความลับออกมาผ่านการทำซ้ำและการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ

Night in the Woods content image
กิจกรรมหลักภายในเกมประกอบไปด้วย:
- ใช้เวลาไปกับเพื่อนๆ อย่าง Gregg, Angus และ Bea
- เล่นเบสใน Rhythm minigame (มินิเกมจังหวะดนตรี)
- สำรวจป่านอกเมืองในยามค่ำคืน
- พูดคุยกับชาวเมืองเพื่อไขปริศนา
- ตามหา Constellations (กลุ่มดาว) ที่ซ่อนอยู่ทั่วแผนที่
ปมปริศนาจะเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกมดำเนินไป ดึงให้ Mae และเพื่อนๆ เข้าไปพัวพันกับบางสิ่งที่น่าขนลุกอย่างแท้จริง Night in the Woods ประสบความสำเร็จในการสร้างบรรยากาศสยองขวัญ เพราะตัวละครแต่ละตัวดูสมจริงจนทำให้เดิมพันในเรื่องนั้นรู้สึกสำคัญจริงๆ

Night in the Woods content image
World and setting
Possum Springs ถูกวาดขึ้นด้วย Art style (สไตล์ศิลปะ) แบบแบนๆ ที่ดูมีเอกลักษณ์ ทำให้ทุกเฟรมของเกมดูเหมือนแอนิเมชันสั้นๆ การออกแบบงานภาพของ Scott Benson ทำให้เมืองนี้มีบุคลิกเฉพาะตัว: อบอุ่นแต่ดูหม่นหมอง คุ้นเคยแต่ก็ดูแปลกแยกไปนิดๆ โทนสีจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและอารมณ์ของเกม และฉากหลังก็เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้การสำรวจนั้นคุ้มค่า แม้ในตอนที่ไม่มีเนื้อเรื่องสำคัญเกิดขึ้นก็ตาม

Night in the Woods content image
งานเขียนบทคือสิ่งที่ทำให้ Night in the Woods แตกต่างจากเกมส่วนใหญ่ในแนวเดียวกัน เสียงในใจของ Mae, บทสนทนาผ่านข้อความกับเพื่อนๆ และการพูดคุยกับชาวเมือง Possum Springs ล้วนมีน้ำเสียงที่สม่ำเสมอและดูเป็นธรรมชาติเหมือนคนจริงๆ มากกว่าจะเป็นบทที่ถูกเขียนขึ้นมา หัวข้ออย่างเศรษฐกิจที่ตกต่ำ, ปัญหาสุขภาพจิต, ความเชื่อ และความไร้จุดหมาย ถูกหยิบยกมาพูดคุยอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องยัดเยียดว่าเป็น "ประเด็นสำคัญ" ของเรื่อง
Night in the Woods น่าเล่นไหมสำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนเกมแนว Platformer?
น่าเล่นแน่นอนครับ! ระบบ Platforming ใน Night in the Woods นั้นเบาบางมากจนไม่เป็นอุปสรรคต่อการเล่นเลย การเคลื่อนไหวมีไว้เพื่อให้ผู้เล่นมีเหตุผลในการสำรวจ ไม่ใช่เพื่อท้าทายรีเฟล็กซ์ ใครที่เคยสนุกกับเกมอย่าง Oxenfree, Firewatch หรือ Disco Elysium จะพบว่า Night in the Woods มอบอารมณ์ความรู้สึกในระดับที่ใกล้เคียงกัน แม้ว่าระบบการเล่นจะดูแตกต่างกันในตอนแรกก็ตาม
Impact and legacy
Night in the Woods วางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ในช่วงเวลาที่เกมอินดี้เน้นเนื้อเรื่องกำลังได้รับความนิยมในวงกว้าง และกลายเป็นจุดอ้างอิงสำคัญของเกมแนวนี้ไปอย่างรวดเร็ว คะแนนบน PlayStation Store อยู่ที่ 4.64 จาก 5 คะแนน จากการรีวิวมากกว่า 7,200 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเกมนี้เข้าถึงใจผู้เล่นได้มากแค่ไหน หลายคนที่เข้ามาด้วยความคาดหวังว่าจะได้เล่นเกมผจญภัยเงียบๆ กลับออกไปพร้อมกับความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้น เกมนี้รองรับทั้ง PC, Mac, PlayStation 4 และ 5, Xbox, Nintendo Switch, iOS และมีวางจำหน่ายบน Steam และ Epic Games Store ทำให้เป็นหนึ่งในเกมอินดี้แนวผจญภัยที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด สำหรับเกมที่หยั่งรากลึกในความโศกเศร้าแบบเฉพาะตัว เกมนี้กลับสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นที่กว้างขวางได้อย่างน่าประหลาดใจ








