ภาพรวม
Outlast 2 คือเกมแนว Survival Horror มุมมองบุคคลที่หนึ่ง พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Red Barrels วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2017 ตัวเกมต่อยอดความสำเร็จมาจากภาคแรก แต่เปลี่ยนบรรยากาศจากโรงพยาบาลจิตเวชมาเป็นพื้นที่รกร้างกลางทะเลทรายอันร้อนระอุในรัฐ Arizona ซึ่งเป็นที่ตั้งของลัทธิคลั่งศาสนาสุดโต่งที่ชื่อว่า Temple Gate โดย Blake Langermann ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อตามสืบคดีฆาตกรรมปริศนา แต่กลับพบว่าการสืบสวนนั้นกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เขากำลังจะต้องเผชิญ
ตัวเกมยังคงอยู่ในจักรวาลเดียวกับ Outlast แต่มาพร้อมกับตัวละครใหม่และเนื้อเรื่องที่จบในตัว Sullivan Knoth ผู้นำลัทธิผู้บ้าคลั่งได้ล้างสมองสาวกของเขาว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง และวิธีการเตรียมตัวของพวกเขานั้นทั้งโหดเหี้ยมและน่าขนลุก Lynn ภรรยาของ Blake ถูกพรากตัวไปจากเขาแทบจะทันที ทำให้เป้าหมายหลักของเกมนี้คือการดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างสุดกำลังเพื่อตามหาเธอให้พบ

Outlast 2 content image
เกมเพลย์และระบบการเล่น
Outlast 2 ยังคงรักษาหัวใจสำคัญของภาคแรกเอาไว้อย่างเหนียวแน่น นั่นคือ "คุณไม่สามารถสู้กลับได้" Blake มีเพียงกล้องวิดีโอคู่ใจเท่านั้น ระบบการเล่นหลักจึงเน้นไปที่การหลบหลีก (Evasion) และการลอบเร้น (Stealth) แบบเต็มรูปแบบ

Outlast 2 content image
- โหมด Night Vision ของกล้องวิดีโอสำหรับใช้ในที่มืด
- การบริหารจัดการแบตเตอรี่ที่เป็นทรัพยากรสำคัญ
- การซ่อนตัวในตู้ล็อกเกอร์ ใต้เตียง และในพงหญ้า
- การคลานและหมอบเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ
- การใช้เสียงเพื่อระบุตำแหน่งศัตรู
ไมโครโฟนของกล้องวิดีโอสามารถใช้เป็นเครื่องมือตรวจจับเสียงแบบระบุทิศทาง ช่วยให้ Blake ระบุตำแหน่งภัยคุกคามได้ก่อนที่จะถูกพบ การประหยัดแบตเตอรี่จะกลายเป็นตัวสร้างความกดดันชั้นดี เพราะการเปิด Night Vision จะสูบพลังงานอย่างรวดเร็ว และการต้องคอยหาแบตเตอรี่สำรองในที่มืดสนิทขณะที่ถูกไล่ล่าอยู่ บอกเลยว่ากดดันสุดๆ นอกจากนี้เกมยังเพิ่มฉากว่ายน้ำและสภาพแวดล้อมภายนอกที่หลากหลายกว่าภาคแรก ซึ่งช่วยเปิดทางเลือกในการลอบเร้นให้มากขึ้น แต่ก็ทำให้เรารู้สึกตัวเล็กและเปราะบางกว่าเดิมด้วย
โลกและบรรยากาศภายในเกม
Temple Gate ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่หลอนและน่าอึดอัดที่สุดในเกมแนว Survival Horror ยุคนี้ ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่ลึกเข้าไปในทะเลทราย Arizona ตัดขาดจากโลกภายนอก ทุกซอกทุกมุมสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่บิดเบี้ยวของลัทธินี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างไม้ สัญลักษณ์ทางศาสนาที่ดูดิบเถื่อน และร่องรอยความรุนแรงที่เกิดขึ้นในชุมชน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยเล่าเรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้บทบรรยายใดๆ

Outlast 2 content image
ตัวเกมจะสลับไปมาระหว่างเหตุการณ์ปัจจุบันของ Blake ใน Temple Gate กับฉากย้อนอดีต (Flashback) ในโรงเรียนคาทอลิกสมัยเด็ก ฉากเหล่านี้มักจะโผล่มาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เส้นแบ่งระหว่างความทรงจำกับอาการหลอนเริ่มเลือนลางจนคุณไม่สามารถเชื่อสิ่งที่เห็นได้เลย ความไม่น่าไว้วางใจนี้คือความตั้งใจของเกม Outlast 2 ไม่ได้เน้นแค่ความสยองขวัญทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเล่นกับจิตวิทยาอย่างหนักหน่วง ซึ่งทั้งสองช่วงเวลาจะค่อยๆ เชื่อมโยงเข้าหากันจนคุณเข้าใจเนื้อเรื่องทั้งหมดได้ชัดเจนขึ้นเมื่อเล่นไปเรื่อยๆ
งานภาพและเสียง
การใช้มุมมองผ่านกล้องวิดีโอทำให้ Outlast 2 มีสไตล์แบบ Found-footage ที่เข้ากับเนื้อหาได้เป็นอย่างดี เกมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเวลากลางคืนหรือในที่แคบ ความแตกต่างระหว่างแสงสีเขียวจากโหมด Night Vision กับความมืดมิดรอบข้างถูกนำมาใช้เพื่อทำให้ผู้เล่นรู้สึกสับสนและหลงทาง Red Barrels ออกแบบฉากให้มีความเป็นชนบทและดูโดดเดี่ยว ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนจากทางเดินในโรงพยาบาลของภาคแรก
งานด้านเสียงมีผลอย่างมากต่ออารมณ์ของเกม ดนตรีประกอบจะสลับไปมาระหว่างความเงียบที่ชวนขนลุกกับเสียงกระแทกที่รุนแรงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูหรือเมื่อมีการเปิดเผยเนื้อเรื่องสำคัญ การใส่หูฟังเล่นไม่ใช่แค่คำแนะนำ แต่มันจะเปลี่ยนประสบการณ์การเล่นไปอย่างสิ้นเชิง ระบบเสียงแบบ Directional Audio (เสียงระบุทิศทาง) ยังผูกเข้ากับระบบการเล่นหลัก ทำให้งานเสียงในเกมนี้ไม่ได้มีไว้แค่สร้างบรรยากาศ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเอาตัวรอดอีกด้วย

Outlast 2 content image








