ภาพรวม
Nikoderiko: The Magical World คือเกมแนว 2D platformer จากค่าย VEA Games ซึ่งจัดจำหน่ายโดย MY.GAMES เปิดให้เล่นแล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2024 บนแพลตฟอร์ม PlayStation, Xbox, Nintendo Switch และ PC เนื้อเรื่องมาในสไตล์คลาสสิก: สองฮีโร่ Niko และ Luna บังเอิญไปพบกับโบราณวัตถุบนเกาะเวทมนตร์ และทันทีที่พวกเขาแตะต้องมัน วายร้ายอย่าง Grimbald และบริษัท Cobring Gems Company ก็บุกเข้ามาเพื่อชิงมันไป สิ่งที่ตามมาคือภารกิจกู้โลกผ่าน 7 ด่านที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายความเป็นเกมแพลตฟอร์มยุค 16-bit และ 32-bit แบบจัดเต็ม แต่ยังคงความสดใหม่ไม่ดูเก่าจนเกินไป
เวอร์ชัน Director's Cut ที่วางจำหน่ายบน PlayStation 5 ในราคา $29.99 ได้รับเรต ESRB Everyone ซึ่งมีความรุนแรงในระดับแฟนตาซีเบาๆ ทำให้เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เหมาะมากสำหรับการเล่นกับครอบครัว เวอร์ชัน PS5 รองรับระบบ DualSense haptics และ trigger effects ช่วยเพิ่มสัมผัสการเล่นที่สมจริงแบบที่ฮาร์ดแวร์ยุคก่อนไม่มีทางทำได้ สำหรับคะแนนรีวิวบน PlayStation Store นั้นอยู่ที่ 4.3 จาก 5 ดาว จากผู้รีวิวกว่า 1,200 คน ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีมากสำหรับเกมแนวแพลตฟอร์มระดับกลาง
เกมเพลย์และระบบต่างๆ
ระบบการเล่นหลักของ Nikoderiko ครอบคลุมพื้นฐานของเกมแนวนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม:

- โลก 7 แห่งที่มีธีมภาพสวยงามเป็นเอกลักษณ์
- เพื่อนคู่หูสัตว์ที่จะมาช่วยในการเดินทางและการต่อสู้
- รองรับ Local couch co-op เล่นได้ 1 ถึง 2 คน
- การต่อสู้กับบอสจากกองทัพ Cobring
- ของสะสมและความลับที่ซ่อนอยู่ทั่วทุกด่าน
ตัวเกมเน้นการเคลื่อนไหวที่ใช้แรงส่ง (momentum-based) ซึ่งใครที่โตมากับเกมแพลตฟอร์มของ Rare จะต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี Niko และ Luna มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันพอสมควร ทำให้การเล่นแบบ Co-op มีความหลากหลายมากขึ้น และเหล่าเพื่อนสัตว์ที่กระจายอยู่ตามด่านต่างๆ ยังช่วยเปิดทางเลือกในการเดินทางที่การเล่นคนเดียวอาจเข้าไม่ถึง

งานภาพและเสียง
งานอาร์ตไดเรกชันเน้นสีสันที่สดใสและสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาอย่างประณีต ซึ่งดูดีมากบนหน้าจอขนาดใหญ่ ทั้ง 7 โลกมีโทนสีและศัตรูที่แตกต่างกัน ทำให้เกมไม่น่าเบื่อและไม่รู้สึกจำเจเหมือนเกมแพลตฟอร์มทั่วไปที่มักจะใช้ Assets ซ้ำๆ
เพลงประกอบคือจุดเด่นที่เกมเมอร์สายนี้ต้องเลิฟ เพราะได้ David Wise ผู้ประพันธ์เพลงระดับตำนานจาก Donkey Kong Country และภาคต่อ มาเป็นคนทำเพลงให้ สไตล์ของเขาที่เน้นเสียงซินธ์ (synth) บรรยากาศชวนฝันและเมโลดี้ที่ติดหูนั้นเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนมาก ทำให้ Nikoderiko มีเสน่ห์ทางดนตรีที่เกมอินดี้ส่วนใหญ่เทียบไม่ติด แค่เพลงประกอบอย่างเดียวก็คุ้มค่าที่จะลองเล่นแล้วสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับงานเสียง

Nikoderiko น่าเล่นกับครอบครัวไหม?
สำหรับแฟนเกมแพลตฟอร์มที่มองหาเกมเล่นกับครอบครัว คำตอบคือ "ใช่เลย" ด้วยเรต ESRB Everyone และระบบ Local co-op 1-2 คน ทำให้มันเหมาะมากที่จะเล่นร่วมกับเด็กๆ ความยากของเกมอยู่ในระดับที่เข้าถึงง่ายแต่ก็ยังมีความท้าทาย และการแบ่งโลกเป็นด่านๆ ก็ทำให้มีจุดพักที่พอเหมาะสำหรับการเล่นในช่วงเวลาสั้นๆ
เวอร์ชัน Director's Cut บน PS5 ยังรองรับ DualSense ทำให้จอยสั่นและปุ่ม adaptive triggers ตอบสนองตามเหตุการณ์ในเกม ซึ่งเป็นการอัปเกรดเล็กๆ ที่เห็นผลชัดเจนกว่าเวอร์ชันทั่วไป นอกจากนี้ยังรองรับ Remote Play ทำให้คุณสามารถสตรีมเกมไปเล่นบนมือถือได้หากทีวีถูกใช้งานอยู่

เนื้อหาและความคุ้มค่าในการเล่นซ้ำ
ด้วยโลก 7 แห่ง ทำให้ Nikoderiko มีความยาวของเกมที่เหมาะสมกับแนวนี้ ระบบของสะสมในแต่ละด่านเป็นเหตุผลที่ดีในการกลับมาเล่นซ้ำหลังจากเคลียร์ด่านไปแล้ว และระบบ Co-op ก็เปลี่ยนวิธีการเล่นในบางจุดให้ต่างจากการเล่นคนเดียว ตัวเกมไม่ได้เน้นระบบ Live-service หรือ Battle pass หลังวางจำหน่าย ทำให้ประสบการณ์การเล่นจบในตัว สิ่งที่คุณเห็นตอนเปิดตัวคือเกมฉบับสมบูรณ์ และสำหรับผู้เล่นที่ต้องการเกมแพลตฟอร์มที่เคารพเวลาของคุณโดยไม่ต้องผูกมัดกับภารกิจระยะยาว ความเรียบง่ายนี้แหละคือเสน่ห์ที่แท้จริง










