• หน้าหลัก
  • เกม
  • คู่มือ
  • ข่าวสาร
  • รีวิว
  • ภารกิจ
  • กล่องปริศนา
  • รายการ
Outlast Banner
  1. เกม
  2. Outlast
  3. ภาพรวม

Outlast

เกี่ยวกับ Outlast

สตูดิโอ

Red Barrels

เว็บไซต์

redbarrelsgames.com

วันวางจำหน่าย

September 4th 2013

Outlast Logo
Outlast
การกระทำการผจญภัยอินดี้

สัมผัสประสบการณ์สยองขวัญมุมมองบุคคลที่หนึ่งในโรงพยาบาลบ้าสุดหลอน คุณมีเพียงกล้องวิดีโอและต้องหนีเอาชีวิตรอดจากสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวโดยไร้ทางสู้!

ผู้พัฒนา

Red Barrels

วันวางจำหน่าย

September 4th 2013

แพลตฟอร์ม

บทนำ

Outlast จะพาคุณดิ่งสู่ Mount Massive Asylum ที่ไม่มีอาวุธ ไม่มีทางสู้ และไม่มีทางออกนอกจากต้องเดินหน้าต่อ! เกมสยองขวัญจาก Red Barrels ปี 2013 นี้จะพรากทุกความปลอดภัยไปจากคุณ เหลือเพียงกล้องวิดีโอโหมดกลางคืนและความหวาดกลัวสุดขีด นี่คือเกมที่มอบความรู้สึกไร้ทางสู้และบรรยากาศกดดันได้ดีที่สุดเกมหนึ่งเท่าที่เคยมีมา

Outlast Gallery 1
Outlast Gallery 2
Outlast Gallery 3
Outlast Gallery 4
Outlast Gallery 5
Outlast Gallery 6
Outlast Gallery 7
Outlast Gallery 8
Outlast Gallery 9
Outlast Gallery 10

ภาพรวม

Outlast คือเกมแนว Survival Horror มุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person) ที่พัฒนาและจัดจำหน่ายโดย Red Barrels วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2013 ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Miles Upshur นักข่าวสายสืบสวนที่บุกเข้าไปใน Mount Massive Asylum หลังจากได้รับเบาะแสปริศนาเกี่ยวกับกิจกรรมสุดสยองที่เกิดขึ้นภายใน สิ่งที่เขาพบเจอที่นั่นคือความลับที่ Murkoff Corporation กลุ่มบริษัทข้ามชาติสุดลึกลับที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ พยายามจะฝังกลบให้มิดที่สุด

หัวใจหลักของเกมนี้เรียบง่ายแต่โหดร้ายสุดๆ นั่นคือ: คุณสู้ไม่ได้! ในเกมไม่มีอาวุธ ไม่มีระบบอัปเกรดเลือด (Health upgrades) และไม่มีระบบต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น การเอาตัวรอดขึ้นอยู่กับการมุดใต้เตียง หลบเข้าล็อกเกอร์ และวิ่งหนีสุดชีวิตผ่านโถงทางเดินมืดๆ ในขณะที่มีบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวไล่ล่าคุณอยู่ข้างหลัง ซึ่งดีไซน์การเล่นแบบนี้แหละที่ทำให้ Outlast มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร

ระบบเกมเพลย์: จะทำอย่างไรเมื่อเราสู้กลับไม่ได้เลย?

Outlast ตอบโจทย์นี้ด้วยการทำให้ทุกการเผชิญหน้าเป็นเรื่องของการใช้ไหวพริบและการหาตำแหน่งหลบซ่อนมากกว่าการใช้ Reflex (ปฏิกิริยาตอบสนอง) Core loop ของเกมคือการสำรวจโรงพยาบาล เก็บเอกสารเพื่อปะติดปะต่อเนื้อเรื่อง และบริหารจัดการแบตเตอรี่สำหรับกล้องวิดีโอของ Miles ซึ่งกล้องตัวนี้คือไอเทมชิ้นเดียวที่คุณมี และโหมด Night-vision (โหมดมองเห็นในที่มืด) ก็เป็นทางรอดเดียวที่จะทำให้คุณมองเห็นทางในโซนที่มืดสนิทของโรงพยาบาล

สรุปจุดเด่นของระบบเกม:

  • กล้องวิดีโอพร้อมโหมด Night-vision ที่ต้องคอยหาแบตเตอรี่มาเติม
  • ระบบ Stealth (การลอบเร้น) แบบซ่อนแอบกับศัตรูหลากหลายประเภท
  • ไม่มีระบบ Combat ไม่มีอาวุธ และไม่มีสกิลโจมตีใดๆ
  • มีเอกสารและบันทึกให้เก็บเพื่อเสพเนื้อเรื่อง
  • ระบบ Sprint (วิ่ง) และ Crouch (ย่อตัว) เพื่อหลบหนี

