Overview
Ozark จะพาผู้เล่นไปติดแหง็กอยู่ท่ามกลางเทือกเขาห่างไกลในแคนาดาเหนือ หลังจากเครื่องบินตกจนขาดการติดต่อกับคู่หูที่หายสาบสูญไป ภารกิจฟังดูง่ายๆ: บุกเข้าไป ตามหาคู่หู แล้วก็หนีออกมา แต่สถานที่ร้างที่คุณย่างกรายเข้าไปนั้นกลับมีแผนการอื่นเตรียมไว้ให้คุณ ผลงานจาก ALTER-BOY เกมนี้เป็นแนว Side-scroller (เดินข้าง) เน้นเนื้อเรื่องที่กระชับฉับไว อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศชวนขนหัวลุกและความกดดันที่ค่อยๆ ทวีคูณ โดยใช้เวลาเล่นประมาณ 3 ถึง 6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับว่าคุณสำรวจละเอียดแค่ไหน
ตัวเกมมาในสไตล์ Cinematic side-scroller แบบคลาสสิกที่สภาพแวดล้อมเล่าเรื่องได้ดีไม่แพ้คัตซีน ทางเดินที่เต็มไปด้วยอันตราย การค้นพบที่ชวนให้รู้สึกไม่น่าไว้วางใจ และความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานที่แห่งนี้ ทำให้จังหวะของเกมลื่นไหลและตึงเครียดตลอดเวลา ALTER-BOY ออกแบบ Ozark มาให้เป็นประสบการณ์ที่เน้นความเข้มข้นมากกว่าความกว้างใหญ่ ซึ่งความพอดีนี้แหละคือจุดแข็งของเกม
Gameplay and mechanics
หัวใจหลักของ Ozark คือการตะลุยผ่านสภาพแวดล้อมที่อันตรายขึ้นเรื่อยๆ ต่อสู้กับภัยคุกคาม และปะติดปะต่อเรื่องราวเบื้องหลังสถานที่แห่งนี้ แอ็กชันแบบ Side-scrolling นั้นรวดเร็วและตรงไปตรงมา เน้นสร้างความตื่นเต้นในทุกจังหวะการเล่นมากกว่าระบบที่ซับซ้อนจนปวดหัว

Ozark content image
ระบบเด่นๆ ของเกมประกอบด้วย:
- การต่อสู้แบบ Side-scrolling กับศัตรูสุดโหด
- การแชร์ไอเทม (Item sharing) ระหว่างผู้เล่นในโหมด Co-op
- การสำรวจสภาพแวดล้อมและค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่
- การดำเนินเนื้อเรื่องที่ผูกติดกับผังของสถานที่
- การเอาตัวรอดท่ามกลางภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงขึ้น

Ozark content image
ระบบควบคุมทำออกมาได้เข้าถึงง่ายแต่ไม่รู้สึกว่าตื้นเขิน การเผชิญหน้าจะยิ่งดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อภารกิจเริ่มเข้าตาจน บีบให้ผู้เล่นต้องขยับตัวและใช้ไหวพริบให้เต็มที่ ด้วยความยาวเกม 3 ถึง 6 ชั่วโมง ทำให้เกมนี้ไม่ยืดเยื้อจนน่าเบื่อ รักษาความตึงเครียดไว้ได้จนจบโดยไม่ต้องยัดเยียดความยากด้วยการทำซ้ำๆ
Is Ozark worth playing in co-op?
Ozark ถูกสร้างมาเพื่อรองรับ Local co-op ตั้งแต่ต้น ซึ่งนั่นส่งผลต่อความรู้สึกในการเล่นอย่างมาก การเล่นสองคนช่วยเปลี่ยนไดนามิกของเกมไปอย่างสิ้นเชิง: การแชร์ไอเทมกลายเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน และการมีเพื่อนเล่นหมายถึงการต้องประสานงานภายใต้ความกดดัน แทนที่จะต้องเอาตัวรอดคนเดียว เกมรองรับผู้เล่น 2 คนแบบ Local และยังมี Online co-op ผ่านทาง Steam Remote Play สำหรับใครที่ไม่ได้นั่งเล่นข้างกัน
การเล่นคนเดียว (Solo play) ก็ทำออกมาได้ดีและสนุกไม่แพ้กัน แต่ระบบ Co-op ทำให้ Ozark มีพลังงานที่ต่างออกไป ความสยองขวัญของสิ่งที่เกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้จะให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปเมื่อมีใครอีกคนคอยตอบสนองต่อเหตุการณ์ไปพร้อมๆ กับคุณ

Ozark content image
World and setting
ฉากหลังที่เป็นป่าเขาในแคนาดาเหนือช่วยตอกย้ำความรู้สึกโดดเดี่ยวของ Ozark ได้เป็นอย่างดี ไม่มีเมืองที่วุ่นวายหรือแลนด์มาร์คที่คุ้นตา มีเพียงหิมะ ภูเขา และสถานที่ที่ดูเหมือนไม่ควรจะมีใครค้นพบ ALTER-BOY ใช้สภาพแวดล้อมในการสร้างความรู้สึกไม่ชอบมาพากลก่อนที่แอ็กชันจะเริ่มขึ้นเสียอีก
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับการทดลองในมนุษย์ทำให้ปริศนานี้ดูมีน้ำหนัก สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่ฉากหลังสำหรับการต่อสู้ แต่เป็นต้นตอของทุกคำถามที่เกมตั้งขึ้น การเปิดโปงความจริงที่เกิดขึ้นที่นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริง และโทนเรื่องที่มืดหม่นก็ยังคงความเข้มข้นตั้งแต่ตอนเครื่องบินตกไปจนถึงการเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย

Ozark content image
Content and replayability
ด้วยความยาว 3 ถึง 6 ชั่วโมง Ozark ตั้งใจที่จะเป็นเกมที่เล่นจบได้ในรอบเดียวหรือสองรอบ มีความลับให้ค้นหาและเนื้อเรื่องให้ไขกระจ่าง ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้สายเก็บรายละเอียด (Completionist) ต้องสำรวจอย่างถี่ถ้วนแทนที่จะรีบเล่นให้จบ โหมด Co-op ยังมอบประสบการณ์การเล่นที่แตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเล่นคนเดียว โดยเฉพาะสำหรับผู้เล่นที่อยากสัมผัสเนื้อเรื่องไปพร้อมกับเพื่อน
สำหรับใครที่มองหาเกมอินดี้แนวแอ็กชันมืดหม่นที่เคารพเวลาของผู้เล่นและส่งมอบประสบการณ์ได้ตรงตามที่สัญญาไว้โดยไม่มีน้ำเยอะ Ozark คือเกมที่ออกแบบมาอย่างดีและคุ้มค่าที่จะลองเล่นครับ