การบริหารแบตเตอรี่สร้างความกดดันได้ดีกว่าการหาลูกกระสุนปืนหลายเท่า การที่แบตหมดในจังหวะสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ แต่มันหมายถึงความตาย! ศัตรูในเกมนี้เคลื่อนที่เร็ว โรงพยาบาลก็กว้างใหญ่ และเกมแทบจะไม่มีการสอนหรือบอกทาง (Hand-holding) เลยแม้แต่น้อย

โลกและบรรยากาศ: Mount Massive Asylum

ตัวโรงพยาบาลเองถือเป็นจุดแข็งที่สุดของเกม Red Barrels ออกแบบสถานที่ให้ดูสมจริงจนน่าขนลุก เต็มไปด้วยประวัติคนไข้ บันทึกภายในบริษัท และรายละเอียดสภาพแวดล้อมที่คุ้มค่าแก่การสำรวจ โปรแกรมการวิจัยของ Murkoff Corporation นั้นอยู่กึ่งกลางระหว่างประสาทวิทยาศาสตร์กับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ ซึ่งเกมจะค่อยๆ เผยปมเนื้อเรื่องผ่านเอกสารที่วางกระจายอยู่ทั่วตึก

Miles ไม่ใช่ทหารหรือซูเปอร์ฮีโร่ เขาเป็นแค่นักข่าว และเกมก็นำเสนอจุดนี้ออกมาได้สมจริงมาก ทั้งปฏิกิริยาตอบสนอง เสียงหอบหายใจ หรืออาการกล้องสั่นเวลาที่เขาวิ่งหนี ทุกอย่างตอกย้ำว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่เกินกำลัง ไม่ใช่ตัวเอกสายบู๊ที่ถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าฟัน

งานภาพและเสียง

การใช้มุมมองผ่านกล้องวิดีโอไม่ใช่แค่กิมมิค แต่มันช่วยจำกัดมุมมอง (Field of view) ให้แคบลง ซึ่งเกมใช้จุดนี้กดดันผู้เล่นตลอดเวลา ทำให้คุณต้องค่อยๆ แอบมองตามมุมตึกหรือห้องมืดๆ โดยไม่รู้เลยว่าจะเจออะไรอยู่ข้างหน้า ฟิลเตอร์ Night-vision ที่เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นสีเขียวชวนคลื่นไส้ ยิ่งทำให้โรงพยาบาลดูเหมือนสถานที่ที่ติดเชื้อโรคจริงๆ

งานเสียงก็ทำออกมาได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ดนตรีประกอบโดย Samuel Laflamme ใช้เสียงเครื่องสายที่ฟังแล้วขัดหู (Dissonant) สลับกับความเงียบกะทันหันเพื่อบีบหัวใจผู้เล่นโดยไม่ต้องพึ่งพา Jump-scare ราคาถูก เสียงฝีเท้า เสียงกรีดร้องจากที่ไกลๆ และเสียงโครงสร้างตึกเก่าๆ คือสิ่งที่สร้างบรรยากาศความหลอนได้ดีที่สุด

อิทธิพลและความสำเร็จ

มีผู้เล่นกว่า 15 ล้านคนได้สัมผัสกับซีรีส์ Outlast นับตั้งแต่ภาคแรกวางจำหน่าย และอิทธิพลที่เกมนี้มีต่อแนว Survival Horror นั้นมหาศาลมาก มันทำให้รูปแบบเกมสยองขวัญที่ "สู้ไม่ได้" กลายเป็นที่นิยมจนมีเกมอื่นทำตามอีกนับไม่ถ้วน และพิสูจน์ให้เห็นว่าสตูดิโออินดี้ก็สามารถสร้างเกมที่กดดันจนเทียบชั้นค่ายใหญ่ได้ด้วยบรรยากาศล้วนๆ แม้ว่า Red Barrels จะปล่อยภาคต่ออย่าง Outlast 2 และ The Outlast Trials ออกมาแล้ว แต่ภาคแรกก็ยังคงเป็นประสบการณ์ที่เข้มข้นและชัดเจนที่สุดของซีรีส์นี้ ปัจจุบัน Outlast วางจำหน่ายบน PC, PlayStation, Xbox, Nintendo Switch, Steam และ Epic Games Store ถือเป็นเกมระดับขึ้นหิ้งที่ยังคงความสยองขวัญได้ดีแม้เวลาจะผ่านไปกว่าหนึ่งทศวรรษ

ความต้องการของระบบ

Loading table...